ต่อไปนี้จะไม่มีเรา
ทยิดาคิดและคิดจนปวดหัว
เธอนอนไม่หลับเลย...
กระทั่งเขากลับมา ปพลยังเป็นคนเดิม มาถึงก็หอม กอดเธอ แล้วเขาก็เริ่มจูบเธอ เขาเกือบทำให้ทยิดาลืมตัว ทว่า...ความเครียดส่งผล เธอผะอืดผะอมจนต้องผลักเขาออกและวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ
“นิ้งเป็นอะไรหรือเปล่า?” เขาตามเข้าไปติดๆ มองดูเธออย่างห่วงใย ทยิดาอาเจียนออกมาเป็นน้ำใสๆ เพราะเจ้าตัวกินอะไรไม่ลงมาหลายวัน
“มะ ไม่ค่ะ”
“ไม่ได้ยังไงสั่นไปหมดทั้งตัว กินอะไรหรือยังนี่ พี่รีบกลับมาเลยไม่ได้แวะซื้ออะไรมาฝาก สั่งพิซซ่ามากินกันไหม?”
“แค่นอนไม่พอนิดหน่อยค่ะ” เธอตอบ ยอมให้เขาล้างหน้าให้ และอุ้มมาวางที่โซฟา ปพลมองเธออย่างเป็นห่วง ทยิดาฝืนยิ้มให้เขาแล้วเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
“ขอหน้าฮาวายเอี้ยนนะคะ ขอบชีส”
“ได้ครับ...” เขายังคงมองเธอแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ สามวันที่ไม่กลับบ้าน โดนมารดากดดันและกรอกหูทุกวันเกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันระหว่างเขาและพี่ชาย เขาโดนพุ่งเป้าเป็นพิเศษ เพราะทำตัวมีพิรุธ ท่านบอกว่าเดี๋ยวสืบดูก็รู้แน่...มันทำให้ปพล อยากจะมาบอกกับทยิดาก่อนว่า เราห่างกันสักพักไหม?
สิ่งที่ท่านยกมาเป็นเงื่อนไขเดิมพัน ไหนจะสีหน้ายิ้มๆ ของปภพ คู่แข่งตลอดกาลของเขานั่นแหละ มันทำให้ปพลอยากเอาชนะ
และสำหรับเธอ...เขาก็ยังก้ำกึ่ง
ปพลไม่เคยเอาใจลงไปเล่น ไม่เคยรักใครอย่างลึกซึ้ง มีแค่หลงไปบ้าง เขาตีเรื่องระหว่างเขากับทยิดาเป็นเรื่องความหลง อาจจะไม่ใช่รัก ก็...เพิ่งจะแค่สามเดือน
เขาอาจจะยกที่นี่ให้เธอ ขอเวลาไปลงสนามสู้กับพี่ชาย แล้ว...อาจจะเห็นแก่ตัวไปบ้าง เขาก็ยังอยากจะไปมาหาสู่เธอได้ในระยะนี้
เขาจะเสนอให้เธอเป็นเมียลับของเขา
ก็กับทางนั้น...เขาก็ยังไม่ได้ตบแต่งอะไร แค่หมั้น ถ้าไปกันไม่รอดไม่ยาว เขาก็ยังอยากมีเธออยู่ด้วยไปเรื่อยๆ เขาจะเลี้ยงดูเธอเป็นอย่างดี ไม่ต้องลำบากทำงาน
ปพลตั้งใจจะมายื่นข้อเสนอนี้ให้กับทยิดา
เขาเครียดมากในตอนแรก เลยปรึกษาเพื่อนตัวพ่อมากประสบการณ์อย่างธารมณ์ เลยได้ข้อคิดแบบนี้มา ซึ่งเขาก็เห็นว่า มันก็ดีนะ...ผู้หญิงยังไงก็ต้องการความมั่นคง เขามีความมั่นคงให้ยังไงเธอก็ต้องตกลงอยู่แล้ว
ชายหนุ่มคิดอย่างเข้าข้างตัวเอง ว่าทุกอย่างมันจะง่ายดายสำหรับเขา
อาหารเย็นของเขาและทยิดาเป็นพิซซ่า เขากินน้อยเธอก็กินน้อย เขานั้นเครียดเรื่องที่จะคุยกับเธอ ส่วนทยิดานั้นเธอกินไม่ค่อยมากเท่าไหร่อยู่แล้ว
เวลาล่วงไปจนถึงกลางคืน ทยิดาอาบน้ำแล้วเรียบร้อย พอออกมาปพลไม่ได้อยู่บนเตียงเหมือนทุกวัน เขาไปดื่มที่นอกระเบียง เธอเห็นความผิดปรกติของเขาก็เม้มปากแน่น คำที่วรวงศ์บอกเล่า ยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง
เธอควรจะบอกเขาเรื่องที่เธอท้อง
ถ้าเขารักเธอ...เขาก็จะ...จะเลิกแผนการนั้น
บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากจะชิงตำแหน่งอะไรนั่นกับคุณปภพก็ได้
ทยิดารอจนเขากลับมา ชายหนุ่มมองนาฬิกาแล้วดึงเธอมากอด ทยิดาโอนอ่อนในอ้อมกอดของเขา ใจเธออ่อนเหลวกับอ้อนแขนนี้ทุกหน เธอรักเขาเหลือเกิน
“นิ้ง...ดีขึ้นหรือยัง ขอโทษที่ดึกไปหน่อย มีอะไรจะต้องคิดนิดหน่อย”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ พี่ปาย นิ้งมีเรื่องอยากจะบอกพี่ปาย”
ตกลงใจในที่สุด ปพลคลายอ้อมแขนเมื่อเธอผลักอกเขาเบาๆ ทยิดาหันไปทางโต๊ะเล็กที่อยู่ข้างเตียงนอน แล้วเปิดลิ้นชัก หยิบบางอย่างมาส่งให้เขาดู
“อะไร?” ปพลมองแถบสีขาว ที่มีขีดแดงขึ้นจางๆ สองขีดนั้น ใจของเขาสั่น หน้าของเขาซีด อย่าบอกนะว่า...
“นิ้งท้อง”
“อะไรนะ นิ้งท้อง เฮ้ นิ้งจะท้องได้ยังไง นิ้งท้องไม่ได้” เขาเสียงดังอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทยิดามองเขาแล้วเบิกตากว้าง หัวใจสลายในทันที เมื่อเห็นเขามีท่าทีแบบนั้น
ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมศีรษะ ทยิดาเริ่มร้องไห้ เสียงของเธอสั่น
“พี่ปายไม่ดีใจหรือคะ ลูกของเรา”
“เราจะมีได้ยังไงนิ้ง พี่ป้องกันทุกหน” คำพูดนั้นยิ่งทำให้ทยิดาช็อก เขาจะหมายความว่าอะไรอย่างนั้นหรือ
“พี่ปาย พี่ปายพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน นิ้งมีแต่พี่ปายนะ”
“แต่...นิ้งกินยาคุม พี่ก็ป้องกันทุกครั้งนะ อ้อ...พี่ลืมไปว่านิ้งแพ้ยาคุม เลยไม่ได้กิน แต่พี่ก็ใส่ถุงยาง นิ้ง หรือว่า นิ้งแอบเล่นตลกอะไร? อยากมีลูกกับพี่นี่หวังอะไร” เขาหันขวับมา สายตาของเขาเย็นชา หมดแล้ว หมดสิ้นแล้วสำหรับความรู้สึกของทยิดา โธ่...เขาแค่หลอกเธอไว้เล่นสนุก เขาไม่ได้รักเธอเลย เขาคิดได้ยังไงกันว่าเธอทำอะไรแบบนั้น
“พี่ปาย พี่ปายลืมไปเหรอ ว่าเมื่อปลายเดือน พี่ปายเมากลับมาแล้ว แล้วมามีอะไรกับนิ้ง...คืนนั้น พี่ปายไม่ได้...”
“นิ้งบอกว่าปลอดภัยเองนี่” เขาย้อนเธอจะโยนให้เป็นความผิดของเธอให้ได้ใช่ไหม? ทยิดาร้องไห้โฮ เขาเม้มริมฝีปาก หันมองเธอที่ร้องไห้เหมือนคนใจสลาย เห็นแล้วมันทนไม่ได้จริงๆ เขาจึงดึงเธอมากอดแล้วเอ่ยปลอบโยน แต่ก็สายไปแล้วสำหรับหัวใจที่แตกไปแล้วของทยิดา
“นิ้ง อย่าร้องสิ พี่ขอโทษ ขอโทษนะครับ พี่แค่ตกใจ เอ่อ ไม่คิดว่ามันจะเกิด มันเร็วไปหมด เราเพิ่งคบกันได้สี่เดือนเอง”
“...”
ไม่มีเสียงตอบจากเธอมีเพียงเสียงร้องไห้สะอื้นฮัก ทยิดาพยายามผลักเขาออก แต่เขาก็รัดเธอไว้แน่น พลางเอ่ยปลอบโยนเสียงอ่อน
“นิ้งโกรธพี่เหรอ?”
“...”
“พี่เห็นว่ามันเร็วไปพี่ก็เลยตกใจเท่านั้นเอง”
“พี่ปายมีอะไรที่ไม่ได้บอกนิ้งไหม?” เสียงของเธอดังขึ้นเครือแผ่ว เธอเม้มปากแน่น ตาแดงก่ำ จมูกก็แดง เขาก้มลงมองหน้าของเธอแล้วขมวดคิ้ว
“ครับ?”
“ที่พี่ปาย...ไม่อยากมีลูก เพราะพี่ปายจะต้องหมั้นใช่ไหม?” ชายหนุ่มถึงกับตัวแข็ง ทยิดารู้ได้ยังไงกัน
“เอ่อ...นิ้ง พี่ก็อยากจะคุยกับนิ้งเรื่องนี้เหมือนกัน”
“บอกมาสิคะ ว่าจะให้นิ้งทำยังไง” เสียงของเธอนิ่ง มีเพียงเสียงสะอื้นปลายประโยค ชายหนุ่มถอนใจ บางทีแบบนี้อาจจะคุยกันง่ายมากขึ้น เธอรู้แล้วแบบนี้
“พี่...พี่ ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องของเรา พี่จะยังมาหานิ้งบ่อยๆ เราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ เพราะระหว่างนี้พี่ต้องทำตัวให้คลีน นิ้งเข้าใจพี่ใช่ไหมครับ? พี่อยากให้นิ้งลาออกจากบริษัท แล้วพี่จะเลี้ยงดูนิ้งในฐานะเมีย...ที่นี่พี่จะโอนเป็นชื่อนิ้ง แล้วถ้านิ้งมีลูกจริงๆ เอ่อ...คือ...”
“พี่ปายอยากให้เรายังอยู่ด้วยกันแบบนี้หรือคะ” หัวใจของเธอตอนนี้ มันแหลกยับไปแล้ว...
เขาเสนอเงื่อนไข...ผู้หญิงในเงาให้เธอสินะ
“ครับ ส่วนเรื่องลูก คือว่า”
“ถ้าไม่มีก็จะดีกว่า” พูดออกไปอย่างจะลองใจ บางทีมันอาจจะเป็นเยื่อใยสุดท้าย ถ้าเกิดคำตอบของเขาคือไม่...
“ก็...ครับ...”
หูของทยิดาดับไปแล้วกับคำตอบนั้น
เธอไม่ได้ยินว่าเขาเสนอเงินให้เธอเท่าไหร่ ไม่ได้ยินว่าเขาจะให้เวลาเธอกี่วัน มีอะไรให้เธออีกบ้างในฐานะเมียลับ
…………………………………………………………………………………………………………
วันต่อมา ทยิดาบอกเขาว่าเธอลุกไปทำงานไม่ไหว ปพลเอาใจเธอด้วยการบอกว่าตอนเย็นเขาจะพาเธอไปกินอาหารอร่อยๆ และเสาร์อาทิตย์นี้ เขาจะมีเวลาเพื่อเธอ จะพาเธอไปเที่ยวด้วยกัน ค้างคืน มีเวลาหวานๆ กัน
เธอยิ้มส่งให้กับเขาหลังจากปิดประตูห้อง
ยังติดต่อ คุยไลน์กับเขาทั้งวัน บอกด้วยซ้ำว่า สิ่งที่เขาไม่ต้องการ เธอจะหาทางกำจัด โดยไม่พูดถึงว่าคืออะไร แต่ก็นัยรู้กันว่า...สิ่งนั้นคือก้อนเลือดที่กำลังเจริญเติบโตในตัวของเธอ
เขารู้สึกแย่ แต่มันก็จะดีกว่า...ถ้าเรื่องมันเป็นแบบนี้
ปพลกลับมาที่ห้องในตอนเวลาสามทุ่ม เพราะเขาไปที่ร้านที่นัดไว้กับทยิดา แต่จู่ๆ เธอก็เทเขาและติดต่อไม่ได้ เขาเลยเร่งรีบกลับมาที่คอนโด
เขาพบว่าห้องนั้นว่างเปล่า
มีสีสเปยร์ พ่นที่ผนังห้องสีขาวสะอาด มันเป็นสีแดงเด่น ตัดกับสีขาวได้อย่างน่ากลัว อ่านได้ว่า..
ไปตายซะ! ต่อไปนี้เราไม่ต้องเจอะเจอกันอีกในชาตินี้
