บท
ตั้งค่า

ไม่โดดเดี่ยว

สองเดือนต่อมา

เงินทำให้ชีวิตขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว และจากที่จะถึงทางตัน เงินมันก็พังกำแพงนั้นกลายเป็นหนทางสว่างสดใส

ทยิดานั้นแม้จะมีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แต่เธอก็ไม่ได้โง่ ชีวิตสอนว่าศักดิ์ศรีบางทีก็กินไม่ได้ ฉะนั้นในเมื่อเขาอยากทำแบบนั้นกับเธอ ล่อลวงเธอไว้เป็นเมียลับ เขาก็ควรได้รับผลตอบแทน

เขาทำร้ายจิตใจของเพศแม่

เขาก็ควรให้แม่ของเขานั่นแหละจัดการเขาซะเอง

ทยิดานั้นโทรล่อลวงเขาไว้ทั้งวัน ว่าเธอยังอยู่ในห้อง ระหว่างนั้นเธอโทรศัพท์หาคุณปณิตา มารดาของเขา ส่งหลักฐานทุกอย่างให้รวมถึงแถบตรวจการตั้งครรภ์ เธอขู่ว่าถ้าไม่ให้เธอสิบล้าน เธอจะเปิดโปง จะแฉว่าลูกชายของท่านเป็นคนแบบไหน สิบล้านโอนไว แล้วพร้อมกับน้ำเสียงแบบผู้ดีพูดเยียด ส่งมาว่า รับเงินแล้วก็ไสหัวไปจากชีวิตของลูกชายฉันซะ

โอเคเธอก็ไม่ได้อยากอยู่กับผู้ชายเหี้ยๆ คนนั้นหรอก

ทยิดานั้นเป็นคนรักสุดใจ เกลียดสุดใจ

เคยรักปพลแค่ไหน ตอนนี้ก็เกลียดเขาเท่านั้น

พ่อของลูกไม่มีก็ได้ แต่เงินต้องมี ฉะนั้นเธอเลยโทรไปรีดเงินแม่เขา และก็ทำตามที่บอก คือออกมาจากชีวิตของเขาแบบไปแล้วไปเลย ไปลับไม่มีทางกลับไป

ซื้อกระป๋องสีมาพ่นด่าเขาประดับกำแพงเก๋ๆ ให้เขาต้องเสียเงินค่าทาสีใหม่ ให้เขาโดนแม่ด่า น่าจะโดนหนักแหละ เพราะเธอเอามาตั้งสิบล้าน พวกผู้ดีนี่ก็จ่ายง่ายมาก เธอจะใช้ให้คุ้มทุกบาท เธอจะต้องเอาไว้เลี้ยงลูก

มือเรียวลูบหน้าท้องของตัวเอง เธอไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้วนะ ทยิดา ตอนนี้เธอมีลูก

หญิงสาวเม้มปากแน่น คิดคำนวณในหัวระหว่างที่พักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เธอเอาออกมาแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับที่เขาให้เธอทิ้งไว้นั่นแหละ สิบล้านมากโขแล้ว เธอคิดว่าเธอจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ ระหว่างรอคลอด ต้องซื้ออะไรบ้าง เขียนรายการไว้ สืบหาราคา และลองคำนวณดูคร่าวๆ

อย่างน้อยๆ ก็น่าจะสองสามปี ที่เธอจะต้องพักผ่อนเฉยๆ ไม่ไปหางานทำ และตัดขาดจากทุกอย่าง ดูแลครอบครัวของเธอให้ดี

แล้วก็ค่อยว่ากัน...

น้ำตาหนึ่งหยดไหลรินลงมา แต่ทยิดาปาดมันทิ้งเสีย ห้ามอ่อนแอ ห้ามนะ...เธอไม่ได้โดดเดี่ยวตอนนี้ ใจอยากโทรศัพท์หาเพื่อนรักที่อยู่แดนไกล เธอมีทุนรอนพอไปใช้ชีวิตที่นั่นได้ไหมนะ? แต่เธอก็ห่วงบิดามาก ข่าวว่าท่านมีโรคประจำตัวและระหองระแหงกับแม่เลี้ยงบ่อยๆ ระยะหลังมานี่ จะอย่างไรท่านก็คือพ่อ ทยิดาก็ยังอยากอยู่ไม่ไกลมากขนาดไปดูแลไม่ไหว ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมา

เธอท้องได้สองเดือนแล้ว ตอนนี้ยังพอทำอะไรไหว เธอพยายามตามข่าวของทางเขาอยู่เงียบๆ กลัวว่าเขาจะมาสืบเสาะตามหาแต่ข่าวก็ไม่มีอะไร เขาคงจะไม่มาตามหาเธอหรอก โล่งใจด้วยซ้ำที่เธอหนีออกมาแบบนี้ หึ...ลูกเขาก็ไม่ได้สนใจไยดี เหมือนๆ กับเธอนั่นแหละ ที่โง่ไปรักเขาไปยอมเป็นนางบำเรอให้เขา คนไร้หัวใจที่ไม่รักเธอเลย

เผลอคิดถึงคนใจร้ายก็เบ้ปาก ให้ความแค้นบังแทนความรัก แต่เธอไม่ควรหงุดหงิด เดี๋ยวลูกจะรู้สึกไม่ดีตาม เธอยังไม่ได้บอกข่าวกับพ่อหรือใครเรื่องท้อง งานเธอก็ไม่ได้ลาออก แค่หนีออกมาเฉยๆ รู้สึกผิดนิดหน่อยกับเพื่อนร่วมงาน แต่ก็ช่างแม่งเหอะ...เธอต้องหนีก่อน มัวจะไปยื่นใบลาออก คงจะไม่ได้ออกมาดี

ทยิดาตกลงใจว่าเธอจะแบ่งเงินซื้อบ้านสักหลัง เธอเลือกที่จังหวัดปริมณฑล อยู่ไกลจากที่ทำงานเก่า และคอนโดเก่าที่เคยอยู่กับเขาพอสมควร เลือกที่นี่เพราะว่าใกล้ที่บิดาทำงานอยู่ วันหนึ่งท่านก็จะต้องรู้ว่ามีหลาน วันหนึ่งบ้านที่เธอซื้ออาจจะเป็นประโยชน์กับท่านในบั้นปลายชีวิต

จนตอนนี้เธอยังไม่ได้ฝากครรภ์ กะไว้ว่าได้บ้าน เรียบร้อยแล้วค่อยไปจัดการ

ทยิดาเลือกบ้านราคาสี่ล้านห้าแสนบาท ตกแต่งเรียบร้อย ให้บ้านเลือกเพื่อนบ้าน ราคาระดับนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่ เรื่องสังคม เรื่องเพื่อนบ้าน เธอหวังว่าอย่างนั้น เพื่อให้แน่นอนอีกทีทยิดาไปดูบ้านและหมู่บ้าน ก่อนจะตกลงใจโอนเงินค่าบ้านไป ไม่ผ่อน ซื้อสด

เธอย้ายเข้าไปอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนั้น ในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา...

ที่บ้านตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ เธอรู้สึกดีที่มีบ้านอยู่ มันเป็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของเธอ เป้าหมายชีวิต ความฝันเล็กๆ ว่าอยากมีบ้าน

ร่างเพรียวเล็กมานั่งเล่นที่หน้าบ้าน เมื่อค่อยทยอยเก็บข้าวของจนเสร็จ มองบ้านหลังนี้ เธอคงไม่มีวันมีมันได้ ถ้าไม่มีลูก ถ้าไม่กล้าหาญไปรีดเงินแม่ของผู้ชายเลวๆ นั่น หึ...เขาก็ควรรับผิดชอบชีวิตของลูกตัวเอง ตัวไม่ต้องมาแต่เงินต้องได้

“ขอบคุณนะลูกแม่” เธอลูบท้องที่ยังแบนราบ ทยิดาคุยกับลูกในท้องทุกวัน มีความสุขที่ได้คุยกับแก ตกลงกับตัวเองไว้ว่า จะทำมาหากินกับอาชีพเดิมคือรับแปล ภาษาที่เธอถนัดคือญี่ปุ่น พี่ที่เคยทำงานร่วมกันพอทยิดาติดต่อไป ก็บอกว่าจะส่งงานมาให้ทำ เรตราคาทยิดาไม่ได้ซีเรียสมาก ตอนนี้เธอมีเงินรองรัง อยู่ได้สบายไปอีกนาน เพราะเธอไม่ได้กินใช้อะไรสิ้นเปลืองนัก เรียกว่าเอามาทำฆ่าเวลานั่นแหละ

พี่แต้วเป็นคนแรกที่รู้ว่าเธอท้อง

ตื่นเต้นมากถึงกับโทรศัพท์มาหาทยิดาเลยทันที

“นิ้งแล้วท้องกี่เดือนแล้ว แฟนนิ้งล่ะ เอ่อ...มันจะเสียมารยาทไหม? ถ้าพี่จะถามอะ พี่ไม่เคยเห็นแฟนนิ้งเลย ไม่ได้คุยกันไม่กี่เดือน เป็นคุณแม่เสียแล้ว”

“คือว่าแฟนนิ้ง...” ตอบไปแบบนี้แล้วกัน ตัดปัญหาจะได้ไม่มีคนถาม “เขาตายไปแล้วล่ะค่ะพี่แต้ว”

“อุ๊ย เอ่อ คือ พี่ขอแสดงความเสียใจด้วยนะนิ้ง” เสียงของตรีดาวอ่อยลงไปเลย ทิยดารู้ว่าทางนั้นคงรู้สึกเสียใจไปกับเธอและสงสารเธอที่ต้องอุ้มท้องลำพัง

“แล้วนิ้งอยู่แถวไหนล่ะ ตอนแรกบอกพี่ว่าเป็นเลขาที่วีอาร์ พี่ก็ตื่นเต้นแทนเลยเข้าบริษัทใหญ่ขนาดนั้นได้ ลาออกทำไม เรื่องท้องไม่น่าเป็นปัญหานี่นา”

“นิ้งอยู่แถวปทุมน่ะค่ะ มาซื้อบ้านอยู่แถวนี้”

“อืม...งานเราก็ส่งทางออนไลน์กันแบบเดิมเนาะ ตอนนี้สำนักพิมพ์ก็ยังมีพวกงานแปลอยู่ เอ่อ...นิ้ง พอได้ภาษาจีนไหม? ถ้าได้คือดีเลยอะ เพราะว่าเจ้านายพี่ไปซื้อลิขสิทธิ์งานจีนมาเยอะ งานจีนขายดีมากบ้านเราตอนนี้”

“พอได้บ้างค่ะพี่แต้ว ลองเอามาดูก็ได้ค่ะ ถ้าไหวบอกไหว ไม่ไหวขอบายค่ะ” คำตอบของเธอทำให้ตรีดาวหัวเราะ

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่ลองส่งให้ แล้วพี่จะส่งเรตไปให้ ถ้าตกลงยังไงก็เมลตอบมาล่ะ อยู่คนเดียวไหมนะ มีคนรู้จักอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่า”

“นิ้งอยู่ได้ไม่มีปัญหาค่ะ ขอบคุณนะคะพี่แต้ว”

“อยู่หมู่บ้านอะไรล่ะ พี่มีญาติอยู่ปทุม เผื่อว่าใกล้ๆ กันจะได้ทำความรู้จักกันไว้ นิ้งไม่ได้ตัวคนเดียวกำลังท้องไส้ พี่เป็นห่วง”

“นิ้งอยู่แถวธัญญะน่ะค่ะ”

บอกพิกัดหมู่บ้านไป ทางนั้นถึงกับโล่งใจ เพราะมันใกล้ๆ กับญาติของเธอที่ทำร้านอาหารอยู่ ตรีดาวบอกว่าเดี๋ยวจะไปเยี่ยม และพาไปแนะนำกับญาติให้รู้จัก ทยิดาถึงกับน้ำตาคลอกับมิตรไมตรีนี้ของเพื่อนรุ่นพี่

ชีวิตมันก็ไม่ได้โหดร้ายสำหรับเธอนักหรอก

มือของเธอลูบหน้าท้องเบาๆ แล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel