บท
ตั้งค่า

ลูกสาวแม่นิ้ง

“อีกกี่วันจะคลอดนะนิ้ง” อุไรวรรณ เอ่ยทักทายน้องสาวข้างบ้าน เธอจูงเด็กชายอายุสามขวบ วัยกำลังซนมาด้วย ทางนั้นวิ่งตุบตับมาหา อานิ้ง อย่างรวดเร็ว แล้วขอลูบน้อง ที่อยู่ในพุงกลมๆ ของอานิ้ง เรื่องน้องของอานิ้งเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากสำหรับเด็กวัยสามขวบอย่างเด็กชาย บินเหนือ ที่ขอมีอภิสิทธิ์ ว่าลูกของอานิ้งคือน้องของแก น้องฉาวของหนมโก๋ คนพูดไม่ชัดเอ่ยแบบนี้ทุกหน เวลามาหาอานิ้ง และเวลาไปไหนมาไหน ก็จะทำจูงไม้จูงมืออานิ้ง คอยพิทักษ์ป้องกัน ทั้งที่ตัวเองยังเดินบางทีก็สะดุดขาตัวเองหกล้มหกลุกตามประสาเด็ก

“อาทิตย์นี้แหละค่ะ นิ้งตื่นเต้นจังเลยค่ะ พี่วรรณ” เธอลูบศีรษะของคนตัวเล็กที่ขอฟังเสียงน้อง บินเหนือกำลังเอาหูแนบกับพุงของอานิ้ง ท่าทีนั้นน่าเอ็นดูกับก้นโด่งๆ และความตั้งใจฟังนั้น มารดาอดไม่ได้เลยตีก้นเอา แล้วถามเสียงมันเขี้ยวว่า

“น้องพูดว่าอะไรหนมโก๋”

“อา...น้องฉาว ยังปู้ดม่ายด้าย มี้ปู้ดเรื่อย”

“เอ้า เจ้าหนมโก๋นี่ยังไงนะ ก็บอกเองว่าจะฟังเสียงน้อย” มารดาขำก็ขำ เคืองก็เคืองความปากดีของเด็กเจนอัลฟ่า พ่อคุณยังพูดไม่คล่องยังแสบขนาดนี้ ถ้าพูดคล่องไม่อยากจะคิดจริงๆ

“เฉียง ปุ๋งๆๆ น้องฉาวทำเฉียงปุ๋งๆๆ” แกว่า ไอ้คำว่าปุ๋งๆ นี้ทยิดาก็แปลไม่ออกว่าคือเสียงอะไร แต่แน่นอนเธอไม่ได้ท้องร้องหรือแอบผายลมทำเสียงประหลาดนี้แน่ๆ จินตนาการของเด็กนั่นแหละ บินเหนือถือโอกาสนอนบนตักอานิ้ง เขลงฟังผู้ใหญ่คุยกัน

“พี่น่ะคุยกับพี่กาย ว่าจะมานอนกันที่บ้านนิ้ง ถ้าคลอดจะได้พาไปโรงพยาบาลทัน พี่กายแกติดบินพอดี”

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่วรรณ นิ้งเกรงใจ”

“เกรงจงเกรงใจอะไร พี่เป็นพี่สาวของเรานะ” อุไรวรรณว่า จากเพื่อนบ้าน เพื่อนของญาติสามี ทยิดาก็เขยิบฐานะมาเป็นน้องสาวของเธอแล้วเรียบร้อยตอนนี้ ทยิดามองหน้าอุไรวรรณแล้วยิ้มน้ำตาคลอ เธอนั้นรับได้ถึงความอบอุ่นนี้ ปีนี้เริ่มต้นชีวิตด้วยความร้ายกาจเหมือนพายุพัดกระหน่ำ แต่มาปลายปี ตอนนี้ เธอมีพี่น้องเพิ่ม มีคนที่รักเพิ่มขึ้นหลายคน มีบ้าน มีเงินเก็บไว้ลงทุนรองรัง ทุกอย่างก็เพราะ...เจ้าตัวน้อยในท้อง

ถึงแกจะมาแบบไม่ได้ตั้งตัว แต่แกก็มาเพราะความรัก...ความรักของเธอนะ ไม่ใช่ของ...

เผลอแวบคิดถึงพ่อของลูก ก็ลืมตัวเม้มปาก ตาดุวับขึ้นมาทันที ว่าจะลืมแล้วแต่ก็น่ะ ฝากฝังเลือดเนื้อเชื้อไขไว้แบบนี้ มันก็ลืมไม่ลง ลืมไม่ลงก็แค้นไปก็ได้...ทยิดาคิดแบบนี้นั่นแหละ ยามมีโอกาสไปทำบุญเธอขอพรพระทุกหน ว่าขออย่าได้เจอะเจอเจ้ากรรมนายเวรอย่างเขาอีกเลยในชาตินี้ ข่าวคราวของเขาเธอได้ยินบ้าง เพราะว่าครอบครัวเขาเป็นครอบครัวคนรวย เป็นไฮโซที่มีข่าวบ่อยๆ เธอมักจะปัดผ่าน ได้ยินแว่วๆ ว่ามีคนแต่งงานไปแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเขาหรือปภพ

“เย็นนี้ทำอะไรกินกันดีละ นิ้งอยากกินอะไรไหม? เห็นบ่นๆ อยากกินกล้วยน้ำว้า พี่ซื้อไว้ให้แล้วนะ แต่ว่ามีคนทำป่วนซะก่อน”

ตาเหลือบมองไปยังพ่อคนที่นอนก้นโด่ง กำลังเล่นกับลายชุดของอานิ้ง ไม่รู้ว่าซนเหมือนใครกัน เท่าที่จำได้ในวัยเด็ก เธอไม่ได้ซนขนาดนี้นะ คุณแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งวัน 24 ชั่วโมง บ่นในใจ ใครว่าเลี้ยงเด็กง่าย สบาย ก็อยากให้ลองมีลูกแล้วเลี้ยงเอง...มันหนักหนาสาหัสไม่แพ้กับงานไหนหรอก...

ทยิดาอมยิ้มกับสายตาของอุไรวรรณ แค่นี้ก็รู้ว่าใครทำป่วน

“เอากล้วยพี่ ไปให้ไก่แจ้กินหมดเลย น่าตีจริงๆ”

“มีไก่แจ้ด้วยหรือคะ พี่วรรณ ใครเลี้ยงหรือคะ?” หมู่บ้านนี้ไม่เคยเห็นว่ามีใครเลี้ยงสัตว์แปลกนอกจากหมาแมว และอีกบ้านที่อยู่มุมในท้ายซอยเลี้ยงเจ้านกซันคอร์นัวร์สีส้ม ที่ร้องทีดังมาถึงตรงนี้ เป็นเจ้านกปล่อยอิสระ ชอบบินเล่นทั่วหมู่บ้าน

“ไก่เถื่อนน่ะ ไม่มีเจ้าของ เจ้าของย้ายไปแล้ว มันก็ยังวนเวียนอยู่แถวบ้านเจ้าของเดิมนั่นแหละ เขารีบไปมั้ง พี่เห็นธนาคารมาขึ้นป้ายยึด เจ้าพวกนี้อยู่กันสบายเลย ไปขอข้าวบ้านโน้นบ้านนี้กินแหละ แต่ไม่มีใครเอาไปเลี้ยงหรือไปทำอะไรมัน สองสามวันนี้มาถึงแถวๆ บ้านเรา เมื่อวานเจ้าหนมโก๋เห็นเข้าชอบใจร้องกรี๊ดๆ อยากเอามาเลี้ยงแต่พี่ไม่ยอม วันนี้พี่ซื้อกล้วยไว้จะเอามาให้นิ้ง ไม่คิดว่าหนมโก๋จะเอาไปให้ไก่กินหมด”

“มี้บอกว่า...ไก่กินกล้วย” เจ้าตัวเล็กพอได้ยินว่าเป็นชื่อตัวเองก็ตั้งใจฟัง และเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ผู้ใหญ่สองคนมองสบตากันต่างอมยิ้ม

“ย่ะ ความผิดมี้เองล่ะค่ะ คุณหนมโก๋”

“กินปิ๊ดซ่า...” เสียงเล็กๆ ว่าอีกรอบ มือของทยิดาลูบผมแกอย่างเอ็นดู บินเหนือถึงจะซุกซนไปบ้าง แต่ก็ช่างพูดช่างจา เธอเหมือนได้ซ้อมเลี้ยงเด็กไปด้วย เพราะช่วยอุไรวรรณดูแลเด็กชายตัวจ้อย ตอนนี้เวลาเธอไปไหนๆ ก็มักจะมีครอบครัวของอุไรวรรณไปด้วยกัน ในสายตาของทุกคนละแวกนี้ เธอเป็นน้องสาวของอุไรวรรณ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวสามีตาย...รับรู้กันแบบนั้น

คนในหมู่บ้านนี้ส่วนมาก เป็นคนทำงานบริษัท ทำงานราชการ เวลาทำงานเป็นลูปแน่นอน หมู่บ้านมีแค่สามสิบหลัง เป็นชุมชนเล็กๆ ที่รู้จักกันเกือบทั้งหมด สบายใจเรื่องความปลอดภัย เพราะชุมชนค่อนข้างแข็งแรง ดูแลกันดี นิติก็เลือกกันในหมู่บ้าน บริหารจัดการทุกอย่างได้ดี

“ตกลงครับกินพิซซ่าก็พิซซ่า หนมโก๋กินเป็นหรือลูก”

“กินด้ายฮับ หม่ำๆ อาหร่อยมากนะ”

“กินสองคำ อยากไปงั้นแหละ” คนเป็นแม่ขัด “เปลืองเปล่าๆ พ่อคนนี้กินไม่เยอะหรอกนิ้ง”

“กินเยอะ” ทำตาแป๋วมองแม่ ก่อนจะมองอานิ้งอย่างอ้อนๆ “ปิ๊ดซ่านะฮับ”

“โอเคจ้ะ เอาไก่ด้วยไหม?”

“ไก่ด้วย”

“สั่งให้หลานเยอะแยะ หลานกินไม่หมดนะ” อุไรวรรณเบรก เธอไม่ค่อยอยากให้ทยิดาสิ้นเปลืองเงินมากมาย เพราะเห็นว่าหญิงสาวต้องทำงานเลี้ยงลูกเอง หลังคลอดทยิดาก็จะยังไม่ได้ทำงานอะไร เพราะต้องเลี้ยงลูก เธอนั้นสามีก็ให้ลาออกมาเลี้ยงลูกอย่างเดียว เธอเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยและค่าใช้จ่ายดี เงินเดือนของสหพลสามีของเธอเลี้ยงดูเธอและบินเหนือได้สบายๆ เธอยังประหยัดอดออม ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยเหมือนคนอื่น เพราะนึกสงสารเห็นใจสามีและนึกถึงอนาคตของลูก

“เดี๋ยวนิ้งกินเองค่ะ ถ้าหลานกินไม่หมด มาๆ มาดูอยากได้อะไร วันนี้อานิ้งเลี้ยงเอง เอานี่ไหม?” เปิดแอปให้หลานดู สองอาหลานคุยกันกระหนุงกระหนิง บินเหนือได้ชุดของเด็ก ที่มีเซ็ตของเล่นแถมมาด้วย มารดาเลยบ่นอย่างรู้ทันว่าที่อยากกินพิซซ่าเพราะจะเอาของแถมละสิ เอาของหลอกเด็กสินะ เจ้าตัวแสบบอกกับแม่ว่าไม่ใช่ของหลอกเด็กนะ มีประโยชน์นะ เถียงฉอดๆ จนอุไรวรรณต้องยอม

“นี่ขนาดสามขวบนะนิ้งนะ”

“เด็กซนคือเด็กฉลาดค่ะพี่วรรณ” เธอว่าแล้วหัวเราะ เธอชอบดูเวลาหนมโก๋โต้ตอบอุไรวรรณ แกฉลาดหัวไว พูดจาอะไรเหมือนมีเหตุมีผลในแบบของแกเอง แบบที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ได้แต่กลอกตา แล้วก็อมยิ้ม

“ปวดหัว...” อุไรวรรณบ่น มองดูพ่อตัวแสบ ที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วบนที่นอน หลังจากกินเสร็จ ต่อด้วยนมแม่ ที่จนถึงตอนนี้บินเหนือก็ยังกินนมแม่ แกเป็นเด็กติดเต้าแม่ลูกไปไหนไปด้วยกันตลอด ทยิดาคิดไว้ว่าถ้ามีลูก เธอก็จะให้กินนมแม่เหมือนอุไรวรรณ เพราะบินเหนือแข็งแรง ฉลาดมาก

“ดีนะของนิ้งเป็นลูกสาว คงจะไม่ทโมน พาปวดหัวเหมือนเจ้าหนมโก๋ ไหนขอพี่จับพุงหน่อยสิ” มืออุ่นๆ ของอุไรวรรณลูบเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“หลานป้า ออกมาน่ารักเรียบร้อย สวยเหมือนแม่นะ อย่าเถียงเก่งแบบพี่หนมโก๋นะ นี่แล้วจะให้ชื่อนะนายจริงๆ น่ะหรือ ไม่ต้องบ้าจี้ตั้งตามเจ้าหนมโก๋ก็ได้นะ ไม่รู้ไปเอาชื่อนี้มาจากไหน อยากให้เป็นชื่อน้อง”

“ชื่อนี้แหละค่ะ แกว่าแกเป็นพี่ชาย ชื่อนี้ก็น่ารักดีค่ะ”

“ชื่อจริงตั้งไว้หรือยังละนิ้ง เอ่อ พี่จะละลาบละล้วงไหมถ้าจะถามว่าพ่อเขาชื่ออะไร เผื่อพี่จะเอาไปให้พระอาจารย์ที่เก่งทางนี้ท่านดูให้ เห็นว่านิ้งยุ่งๆ ไม่ได้ตั้งชื่อจริงลูก เจ้าตัวแสบก็ชิงตั้งชื่อเล่นน้องเสียแล้วสิ”

“ชื่อ...” เธอเม้มริมฝีปาก ชื่อเขาเธอก็ไม่อยากจะพูด แต่ว่า...อะไรบางอย่างบอกให้เธอพูดออกไป

“ปพลค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูชื่อลูกสาวน่ารักๆ มาให้ ให้เลือกเนาะ นิ้งอยากให้มีอักษรป ปลาอยู่ในชื่อด้วยไหมจ๊ะ”

“มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ค่ะ”

อุไรวรรณนั้นพอน้องสาวพูดแบบนั้น ก็โทรศัพท์หาคนที่เธอคิดอยากจะขอชื่อหลานสาวเลยในทันที แบบว่ารอโอกาสนี้มานานแล้ว เธอถือเรื่องอะไรแบบนี้ เลยอยากให้หลานสาวมีชื่อดีๆ เอาฤกษ์เอาชัยไว้ก่อน

เธอได้ชื่อมาไว้หลายชื่อตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์เลยล่ะ ถ้ายัยหนูเกิดพรุ่งนี้ได้ชื่อดีเลย ปานทิวา มีทั้งอักษรของพ่อและแม่เก๋เลย อุไรวรรณคิดในใจ จะเอาให้ทยิดาดูแต่เธอก็หลับไปแล้ว เพราะดึกไปหน่อย

เวลาสี่ทุ่มคืนนั้น...

ทยิดาปวดท้องตอนเที่ยงคืน อุไรวรรณรีบขับรถไปส่งน้องสาวข้างบ้าน โดยมีเด็กชายบินเหนือ รับหน้าที่บอกน้องว่าอย่าเพิ่งออกมานะ อย่าออกมานะ ถึงบาลก่อน ถึงบาลก่อน ไปตลอดทาง คนจะคลอดก็ทั้งขำทั้งปวดท้อง คนขับเองก็ทั้งขำทั้งเครียดกับเสียงแจ้วๆ ดังลั่นนั่น

ทยิดาคลอดลูกสาว ผิวสีชมพูผ่องทั้งตัว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ออกมาในเวลาตอนสิบสามนาฬิกา สิบห้านาที

เด็กหญิงปานทิวา หรือมีชื่อเล่นว่านะนาย

ลูกสาวของแม่นิ้ง ถือกำเนิดมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ เป็นเด็กที่มีแต่ความรักของคนที่แวดล้อมมารดา

นี่คือครอบครัวของทยิดา...เธอลูกสาว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel