บทที่ 1 จิ้งจอกขาวแทนใจ
จวนอัครเสนาบดีถัง...
"ท่านพ่อ ท่านไม่คิดจะขัดราชโองการฝ่าบาทเพื่อข้าสักนิดเลยหรือ..." ถังจื่อหรงเอ่ยถามผู้เป็นบิดาในทันทีที่กลับมาถึงจวน
"ข้าเป็นอัครเสนาบดีข้างกายของฝ่าบาท จะขัดประสงค์ได้เช่นไร อย่าดื้อดึงนักเลย พี่ชายของเจ้ายังต้องการการสนับสนุนจากฝ่าบาท หรือว่าเจ้าอยากให้หลงเอ๋อร์ตายอยู่กลางสนามรบกันเล่า"
ถังเหยียนซวี่ ผู้เป็นบิดาเอ่ยตอบบุตรีโดยไม่ละสายตาขึ้นจากถ้วยชา อีกทั้งวาจาที่เอ่ยออกมากลับไร้ซึ่งความห่วงใย คำพูดเหล่านั้นไม่ต่างจากที่องค์ชายรองเอ่ย สิ่งเดียวที่จะทำให้นางยอมเชื่อฟัง
ถังเหยียนหลง บุตรชายคนโตของอัครเสนาบดีถังกับฮูหยินเอก พี่ชายร่วมมารดาของนาง แม่ทัพมากฝีมือที่ถูกส่งไปสู้รบกับแคว้นหนานอยู่นานแรมปี ไม่มีทีท่าว่าศึกจะสงบ และไม่มีคำสั่งจากฝ่าบาทให้ถอนทัพกลับมา จนกว่าจะยึดครองแคว้นหนานได้
"แต่ท่านพ่อ..." นางกำลังจะเอ่ยต่อ แต่กลับถูกเสียงหนึ่งขัดเอาไว้เสียก่อน
"ท่านพี่ ถังอวี้หลันกำลังซ้อมบรรเลงเพลงพิณ รีบไปเถิด..." เสียงใสเอ่ยกังวานดังขึ้นก่อนที่เจ้าของเสียงจะปรากฏกาย หากแต่ต้องชะงักไป เมื่อเห็นว่าถังจื่อหรงยืนอยู่ต่อหน้าของบิดา
ซูซื่ออวี้ คือฮูหยินรองของผู้เป็นบิดา และถังอวี้หลันที่เอ่ยถึงก็คือน้องสาวต่างมารดาของนาง หลังจากนั้นบิดาก็ลุกขึ้นด้วยความเงียบสงบ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับฮูหยินรอง โดยไม่แม้แต่จะสบตากับนาง
ถังจื่อหรงทอดสายตามองแผ่นหลังของผู้เป็นบิดาที่เดินจากไป ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ แม้กระทั่งบิดาเหนือเกล้ายังไม่คิดจะสนใจ ว่านางจะมีชีวิตต่อไปเช่นไร แล้วนับประสาอะไรกับบุรุษที่มีเพียงลมปากชวนหลงใหล
"ท่านแม่ จวนแห่งนี้มิใช่บ้านของข้าอีกต่อไป" เสียงใสยามนี้สั่นเครือ เมื่อเอ่ยถึง ไป๋ซูเหวิน ฮูหยินใหญ่ หรือมารดาของนางที่จากไปด้วยความตรอมใจ หลังจากที่บิดารับฮูหยินรองเข้ามาในจวนได้ไม่นาน
ถังจื่อหรงเดินเข้าเรือนของตัวเองด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก นางตัดสินใจยอมรับชะตาอย่างไม่ขัดขืน แคว้นหลิงโจวไม่มีความทรงจำดี ๆ ให้นางต้องจดจำอีกต่อไป
วันเดินทางสู่ต้าเหยียน...
ละอองหิมะช่วงต้นฤดูของปียังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ท้องฟ้าที่สดใสยามนี้ขุ่นมัวเพราะหิมะตกแรง อีกทั้งสายลมหนาวยังคงกระโชกแรง หอบเอาความเย็นยะเยือกปะทะผิวกายที่บอบบางให้สั่นสะท้านทะลุผ่านอาภรณ์เจ้าสาวสีแดงสด ที่ปักลวดลายหงส์เคียงมังกรด้วยดิ้นทองอันงดงามวิจิตร
ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับเงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าของทหารองครักษ์ที่ร่วมเดินทาง และเสียงล้อของรถม้าที่บดขยี้ลงบนพื้นดินที่กลายเป็นน้ำแข็ง และขาวโพลนไปด้วยหิมะตลอดเส้นทางที่ทอดยาว
"คุณหนู อย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าคะ นายท่านใจร้ายนัก คุณหนูกำลังจะออกเดินทางก็ยังไม่คิดจะมาส่ง..."
อวี้เถา บ่าวรับใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนฝ่ามือบางที่เย็นเยียบของผู้เป็นนายด้วยความห่วงใย
"ข้ามีเจ้าเพียงคนเดียวก็พอแล้วอวี้เถา..."
ถังจื่อหรงเปรยรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า นางมองสบตาบ่าวรับใช้อายุน้อยที่เป็นดั่งสหายและญาติมิตรด้วยความขอบคุณ
ถังจื่อหรง นั่งอยู่ภายในรถม้าหรูหรา ที่เทียบเคียงกับเกี้ยวเจ้าสาวขนาดใหญ่โต สมฐานะฮองเฮาบรรณาการของฝ่าบาทแห่งแคว้นต้าเหยียน ทว่านางกลับรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในกรงขังทองคำที่น่าอึดอัดเสียมากกว่า
ภายในพื้นที่กว้างขวางของรถม้า มีเพียงแสงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องเข้ามาเป็นระลอก จนกระทั่งรถม้าหยุดชะงักที่บริเวณด้านหน้าประตูเมือง อวี้เถาจึงชะโงกออกไปนอกบานหน้าต่าง ก่อนจะกลับเข้ามารายงานผู้เป็นนาย
"เหยียนสือ...องครักษ์ขององค์ชายรองยืนรออยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ คุณหนู"
"อะ...อืม"
ถังจื่อหรงลงจากรถม้าเพื่อพบปะกับเหยียนสือ ข้างกายของเขามีสิ่งของขนาดใหญ่ที่ถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าสีแดงสด
"คารวะ คุณหนู เอ่อ ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองให้กระหม่อมนำของกำนัลมามอบให้แด่ฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ" เหยียนสือเอ่ยผิด ๆ ถูก ๆ ราวกับงงงวยในสถานะของนาง
ดวงตาคู่งามปรายมองผ้าสีแดงอย่างไม่ใส่ใจ ของขวัญชิ้นสุดท้ายของเขาไม่อาจทำให้นางตื่นเต้นดีใจ เพียงแต่จำต้องพยักหน้าให้เหยียนสือทำตามหน้าที่ให้จบสิ้นลง
ผ้าสีแดงถูกองครักษ์ดึงลงด้วยความรวดเร็ว พลันดวงตาของนางก็เบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ร่างบางเดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัว
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของนางคือสิ่งมีชีวิตขนาดกลางที่มีขนยาว สีขาวบริสุทธิ์ราวกับปุยเมฆที่นุ่มนวล มันคือจิ้งจอกขาวแสนหายาก มันกำลังนอนขดตัวสั่นอยู่บนผ้าไหมเนื้อดีที่ถูกปูเอาไว้ ดวงตาสีน้ำตาลอมแดงที่ใสแจ๋วของมันเงยขึ้นมองนางด้วยความตื่นตระหนกและดูหวาดกลัว อีกทั้งยังดูอ่อนแอ ไร้ทางสู้เสียจนใจของนางกระตุกวูบลงไป
นางยังคงจดจำได้ดี เมื่อนานมาแล้วในวันที่หิมะโปรยปรายกลางป่า นางเคยบอกกับเขาว่าอยากเลี้ยงจิ้งจอกสีขาวสักตัว ในตอนนั้นเขายิ้มรับรู้ในความต้องการและสัญญากับนางว่าจะหามาให้ได้
แต่ถังจื่อหรงไม่เคยคิดเลยว่า เขาเลือกที่จะมอบมันให้แก่นาง ในวันที่นางจะหลุดพ้นไปจากเขา นางยืนเหม่ออยู่นานจนกระทั่งเหยียนสือมอบกระบอกไม้ไผ่ฉลุลายให้กับนาง
'ข้าขอให้เจ้ารับมันเอาไว้ ให้มันเป็นตัวแทนของข้า ว่าข้ายังอยู่ข้างกายของเจ้าเสมอ'
ฝ่ามือบางขยำกระดาษอย่างแรงจนยับยู่ ถังจื่อหรงจ้องมองจิ้งจอกตัวนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ภายในอก ความเกลียดชังบุรุษผู้นั้นโลดแล่นขึ้นมาจนเส้นเลือดบริเวณขมับถึงกับปูดโปน
เหตุใดถึงต้องส่งสิ่งที่นางอยากได้มาในเวลานี้ หรือว่าเขาส่งมาเพื่อให้นางจดจำใบหน้าของเขาเอาไว้ตลอดไป หรือส่งมาเพื่อให้นางรู้สึกถวิลหากันแน่
ริมฝีปากสีสวยเม้มแน่นจนได้กลิ่นของโลหิต และรู้สึกขยะแขยงในความคิด และทุกอย่างที่เป็นตัวแทนของเขา แม้กระทั่งเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ก็ยังต้องทำหน้าที่ไม่ต่างไปจากโซ่ตรวนที่ล่ามขาของนาง ให้ดำดิ่งอยู่ในความทรงจำของนางและเขา
ในจังหวะที่นางกำลังจะถอยหลังหนีด้วยความเย็นชาราวกับไม่ต้องการ ทว่าเจ้าจิ้งจอกสีขาวกลับค่อย ๆ ขยับอุ้งมือที่สั่นเทาออกมาจากกรงเพื่อตรึงนางเอาไว้ให้หันกลับไปมอง
มันไม่ได้แสดงท่าทีเชิดหยิ่งตามสัญชาตญาณ แต่กลับส่งเสียงครางต่ำในลำคอราวกับต้องการจะอ้อนวอนขอความอบอุ่น มันซบใบหน้าเล็ก ๆ แนบไปกับกรงอย่างรู้ความและนอบน้อม
ราวกับตัวมันเองก็รู้ดีว่าบนโลกใบนี้ มีเพียงนางที่เป็นโลกทั้งใบของมัน หากว่านางทอดทิ้ง มันก็ไม่มีที่ให้ไปอีกแล้ว ด้วยชะตาชีวิตที่ไม่ต่างกันสักเท่าไร ถังจื่อหรงก็ชะงักงัน ความอ่อนโยนทำให้กำแพงในใจถึงกับสั่นคลอน
นางมองดูจิ้งจอกขาวที่ถูกพรากจากป่ามาอยู่ภายในกรงทอง ไม่ต่างอะไรกับตัวของนางที่ถูกพรากไปจากบ้านเกิด เพื่อคานดุลอำนาจระหว่างแคว้น ความเงียบงันแผ่ปกคลุมในชั่วอึดใจ ก่อนที่นางจะค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปใกล้ แล้วช้อนร่างที่นุ่มนิ่มที่นอนอยู่ในกรงขึ้นมาโอบกอดเอาไว้แนบอก
“เจ้าเองก็มีชีวิตไม่ต่างจากข้า...” นางพึมพำด้วยเสียงแผ่ว น้ำเสียงนั้นแห้งผากราวดอกไม้ที่ขาดน้ำมาเนิ่นนาน แล้วเอ่ยต่อ “เขาส่งเจ้ามาเพื่อหวังจะให้ข้าคิดถึง...เเต่เขาคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าความรักที่ข้าเคยมีให้มันสูญสิ้นไปหมดแล้ว”
ถังจื่อหรงหลับตาลง ก่อนที่นางจะตัดสินใจรับจิ้งจอกตัวนี้ไว้ แต่มิใช่ในฐานะตัวแทนของความคิดถึง แต่เป็นสิ่งย้ำเตือนวาจาลวงที่เขาเคยเอ่ยปาก นางจะเลี้ยงจิ้งจอกตัวนี้เอาไว้เป็นกระจกสะท้อนความแค้น
ทุกครั้งที่นางมองเห็นมัน นางก็จะจดจำได้อย่างไม่มีวันลืม ว่าหัวใจของนางถูกเหยียบย่ำมามากเพียงใด เมื่อความจริงใจนั้นไม่อาจเทียบเคียงกับเกมอำนาจ นางก็จะระลึกเอาไว้เสมอว่าต้องร้ายกาจและมีเหลี่ยมร้ายให้มากกว่าสุนัขจิ้งจอก
ร่างระหงในอาภรณ์งดงามประทับนั่งในรถม้า พร้อมกับเจ้าจิ้งจอกที่นั่งเคียงกาย นางเปิดม่านขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ลมหนาวกระทบกับใบหน้า ดวงตาคู่งามมองย้อนกลับไปยังกำแพงเมืองหลวงแคว้นหลิงโจวที่เริ่มจะไกลออกไป
พลันน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลรินออกมา ก่อนจะถูกลมหนาวพัดจนแห้งเหือดไป
“จากนี้ไป...ข้ามิใช่ถังจื่อหรงผู้โง่งมอีกต่อไป แต่ข้าจะเป็นฮองเฮาของแคว้นต้าเหยียน และจะทำให้พระองค์รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่ส่งหม่อมฉันมา”
ถังจื่อหรงปิดม่านลงอย่างแรง ราวกับต้องการตัดขาดโลกภายนอก และทิ้งอดีตอันแสนเลวร้ายเอาไว้เบื้องหลัง เส้นทางการเป็นฮองเฮาแห่งต้าเหยียนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...ไม่ใช่เพราะการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น แต่เป็นการยืนอยู่เหนือกระดานที่ผู้อื่นวางเอาไว้ และพี่ชายเพียงคนเดียวของนางจะต้องหลุดพ้นจากแคว้นหลิงโจวด้วยเช่นกัน
นางกระชับอ้อมกอดที่โอบอุ้มจิ้งจอกขาวแนบแน่นขึ้น สายตาที่ทอดมองทุกสิ่งยามนี้เยือกเย็นและลึกล้ำ ก่อนที่เสียงใสจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับฝ่ามือเรียวบางที่ลูบไล้ศีรษะของมันด้วยความอ่อนโยน
"ไป๋อิ๋ง...นี่คือชื่อของเจ้า..."