บทนำ - 2
เสิ่นซูเยว่สูดลมหายใจที่เหม็นอับเข้าปอดลึกๆ แววตาที่เคยสับสนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบและเด็ดเดี่ยว ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมให้วิญญาณของเธอแตกดับ แต่กลับส่งมาอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้ เช่นนั้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป นางก็คือเสิ่นซูเยว่แห่งยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้ นางจะขอเป็นผู้กำหนดชะตากรรมด้วยสองมือของตนเอง
ช่างโง่งมสิ้นดี มีลมหายใจอยู่ย่อมมีหนทางรอด จะยอมแพ้ต่อโชคชะตาแล้วทิ้งลูกทิ้งสามีไปง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร เสิ่นซูเยว่ตำหนิเจ้าของร่างเดิมในใจเบาๆ
แกรก
เสียงขยับตัวสวบสาบแผ่วเบาดังขึ้นที่มุมเตียงด้านใน ดึงสติของเสิ่นซูเยว่ให้ตื่นตัวทันที
ด้วยสัญชาตญาณของอดีตสายลับที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ และยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ นางจึงหันขวับไปมองต้นเสียงด้วยท่วงท่าที่พร้อมจะพุ่งเข้าหักคอศัตรู นัยน์ตาหงส์หรี่แคบลง ทอประกายคมกริบดุจใบมีดอาบยาพิษ กลิ่นอายคุกคามอันเย็นเยียบและกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างผอมบางโดยที่นางไม่ได้ตั้งใจ บรรยากาศรอบเตียงเตาพลันหนาวเหน็บและน่าพรั่นพรึงราวกับขุมนรกอเวจี
ทว่าเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจน เสิ่นซูเยว่ก็ต้องชะงักงัน
ผู้ที่อยู่ในมุมมืดหาใช่ศัตรูไม่ แต่เป็นก้อนแป้งน้อยสองก้อนที่นอนขดตัวซุกกันอยู่ใต้ผ้าห่มฝ้ายผืนบางที่ขาดรุ่ยจนเห็นปุยฝ้ายสีดำคล้ำข้างใน
เด็กชายตัวจ้อยวัยเพียงสามหนาวสะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่อสบเข้ากับสายตาของมารดา เดิมทีบ้านสามแม้จะยากจนข้นแค้นและมารดาจะอ่อนแอขี้โรคเพียงใด แต่นางก็รักลูกดั่งดวงใจ ไม่เคยดุด่าว่ากล่าวหรือลงไม้ลงมือทุบตีพวกเขาเลยสักครั้ง ทว่าในยามนี้ มารดาที่เพิ่งฟื้นไข้กลับมีแววตาที่น่ากลัวราวกับสัตว์ร้ายในป่าลึก บรรยากาศรอบตัวของมารดาเต็มไปด้วยความดุดันและเย็นยะเยือกจนทำให้เด็กน้อยหายใจไม่ออก
ความเปลี่ยนแปลงอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้สัญชาตญาณของเด็กชายกรีดร้องเตือนภัย แต่ถึงกระนั้น แฝดผู้พี่อย่างเสี่ยวอัน ก็ยังคงพยายามใช้แผ่นหลังเล็กจ้อยที่ผอมโซของตนขยับขึ้นบังร่างของน้องสาวฝาแฝดเอาไว้ แขนที่ผอมกะหร่องราวกับกิ่งไม้แห้งกอดรัดร่างของหนิงหนิงแน่น เนื้อตัวของเด็กทั้งสองสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกต่อกลิ่นอายแปลกหน้าที่แผ่ออกมาจากตัวมารดา
เสิ่นซูเยว่ได้สติในทันที นางรีบสลายกลิ่นอายสังหารและเก็บงำความคมกริบในแววตาลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจถูกผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อปรับบรรยากาศรอบกายให้กลับมาสงบนิ่งดังเดิม
เมื่อความกดดันมลายหายไป นางจึงได้มองสำรวจลูกน้อยทั้งสองอย่างเต็มตา ใบหน้าของเด็กแฝดซูบผอมจนแก้มตอบบุ๋ม ดวงตากลมโตโหลลึกเพราะขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน ริมฝีปากเล็กๆ แห้งผากแตกเป็นขุยจนมีเลือดซึมออกมา
ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเสิ่นซูเยว่พลันกระตุกวูบ ความรู้สึกปวดร้าวและเวทนาสงสารพรั่งพรูขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคออย่างไม่อาจควบคุม มันคือสายใยผูกพันอันลึกซึ้งที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งตกค้างไว้ในจิตวิญญาณ ผสานเข้ากับความรู้สึกเอ็นดูของนางเอง หญิงสาวค่อยๆ ยื่นมือที่สั่นน้อยๆ ออกไปข้างหน้า หวังจะลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีเหลืองแห้งกร้านของบุตรชายเพื่อปลอบขวัญ
เสี่ยวอันหลับตาปี๋ เกร็งตัวรับสัมผัสด้วยความประหม่าจากบรรยากาศน่ากลัวเมื่อครู่ แต่เมื่อพบว่าฝ่ามือที่วางลงบนกลุ่มผมของตนนั้นลูบไล้อย่างแผ่วเบา อบอุ่น และอ่อนโยนเหมือนท่านแม่คนเดิมที่แสนใจดี ร่างกายที่แข็งเกร็งของเด็กน้อยก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง เปลือกตาเล็กๆ เปิดขึ้นมองมารดาอีกครั้งด้วยความโล่งอก
"ท่านแม่"
เสียงเรียกแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก หนิงหนิงที่ซุกหน้าอยู่กับอกพี่ชายค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมา เมื่อเห็นว่ามารดาไม่ได้มีท่าทีน่ากลัวแล้ว ดวงตากลมโตก็เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาใส
"ท่านแม่ฟื้นแล้ว หนิงหนิงหิว... หิวเหลือเกินเจ้าค่ะ"
