บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 โจ๊กของฝ่าบาท

เยี่ยนจิ่งหลิงมีท่าทีตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขารีบผลักเว่ยหลีให้ออกห่างจากตัว เมื่อก้มลงมองก็พบว่าเจ้าหนอนน้อยที่หว่างขาของเขามันกำลังแข็งชูชันท้าทายสายตาของเว่ยหลีอยู่จริงๆ ชายหนุ่มใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะชี้หน้าด่าเว่ยหลีทันที

“เจ้ามันต่ำช้า แพศยา หน้าด้านไร้ยางอาย!”

เว่ยหลีถึงกับกรอกตาไปมาหนหนึ่ง พลางคิดในใจว่าตนเองแข็งเองแล้วยังจะมาโทษคนอื่นอีก

“ฝ่าบาท หนอนของพระองค์ทรงแข็งเองนี่เพคะ หม่อมฉันไม่ได้เป็นคนทำเสียหน่อย เอ๋? หรือว่าพระองค์ยังทรงตัดใจจากหม่อมฉันไม่ได้ จึงแข็งสู้มือเช่นนี้”

“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้ หึ! ข้าคิดเอาไว้แล้ว สตรีเช่นเจ้ามันเป็นคนดีไม่ได้หรอก เดิมทีคิดว่าไปอยู่ในตำหนักเย็นแล้วจะทำตัวดีขึ้น กลับทุเรศยิ่งกว่าเดิม ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องไปอยู่ที่ตำหนักเย็นแล้ว มาเป็นนางกำนัลรับใช้อยู่ที่ตำหนักของข้า ข้าจะดัดนิสัยเสียของเจ้าเอง”

ดัดตัวเองก่อนเถอะ!

เว่ยหลีลอบก่นด่าเยี่ยนจิ่งหลิงอยู่ในใจ นางไม่อยากจะสนใจเขาอีก เยี่ยนจิ่งหลิงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเรียกคนที่อยู่ข้างนอก

“ใครอยู่ข้างนอก ไสหัวเข้ามานี่!”

ไม่นานก็มีนางกำนัลและขันทีเดินเข้ามา เยี่ยนจิ่งหลิงจึงออกคำสั่งทันที

“หาชุดนางกำนัลมาให้นางใส่ นับแต่นี้งานหนักอันใดมอบให้นางทำทั้งหมด ไม่ต้องละเว้น ทุกๆ วันนางจะต้องมาคำนับข้าสามเวลา อย่าได้ขาด!”

บวชเป็นพระหรือจึงต้องให้ข้ามาคำนับสามเวลาน่ะ!

เว่ยหลีลอบก่นด่าเยี่ยนจิ่งหลิงในใจอีกหน นางอยากจะบ้าตาย เขานิสัยประหลาดพิลึกเกินคน ซ้ำยังเอาแต่ใจตนเองอย่างบ้าคลั่ง แต่เพราะยามนี้นางยังไม่อาจทำสิ่งใดได้จึงต้องตามน้ำไปก่อน

ขันทีผู้หนึ่งรีบพาตัวเว่ยหลีไปทันที พวกเขาจัดให้นางพักอยู่ที่เรือนเก่าซอมซ่อหลังหนึ่ง โชคดีที่เพื่อนนางกำนัลของนางค่อนข้างนิสัยดีและไม่มีปัญหากัน ทำให้เว่ยหลีพอจะวางใจลงไปได้มาก นับแต่นั้นงานทุกวันของนาง นอกจากการดูแลต้นไม้ กวาดพื้น และทำอาหารแล้ว ยังต้องไปรองรับอารมณ์ของเยี่ยนจิ่งหลิงอีกด้วย

เช้าวันนี้หลังจากทำงานเสร็จแล้ว เว่ยหลีก็มาที่ตำหนักมังกรสวรรค์เพื่อคำนับเยี่ยนจิ่งหลิง เมื่อเข้ามาถึงก็พบว่าบรรยากาศในวันนี้ค่อนข้างแปลกไปไม่น้อย เพราะไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีการร้องรำทำเพลง และกลิ่นสุราอย่างเช่นทุกวัน ยามนี้เยี่ยนจิ่งหลิงกำลังยืนหันหลังให้นางอยู่ เว่ยหลีพลันย่นหว่างคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ เขา

“อ่างน้ำบัดซบ เจ้าจงบอกข้าทีเถิด วันนี้ข้าหล่อเหลาหรือไม่ อ้อ หล่อมากเลยหรือ ดีมาก เจ้าพูดได้ดี”

เว่ยหลีได้ยินก็ย่นหว่างคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะอุทานในใจเบาๆ ว่า

ประสาท!

นอกจากจะเป็นประสาทแล้วยังเป็นบ้าอีกด้วย น่ากลัวจริงๆ

ด้านเยี่ยนจิ่งหลิงเมื่อทำเรื่องของตนเองเสร็จก็หันกลับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นเว่ยหลี ดวงตาของชายหนุ่มก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมา กับสตรีนางนี้เขาทั้งรักทั้งชังในคราวเดียวกัน

“หม่อมฉันมาคำนับฝ่าบาทเพคะ”

เอ่ยจบเว่ยหลีก็ทำการคำนับเยี่ยนจิ่งหลิงทันที ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากราวกับมีความสุขอย่างยิ่ง เขาก้าวเข้ามาหานางช้าๆ พลางเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เว่ยหลี ข้ามีข่าวดีจะบอกเจ้า”

“ข่าวดีอันใดหรือเพคะ?”

“ข้าจะรับน้องสาวเจ้าเข้าวังหลวงมาเป็นพระสนมกุ้ยเฟย นางดีกับข้าไม่น้อยตอนข้าอยู่ในจวน ข้าอยากตอบแทนนาง ต่อไปหากนางเข้าวังมาแล้ว เจ้าก็จงรับใช้นางให้ดี หากเจ้ากล้าทำให้นางไม่พอใจ ข้าจะโบยเจ้าเสีย เข้าใจหรือไม่?”

เว่ยหลีเมื่อได้ยินก็ร้องอ้อในใจ เยี่ยนจิ่งหลิงคนบัดซบผู้นี้คิดจะเอาน้องสาวของนางมาทำให้นางอกแตกตายสินะ เดิมทีร่างนี้มีน้องสาวต่างมารดาคนหนึ่งซึ่งเกิดจากอนุ นางดีต่อเยี่ยนจิ่งหลิงอย่างมาก

เหอะ อยากรับก็รับเข้ามาสิ

“หากเป็นความพอใจของฝ่าบาท เช่นนี้หม่อมฉันก็ไม่ขัดเพคะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เยี่ยนจิ่งหลิงจึงจ้องเว่ยหลีเขม็ง เขามองไม่เห็นถึงความหึงหวงและความไม่พอใจของนางเลย อยู่ๆ เขาก็รู้สึกอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาอย่างมาก ชายหนุ่มก้าวเข้าไปกระชากแขนนางเข้าหาตัว พลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ

“ร้องสิ ร้องไห้ออกมา บางทีข้าอาจจะเมตตาเจ้าขึ้นมานิดหน่อยก็ได้ ร้องออกมา!”

“ขออภัยด้วยเพคะ พอดีหม่อมฉันตาแห้ง ร้องไม่ออกเพคะ”

เยี่ยนจิ่งหลิง: “...”

เมื่อเห็นนางกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่หวาดกลัวเช่นนี้ เยี่ยนจิ่งหลิงก็ถึงกับหน้าสั่นขึ้นมาทันที สิ่งที่เขาอยากเห็นมากที่สุดคือนางร้องไห้อ้อนวอนเขา ขอร้องเขาเหมือนที่เขาเคยขอร้องนาง แต่ดูนางยามนี้สิ!

“เจ้ามันน่าโมโหนัก ทำให้ข้าอารมณ์เสีย ข้าจะลงโทษเจ้า”

“ก่อนจะลงโทษหม่อมฉัน ทรงช่วยตนเองก่อนเถอะเพคะฝ่าบาท หนอนน้อยที่หว่างขาพระองค์ทรงแข็งอีกแล้วเพคะ ให้ตายเถอะ! พระองค์ควรชักออกบ้าง ขืนเป็นแบบนี้หม่อมฉันไม่กล้าเข้ามาคำนับแล้วนะเพคะ น่ากลัวจะตายชัก!”

เมื่อเยี่ยนจิ่งหลิงก้มดูหว่างขาของตนเองก็พบว่าหนอนบัดซบมันแข็งตัวขึ้นมาอีกแล้วจริงๆ เขาเจ็บใจตนเองยิ่งนัก นึกอยากจะเอามือฟาดหนอนบัดซบนี้ให้มันยอมสงบลงเสีย

“ไสหัวไป!”

“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท อย่าลืมรีบชักออกนะเพคะ ปล่อยให้แข็งนานจะปวดเอาได้”

“ออกไป!”

เขาตวาดใส่นางอย่างไม่ไว้หน้า เว่ยหลีเองก็ไม่อยากอยู่กับคนอารมณ์ปรวนแปรจึงรีบหนีออกมาทันที ขันทีที่รออยู่ด้านนอกประตูเอ่ยวาจาตักเตือนนางเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางทำให้เยี่ยนจิ่งหลิงโมโห ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตำหนักทันที ต่อมาเว่ยหลีได้ยินเสียงของเยี่ยนจิ่งหลิงร้องครวญครางเบาๆ แต่นางกลับไม่สนใจและคิดว่าตนเองคงหูฝาดไป

ด้านเยี่ยนจิ่งหลิงก็ทนไม่ไหวแล้วเขารีบถอดกางเกงออก ก่อนจะใช้มือสาวชักลำแท่งของตนเองไม่หยุด ในหัวปรากฏภาพของเว่ยหลีวนเวียนไปมา ยิ่งกระตุ้นตัณหาในใจของเขาให้พุ่งประทุมากยิ่งขึ้น เขารังเกียจตัวเองยิ่งนัก เดิมทีเขาควรรังเกียจนาง แต่ดูสิ ยามนี้แค่เห็นหน้านางมันก็ทำให้เขาสุขสมได้อย่างประหลาด

นี่สินะ คือที่มาของคำว่า แค่มองหน้าก็แตกได้!

ด้านขันทีที่รีบร้อนวิ่งเข้ามาเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับอึ้งงันไปทันที ยามนี้ฝ่าบาทกำลังร้องครวญครางพลางสาวมือไม่หยุด ต่อมาก็มีน้ำสีขาวขุ่นพุ่งพรวดออกมาจากหว่างขาของฝ่าบาท

ขันทีเฒ่าลอบกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะครุ่นคิดในใจเบาๆ

ให้ตายเถอะ! นี่มันโจ๊กน้ำข้นชัดๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel