บทที่ 1 ไว้อาลัย (2)
บทที่ 1 ไว้อาลัย (2)
“เพราะแกเป็นลูกสาวของพลตำรวจเอกรัชพลผู้มีชื่อเสียง เพราะฉะนั้นแกอยู่ไหนฉันก็ปลอดภัย” พิราอรบอกเหตุผลกึ่งจริงกึ่งหยอกล้อเพื่อนสาว ที่หันมามองเธออย่างงงๆ ก่อนจะกระซิบบอกเพื่อนสาวเบาๆ ว่า
“ฉันสนใจ ผู้ชายคนนั้น”
“ฮ่ะ! นี่เธอคิดจะกินเด็กเหรอ”
รสิกาตะโกนออกมาอย่างตกใจ ทำให้คนในงานหันมามองทั้งคู่อย่างตำหนิ ที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ทำให้ทั้งสองคนหน้าเสีย ก่อนจะหันไปขอโทษเบาๆ
เสียงตะโกนทางด้านหลังทำให้อนุภัทรหันไปมอง ก่อนจะสบกับดวงตาคมสวยอย่างมีอำนาจที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าสวยเฉียบคมอย่างไม่มีที่ติ ทำให้อนุภัทรจ้องมองเหมือนหลงมนตราของเธอตั้งแต่แรกเห็น พร้อมความสงสัยก่อเกิดขึ้นในใจว่าเธอเป็นใคร
ก่อนจะตัดใจหันหน้าหนีนั่งตัวตรงฟังพระสวดต่อไปด้วยความเศร้าใจ และไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะเป็นอย่างไร
“เขามองมาที่เธอด้วย แต่หล่อน่ากินนะ” รสิกากระซิบบอกเพื่อนสาวเบาๆ
“อือ...” พิราอรตอบรับอย่างรับรู้
แต่เวลานี้เธอแค่ต้องการเข้าถึงตัวชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้น เพราะเธอรู้ว่าเรื่องของชายหนุ่มยังมีอะไรมากกว่าที่เห็น และที่สำคัญการตายของพ่อกับแม่ของชายหนุ่มต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เพราะสัญชาตญาณบอกเธออย่างนั้น และการที่เธอเป็นมือปืนนั้นทำให้เธอต้องคอยสังเกตการณ์อยู่เสมอ ไม่อย่างนั้นจุดจบของชีวิตคงจะไม่พ้นเหมือนสองสามีภรรยานี้แน่
“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ คุณนุ”หลังจากจบการสวดอภิธรรม พิราอรจึงลากรสิกาเพื่อนสาวเข้ามาแสดงความเสียใจกับอนุภัทรด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยอย่างเนียนๆ ซึ่งทำให้รสิกาเพื่อนสาวต้องตีหน้าเศร้าตามไปด้วย
อนุภัทรหันมามองหญิงสาวทั้งสองอย่างแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยรู้จักพวกเธอมาก่อนและความสาวและสวยของทั้งคู่เขาคงลืมไม่ได้แน่ แต่เมื่อทวนความจำแล้วก็ไม่อาจมีภาพของสองสาวเขามาในหัว แต่ก็ยิ้มเศร้าตอบรับแขกอย่างมีมารยาท หากเขาไม่ได้สูญเสียบิดามารดาเขาคงยิ้มรับไมตรีของสองสาวไปแล้ว
“ขอบคุณนะครับ คุณ...” อนุภัทรกล่าวขอบคุณเบา ๆ แล้วเว้นช่วงจังหวะชื่อของพวกเธอเอาไว้
“ฉันพิราอรค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าอร ส่วนคนนี้เพื่อนฉัน ชื่อรสิกาเรียกสั้นๆ ว่าสิค่ะ” พิ
ราอรแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมยื่นมือไปจับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจสายตาของนีรกานต์ ที่มองพวกเธออย่างไม่พอใจ
อนุภัทรยิ้มแหย เมื่อสาวสวยรุ่นพี่ถือวิสาสะจับมือเขาอย่างไม่อายสายตาของใคร เขายอมรับว่าผู้หญิงที่ชื่อพิราอรสวยไม่มีที่ติ แต่เขากลับรู้สึกหวาดกลัวกับกริยาที่เข้าหาผู้ชายของเธอ ผิดกับอีกคนที่สวยเฉียบไม่แพ้กัน ส่วนรสิกาได้แต่มองชายหนุ่มตรงหน้าแล้วยิ้มแหยกับกริยาของเพื่อนสาวที่ไม่เคยเห็นทำแบบนี้มาก่อน
“พวกคุณรู้จักแม่กับพ่อผมด้วยเหรอครับ”
อนุภัทรถามออกมาอย่างสงสัย พิราอรยิ้มรับอย่างเศร้าๆ อย่างไม่กลัวว่าจะโดนจับได้ ว่าไม่รู้จักทั้งคู่เลย ผิดกับรสิกาที่ยิ้มแหย่ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี ในเมื่อเธอไม่รู้จักพวกเขาเลย
“ค่ะ... เสียดายที่พวกท่านอายุสั้น ไม่อย่างนั้นดิฉันกับคุณหญิงป้าคงได้ไปร่วมงานเดินแบบการกุศลด้วยกันแล้ว”
พิราอรตอบเสียงเศร้าและแสร้งเช็ดน้ำตาเบาๆ รสิกามองเพื่อนสาวอย่างอึ้งๆ ที่คุณเธอตีบทแตกเสียจนเธออยากให้ตุ๊กตาทองเป็นรางวัล
“ยังไงก็ขอบคุณพวกคุณมากนะครับที่มาร่วมงานของพวกท่าน” อนุภัทรกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจถึงแม้เขาจะไม่รู้เกี่ยวกับงานของมารดา แต่เขาก็ดีใจที่มีคนมาร่วมงานศพของท่าน
“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงพวกเราต้องมาอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากทำตามที่คุณหญิงป้าต้องการค่ะ แต่ถ้าคุณไม่ทำตามประสงค์ของท่านก็ไม่เป็นไรนะคะ”
พิราอรแสร้งตีหน้าเศร้า แต่คำพูดของเธอกลับทำให้รสิกามองเพื่อนสาวอย่างงง ๆ ซึ่งไม่ต่างจากอนุภัทรที่มองหญิงสาวรุ่นพี่อย่างไม่เข้าใจ
