บท
ตั้งค่า

บทนำ เศษซากหัวใจ

ท้องนภาที่อยู่เหนือแคว้นหลิงโจวยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบ เมื่อสายลมหนาวในฤดูเหมันต์เริ่มพัดพาเอาความเยือกเย็นจากยอดภูเขาสูงลงมาสู่ใจกลางเมืองหลิงตู เกล็ดน้ำแข็งบางๆ เริ่มเกาะไปตามกิ่งหลิวสีน้ำตาลเข้มที่แห้งเหี่ยว ถังจื่อหรง ยืนอยู่บนป้อมปราการกำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโบกให้ชายอาภรณ์สีครามเข้มของนางปลิวไสว แต่ทว่านางกลับไม่ได้รู้สึกถึงความเย็นที่กระทบกับผิวกาย เพราะในยามนี้หัวใจของนางกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าอากาศที่วนเวียนอยู่รอบกายหลายเท่านัก

ภายในมือเรียวบางของนางปรากฏเส้นโลหิตที่ปูดโปน จากการกอบกำม้วนราชโองการสีทอง ที่ไม่ต่างจากแผ่นน้ำแข็งแหลมคมที่กรีดแทงลงบนฝ่ามือให้แดงฉาน

“จื่อหรง ลมหนาวเริ่มพัดแรงแล้ว เจ้าไม่ควรมายืนโต้ลมเช่นนี้ เข้าไปข้างในเถิด”

เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพร้อมกับสัมผัสอ่อนนุ่มของผ้าคลุมขนสัตว์ผืนใหญ่ ที่วางลงบนลาดไหล่ด้วยความอ่อนโยน องค์ชายรอง เซียวจื่ออัน ก้าวมายืนเคียงข้างกายของนาง ใบหน้าของเขายังคงหล่อเหลาประดุจหยกสลัก ทว่านัยน์ตาที่เคยสะท้อนภาพของนางด้วยความรัก ยามนี้กลับเต็มไปด้วยแผนการมากมาย และหนทางสู่อำนาจ

ถังจื่อหรงได้แต่เบี่ยงกายหลบสัมผัสของเขาอย่างเฉยชา หากเป็นก่อนหน้าที่นางจะได้รับราชโองการ ก็คงจะรู้สึกดีและเขินอายอยู่ไม่น้อยกับการกระทำของบุรุษเบื้องหน้า

ดวงตาคู่งามทอดมองออกไปเบื้องหน้า ด้านล่างกำแพงเมืองเป็นเส้นทางสู่แคว้นต้าเหยียน ที่พื้นหญ้าในยามนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนของหิมะบางเบาในช่วงต้นฤดูหนาว

“หน้าหนาวปีนี้มาเร็วกว่าที่คิดเอาไว้นะเพคะ...เหมือนกับความเมตตาของฝ่าบาทและพระองค์ ที่ส่งมาถึงหม่อมฉันอย่างรวดเร็ว จนไม่มีเวลาได้ตั้งตัว” น้ำเสียงของนางบ่งบอกถึงความไม่พอใจ และเอ่ยกระทบกระทั่งเสียดสี

เซียวจื่ออันถอนหายใจออกมา จนเกิดไอสีขาวจาง ๆ ออกมาจากปากและตามจังหวะหายใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงอนง้อสตรีที่เมื่อครู่เบี่ยงกายหนี

"เจ้าก็รู้ว่าราชโองการของเสด็จพ่อยากนักที่จะปฏิเสธ ยามนี้แคว้นหลิงโจวต้องการทหารของต้าเหยียนเพื่อมาช่วยรบกับชนเผ่าทางเหนือ มีเพียงการส่งสตรีสูงศักดิ์ไปเชื่อมสัมพันธ์เท่านั้น ที่จะทำให้ต้าเหยียนยินยอม..."

บุรุษร่างสูงพยายามที่จะโอบกอดนาง แต่กลับไม่เป็นผล เขาจึงได้แต่สอดมือเข้าในชายอาภรณ์คลายความหนาว

"ความต้องการของแคว้นหลิงโจวอาจมีเพียงเท่านั้น...แล้วความต้องการของพระองค์เล่าเพคะ คือสิ่งใด บอกหม่อมฉันสิเพคะว่าพระองค์ไม่ได้วางแผนเรื่องนี้กับฝ่าบาท..."

ดวงตาคู่งามที่แดงก่ำ เงยขึ้นมองสบตากับอีกฝ่ายด้วยความรู้ทัน นางต้องการหยั่งเชิงท่าทีของเขาเท่านั้น

“ไม่เอาน่า เจ้ายังโกรธข้าเรื่องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นั่นอยู่อีกหรือ... ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ยินดี แต่จื่อหรง เจ้าคือสตรีที่เฉลียวฉลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบเจอ เจ้าต้องมองให้ออกว่าแคว้นต้าเหยียนคือหมากตัวสำคัญ ฮ่องเต้ผู้นั้นเพิ่งขึ้นครองราชย์ ทั้งยังอ่อนเยาว์และไร้รากฐาน ขุนนางเฒ่ามองเขาเป็นเพียงหุ่นเชิด หากเจ้าไปที่นั่น เจ้าจะไม่ได้เป็นเพียงฮองเฮา แต่เจ้าจะเป็นสะพานสู่อำนาจให้ข้า...”

ถังจื่อหรงผินหน้ากลับมาสบตาเขา ดวงตาของนางว่างเปล่าจนองค์ชายรองรู้สึกใจหายอยู่ไม่น้อย ก่อนที่นางจะเอ่ยต่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยัน

“เพื่อพระองค์...หม่อมฉันต้องทิ้งบ้านเกิด ทิ้งศักดิ์ศรี เพื่อปรนนิบัติบุรุษที่หม่อมฉันไม่ได้รัก ในแคว้นที่เต็มไปด้วยการแย่งชิง เพื่อเป็นสะพานให้พระองค์เหยียบย่ำไปสู่อำนาจอย่างนั้นหรือเพคะ”

“มันไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด” เขารีบคว้าต้นแขนของนางเอาไว้แน่น ทั้งที่แววตาคู่คมยังคงฉายชัดถึงความกระหายในบัลลังก์ที่ไม่ใช่ของตน

"หม่อมฉันควรคิดอย่างไรเล่าเพคะ..." เสียงใสเค้นในลำคอ เอ่ยถามไถ่โดยที่ไม่คาดหวังในคำตอบ

“เจ้าก็รู้ ว่าหลิงโจวมีฮ่องเต้ได้เพียงผู้เดียวนั่นก็คือพี่ชายของข้า ยามนี้ต้าเหยียนอ่อนแอ หากเราได้ต้าเหยียนมาครอบครอง เมื่ออำนาจอยู่ในมือข้า เจ้าก็จะเป็นฮองเฮาของข้า...”

“แล้วความรักเล่าเพคะ” นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว แต่ความปวดร้าวกลับชัดเจน “ความรักที่พระองค์เคยบอกว่าหม่อมฉันมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด เหตุไฉนยามนี้ถึงส่งหม่อมฉันสู่มือของชายอื่น...”

องค์ชายรองนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะเชยปลายคางของนางขึ้นมา เพื่อมอบจุมพิตที่หน้าผาก ทว่านางกลับเมินหน้าหนี เขาจึงต้องหว่านล้อมนางให้โอนอ่อนตามอีกครั้ง

“ความรักของข้าที่มีต่อเจ้าจะยังคงอยู่ เมื่อใดที่ข้าได้ครอบครองต้าเหยียน เจ้าก็จะได้ทุกสิ่ง ไปเถิดจื่อหรง ไปสร้างรากฐานให้ข้าที่นั่น เมื่อถึงเวลา ข้าจะยกทัพไปหาเจ้า และมีเจ้าเป็นฮองเฮาเคียงคู่บัลลังก์อย่างสมเกียรติ”

ถังจื่อหรงได้แต่เหยียดยิ้มขึ้นด้วยความขื่นขม กับความเห็นแก่ตัวของบุรุษที่มองเห็นแต่เพียงอำนาจ จนลืมเลือนความรักที่เคยมีให้ คำสัญญาในฤดูหนาวของเขาคงไม่ต่างกระไรกับหิมะที่มักจะละลายหายไปเมื่อฤดูกาลเปลี่ยนผันไป

"สตรีที่ตกเป็นของชายอื่น พระองค์มั่นใจแล้วหรือเพคะว่าพระองค์จะยอมรับ..."

คำถามที่นางเอ่ยถามออกไป ทำให้ท้องฟ้าแห่งฤดูเหมันต์ที่ควรจะสดใส หม่นหมองลงไปในทันที เมื่อนางและเขาต้องเผชิญหน้ากันบนพื้นฐานของความเป็นจริง ความรักที่เคยมียามนี้ได้สูญสิ้นกลายเป็นเถ้าถ่าน เหลือเพียงกลิ่นอายความเคียดแค้นจาง ๆ ของสตรีที่หัวใจพังย่อยยับ

เซียวจื่ออันสัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง เขามองไม่เห็นความอ่อนโยนในดวงตาของถังจื่อหรงอีกต่อไป หากแต่ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดและคิดทบทวนตามวาจาที่เอ่ยถามของนาง ความต้องการของเขามีเพียงบัลลังก์ต้าเหยียนเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรนางก็ย่อมต้องทำตามราชโองการของฝ่าบาทผู้เป็นบิดาของเขาอยู่ดี

แต่ด้วยความรู้สึกดี ๆ ก่อนหน้า เขาจึงยอมอ่อนข้อ พูดจาหว่านล้อมให้นางโอนอ่อนผ่อนตาม ประหนึ่งคนรักที่ยังมีเยื่อใยดี ๆ ต่อกัน

“เจ้าต้องเชื่อใจข้า เอาล่ะ จื่อหรงข้าไม่อยากทะเลาะกับเจ้าแล้ว พักผ่อนให้ดี เพราะเจ้าต้องเตรียมตัวเดินทางในอีกสามวันข้างหน้า” เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงฟังดูเรียบเฉย ตัดบททุกสิ่งทุกอย่างให้จบลง

"เพียงเท่านี้จริง ๆ หรือเพคะ ที่พระองค์ต้องการบอกกับหม่อมฉัน..." เสียงใสพึมพำในลำคอ ริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างยอมรับในโชคชะตา นางรักบุรุษผิดคนไปเสียแล้ว

“ก่อนที่เจ้าจะไปจากหลิงโจว ข้าให้คนเตรียมของกำนัลเอาไว้ให้เจ้า...เพื่อเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าในใจของข้ามีเจ้า และรอคอยเจ้าอยู่เสมอ”

สองมือเรียวบางกำเข้าหากันแน่น จนปลายเล็บจิกลงบนเนื้อหนังให้รู้สึกแสบ แต่นั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับการเสียเวลาสนทนากับบุรุษที่เปี่ยมล้นด้วยความเห็นแก่ตัว เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งยังหน้าไม่อาย อาจหาญเอ่ยวาจาที่ไร้เค้าโครงความเป็นจริง ราวกับว่านางเป็นเพียงดรุณีน้อย ที่เลิกร้องไห้งอแงเพราะบิดาบอกว่าจะให้กินขนม

ถังจื่อหรงสูดลมหายใจเข้าลึก ความกดดันและความเจ็บปวด ถูกนางจัดการด้วยความรวดเร็ว บุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าหาได้มีความสำคัญที่นางต้องทุ่มเทใจอีกต่อไป บางทีการเดินทางไกลในครั้งนี้ อาจจะทำให้นางได้พบกับชีวิตใหม่ นางก็จะถือเสียว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ในครานี้คือการเสี่ยงดวง

“เพคะ...ในเมื่อพระองค์ต้องการให้หม่อมฉันเป็นสะพานสู่อำนาจที่ยิ่งใหญ่ หม่อมฉันก็ยินดีทำตามประสงค์” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวจนฟังดูน่ากลัว

"ข้าดีใจยิ่งนัก ที่เจ้าเข้าใจข้า"

องค์ชายรองยิ้มกว้างด้วยความพึงใจ หากแต่รอยยิ้มนั้นกลับเจื่อนลงในพริบตา เมื่อสตรีเบื้องหน้าเอ่ยวาจาต่อจนจบประโยค

“หม่อมฉันจะเป็นฮองเฮาแห่งต้าเหยียน จะเป็นหูเป็นตาให้พระองค์ได้อย่างที่ทรงปรารถนา...แต่หม่อมฉันขอให้พระองค์จดจำเอาไว้ ว่า สะพานที่รากฐานไม่มั่นคง วันหนึ่งก็จะถูกกัดกร่อนจนเปราะบาง และวันนั้นมันอาจจะถล่มลงมาในช่วงเวลาที่พระองค์กำลังจะเดินข้ามผ่านไปก็ได้!”

"เจ้าจะทำเช่นนั้นกับข้าก็ได้ แต่จงอย่าลืมสิ้น ว่าพี่ใหญ่ร่วมมารดาของเจ้า ยังสู้รบอยู่ที่ชายแดน..."

เมื่อเห็นว่าสตรีเบื้องหน้ามีท่าทีต่อกร เขาจึงผุดยิ้มร้ายขึ้นบนใบหน้า เอ่ยวาจาที่ทำให้นางต้องชะงัก จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวที่จะทำให้นางเชื่อฟังอย่างไร้ข้อแม้

"สารเลว..."

ปลายเท้าทั้งสองหยุดนิ่ง พี่ชายใหญ่คือสิ่งเดียวที่พวกเขาใช้ต่อกรกับนาง หากแต่ถังจื่อหรงกลับไม่แสดงความวิตกใด ๆ ออกไป นางเพียงแต่กัดฟันเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดัง ถ้อยคำเดียวที่ทำให้อีกฝ่ายโกรธจนหน้าแดงก่ำ ก่อนที่ฝ่ามือเรียวบางจะเหวี่ยงเสื้อคลุมขนสัตว์ให้หลุดออกจากกาย จนผ้าผืนนั้นตกลงสู่พื้น นางไม่ได้ยอบกายลงเก็บด้วยความถนอม แต่นางกลับเหยียบย่ำฝ่าเท้าขยี้ลงไป ก่อนจะเดินผ่านไปอย่างไม่ไยดี

"เจ้า!..."
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel