ตอนที่ 9 ทวงของ
กู้เถียนเถียนรู้สึกว่าก้นของเธอถูกอะไรบางอย่างที่แข็งๆ ดันอยู่ เธอจึงขยับตัวไปมาเล็กน้อย
“อยู่นิ่งๆ!” เสียงดุอันคุ้นเคยของซ่งอี้อันดังขึ้นข้างหูเธออีกครั้ง
“สามีขา ป้อนเค้าหน่อยสิ~”
“คุณอย่าให้มันมากเกินไปนัก!”
กู้เถียนเถียนชำเลืองมองเขา เห็นเขายังคงปั้นหน้านิ่งเหมือนเดิมเธอก็เลยทำปากยื่นใส่
ซ่งอี้อัน: “กินเองสิ มือไม้ก็มีไม่ใช่เหรอ!” ยอมให้นั่งตักนี่ก็ถือว่าถอยให้ก้าวใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้วนะนี่ยังจะมาให้ป้อนอีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ! เพ้อเจ้อสิ้นดี!
ทันใดนั้น ‘บนหน้าขา’ ของเขาก็มีมือน้อยๆ เย็นเฉียบแปะลงมา
รูม่านตาของซ่งอี้อันขยายกว้างขึ้นทันที พร้อมกับเสียงออดอ้อนออเซาะของกู้เถียนเถียนที่ดังขึ้นข้างหู: “สามีขาาา~”
มุมปากของซ่งอี้อันกระตุกยิบๆ “เอามือออกไป... เดี๋ยวผมป้อนเอง!”
“อ้อ~” กู้เถียนเถียนขานรับเสียงลากยาวอย่างเนิบนาบ ตอนที่จงใจเลื่อนมือออก นิ้วก้อยเรียวเล็กของเธอยังแกล้งลากผ่านเบาๆ อย่างซุกซนอีกด้วย
“...”
ซ่งอี้อันขมวดคิ้วแน่น!
กู้เถียนเถียนยักคิ้วอย่างผู้ชนะ แต่เธอก็ยังแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสาเอ่ยว่า: “สามีขา กล้ามเนื้อขาคุณแน่นจังเลยค่ะ แข็งปั๋งเลย... อ้ามมม~” เธอยังพูดไม่ทันจบ ซาลาเปาลูกใหญ่ก็ถูกยัดเข้ามาเต็มปากพอดี
กู้เถียนเถียนหลุบตามอง เห็นในมือเขาถือซาลาเปาไว้อีกตั้งสามลูก... เขากินข้าวท่าไหนเนี่ย? มือเดียวคว้าทีละสามลูกเลยเหรอ?
“รีบกิน อย่าพูดมาก!”
กู้เถียนเถียนคาบซาลาเปาหันไปมองเขา เลยถูกเขาใช้ข้อศอกดันหน้ากลับไป: “กินซะ!”
กู้เถียนเถียนจัดการซาลาเปาไปสองลูก และดื่มนมไปอีกหนึ่งแก้ว
ซ่งอี้อันถามอย่างไม่แน่ใจ: “อิ่มแล้วเหรอ?”
กู้เถียนเถียน: “อื้อ”
“อิ่มจริงๆ นะ?”
กู้เถียนเถียนพยักหน้า: “ใช่ค่ะ!”
ซ่งอี้อันมองดูซาลาเปาที่เหลืออีก 7 ลูก เมื่อครู่เขาเพิ่งจัดการครึ่งลูกที่กู้เถียนเถียนกินเหลือไป แล้วเธอก็กินไปอีก 2 ลูก ตรงหน้าเธอยังมีนมเหลืออีกหนึ่งแก้ว
ตอนนี้ซ่งอี้อันเองก็กินไม่ลงแล้ว ประจวบเหมาะกับที่มีพลทหารคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี
เขาตะโกนเรียกไปทางโรงอาหาร: “หัวหน้าโจวครับ หัวหน้าห้องผมฝากมาบอกให้ไปรับไม้กวาดที่ฝ่ายพลาธิการครับ!”
หัวหน้าโจวจากโรงอาหารขานรับ: “ได้ เดี๋ยวไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ซ่งอี้อัน: “มานี่!” เขาตะโกนเรียกพลทหารคนนั้น!
พลทหารตัวน้อยที่ปกติเห็นยศใหญ่สุดก็แค่ผู้กอง ส่วนผู้พันซ่งนี่จะได้เห็นก็แค่ตอนประชุมรวมทั้งกรมและมองได้แค่ไกลๆ เท่านั้น
พอถูกซ่งอี้อันเรียกเข้าหา พลทหารน้อยก็ถึงกับใจสั่นขวัญแขวน
เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วตะเบ๊ะทำความเคารพซ่งอี้อัน: “รายงานผู้พัน เรียกผมมีอะไรครับ!”
ซ่งอี้อันประคองกู้เถียนเถียนลุกขึ้นยืนพลางหยิบกระเป๋ามุกของเธอขึ้นมาถือไว้ แล้วสั่งพลทหารว่า: “เอานมแก้วนี้ไปดื่มซะ!”
“ครับผม!” พลทหารรับคำสั่งทันควันหยิบขึ้นมาดื่มรวดเดียวจบ
อย่างที่ว่ากันว่า ทหารมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเป็นสำคัญ! กู้เถียนเถียนเห็นเขา ‘เผด็จการ’ ขนาดนี้ ตัวเองไม่ดื่ม เขาก็กินไม่ลง เลยโยนให้คนอื่นซะงั้น
เธอมองซาลาเปาที่เหลือแล้วเอ่ยว่า: “แล้วซาลาเปาพวกล่ะ...”
ซ่งอี้อัน: “ซาลาเปานี่ก็กินซะด้วย!”
พลทหาร: “ครับผม!” เขาคว้าซาลาเปาทีละสามลูกยัดเข้าปากทันที
กู้เถียนเถียน: “อ๊ะ! ฉันกะจะห่อกลับบ้านไปกินนะเนี่ย”
ซ่งอี้อัน: “งั้นไม่ต้องกินแล้ว!”
“ครับผม!” พลทหารหยุดกึกทันที!
“ไปเอาถุงมา ห่อให้พี่สะใภ้เอากลับไปกินที่บ้าน!”
“ครับผม!” ทั้งที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง แต่พลทหารคนนั้นกลับวิ่งเหยาะๆ ไปเอาถุงมาให้อย่างกระตือรือร้น
กู้เถียนเถียนเห็นมือของเขาที่คว้าซาลาเปาไปเมื่อครู่ก็หมดความอยากอาหารทันที
เธอหันไปบอกซ่งอี้อัน: “สามีขา ฉันไม่อยากกินอันนั้นแล้ว ไปเอาซาลาเปาลูกใหม่ในครัวมาห่อให้ฉันเถอะค่ะ ดูสิ มือเขาจับโดนหมดแล้ว เชื้อโรคทั้งนั้นเลย!”
ซ่งอี้อันขมวดคิ้วพลางมองมือพลทหาร: “มือนายไปโดนอะไรมาบ้างหรือเปล่า?”
พลทหาร: “รายงานผู้พัน ผมเพิ่งตรวจเช็กของใช้ประจำวันครับ มีทั้งไม้กวาดใหม่ ไม้ถูพื้น พลั่ว ทัพพี แปรง แปรงสีฟัน แก้วน้ำ กะละมังล้างหน้า ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ ตรวจเสร็จแล้วหัวหน้าห้องตรวจสอบแล้ว จ่าอนุมัติ ผู้กองเซ็นรับเรียบร้อยครับ! ตอนนี้แจ้งให้แต่ละหมู่มารับของใช้ที่ฝ่ายพลาธิการครับ!”
ซ่งอี้อัน: “แล้วนายได้ล้างมือหรือเปล่า?”
พลทหารหน้าถอดสี: “เปล่าครับ!”
กู้เถียนเถียนได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่ยอม เธอเตะเท้ากระฟัดกระเฟียดโผเข้ากอดซ่งอี้อัน: “อ๊ายยย สามีขาาา~”
ซ่งอี้อันปั้นหน้านิ่ง: “ไปล้างมือซะ แล้วลอกแป้งข้างนอกซาลาเปาพวกนี้ออก กินเองให้หมดซะล่ะ!”
“ครับผม!” พลทหารรับคำอย่างดีใจ เขาตรวจเช็กของพวกนั้นมาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวซักคำ ท่านผู้พันช่างรู้ใจและรักลูกน้องจริงๆ
พลทหารรีบวิ่งไปที่ก๊อกน้ำเพื่อล้างมือทันที
ซ่งอี้อันจัดการห่อซาลาเปาลูกใหม่กลับบ้านไปสองสามลูก
พอทั้งคู่เดินเข้าบ้านพักทหาร ก็เจอเข้ากับ ฉู่เวยเวย ที่ถือกุยช่ายกำใหญ่ในมือ ดูท่าจะเพิ่งตัดมาจากสวนผักสดๆ
“ผู้พันซ่ง วันนี้กลับบ้านเร็วเชียวนะคะ?”
ซ่งอี้อันพยักหน้าเล็กน้อย เตรียมจะพากู้เถียนเถียนเดินขึ้นบันไดกลับห้อง
ฉู่เวยเวยชำเลืองมองทั้งคู่แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปซุบซิบกับ จ้าวซิ่วซิ่ว ภรรยาผู้กองหวังที่อยู่ข้างๆ : “เห็นไหมล่ะ สงสัยจะหนีตามชู้ไม่สำเร็จเลยโดนผู้พันซ่งลากคอกลับมาแน่ๆ ดูสิ กระเป๋าก็โดนผู้พันถือไว้ ข้างในน่ะต้องเป็นเงินชัวร์!”
ซ่งอี้อันได้ยินประโยคนั้น เขาจึงยกมือขึ้นปิดหูกู้เถียนเถียนไว้ทั้งสองข้าง ตั้งท่าจะรีบเดินขึ้นห้องไป
ทว่ากู้เถียนเถียนกลับผลักมือเขาออก เธอหันไปสวนกลับฉู่เวยเวยทันที: “หุบปากเหม็นๆ ของเธอซะ! วันๆ ดีแต่กุเรื่องใส่ร้ายคนอื่น เธอเห็นอะไรมิทราบ?”
ฉู่เวยเวยเห็นซ่งอี้อันอยู่ด้วยเลยแสร้งยิ้มให้กู้เถียนเถียน: “ฉัน... ฉันก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครซักหน่อย เธอจะรีบรับสมอ้างทำไมล่ะ?”
กู้เถียนเถียน: “ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป ที่ดินหนึ่งหมู่หรือพื้นที่เกษตรส่วนกลางของบ้านฉันที่เธอปลูกผักอยู่ คืนมาซะ ฉันจะไม่ให้เธอปลูกแล้ว”
ฉู่เวยเวยที่ในมือกำกุยช่ายแน่นถึงกับอึ้ง เพราะกุยช่ายพวกนี้ก็ปลูกในที่ดินของบ้านกู้นั่นแหละ
กู้เถียนเถียนหันไปมองจ้าวซิ่วซิ่วต่อ: “แล้วที่ดินของบ้านฉันที่บ้านเธอปลูกอยู่ ก็คืนมาด้วยเหมือนกัน”
จากนั้น สายตาเธอก็เลื่อนไปหยุดที่ ป้าสิง: “ป้าสิงคะ ที่ดินบ้านหนูที่ป้าใช้อยู่ก็คืนมาด้วย แล้วก็เรื่องกระติกน้ำร้อนที่ป้าทำแตกคราวก่อน จ่ายค่าเสียหายมาด้วยค่ะ”
“แล้วก็แก้วน้ำใบใหญ่ใบใหม่เอี่ยมที่ไม่บิ่นซักนิดที่ป้าเอาจากบ้านหนูไป ก็เอามาคืนซะ”
“เมื่อเดือนที่แล้ว ผ้าห่มขนหนูผืนใหม่ที่อี้อันตากไว้ในลานบ้าน ป้าเป็นคนตีเนียนเก็บไปใช่ไหม? บอกไว้ก่อนนะ ผ้าที่พวกป้าใช้แล้วหนูไม่เอา คืนเป็นของใหม่มาซะ”
“บอกลูกชายที่เป็นผู้กองของป้าด้วย ให้ไปเบิกของใหม่จากฝ่ายพลาธิการมาคืนหนู ถ้าเบิกไม่ได้ ก็ทำตามระเบียบ หักเงินเบี้ยเลี้ยงลูกชายป้ามาจ่ายคืนซะ!”
ป้าสิงได้ยินแบบนั้นก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที ตะโกนเสียงดังลั่นราวกับว่าการเอาเปรียบคนอื่นคือความถูกต้อง
“คุณกู้ พูดแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ? เราเป็นเพื่อนบ้านกันนะ อาศัยอยู่ในบ้านพักเดียวกัน บ้านฉันก็แค่ขอยืมใช้หน่อยเดียวเอง”
“ทำไมต้องมาขี้เหนียวจู้จี้ขนาดนี้ด้วย! นี่... สามีเธอก็ยืนอยู่นี่นะ บ้านตระกูลซ่งเปลี่ยนมาให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“ผู้หญิงที่วันๆ คิดแต่จะหนีตามชู้รักข้างนอกอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมาวางมาดเป็นนางพญาจอมปลอมแถวนี้!”
กู้เถียนเถียนย่อมไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้ “ทำไม? ป้ามายึดที่ดินบ้านหนูแล้วไม่ยอมคืน นี่ยังจะทำตัวมีเหตุผลอีกเหรอ? หนูจะบอกให้นะ ต่อให้วันนี้จะโวยวายจนฟ้าถล่ม ป้าก็ต้องคืนที่ดินที่ปลูกผักบ้านหนูมา!
ต่อไปหนูจะใช้ที่ดินตรงนี้ปลูกผักกินเอง สามีหนูเขาเป็นคนใจดี ไม่ชอบถือสาหาความกับพวกป้า เลยปล่อยให้พวกป้าปลูกผักกินฟรีๆ มาสองปีกว่า แต่ถามหน่อยเถอะ มีบ้านไหนบ้างที่เอาผักมาแบ่งให้บ้านหนูกิน?”
พูดจบ กู้เถียนเถียนก็ปรี่เข้าไปแย่งกำกุยช่ายมาจากมือของฉู่เวยเวยทันที
ฉู่เวยเวยร้องลั่น “นี่! เธอมาแย่งกุยช่ายฉันทำไม!”
กู้เถียนเถียนสวนกลับ “นี่มันงอกมาจากที่ดินบ้านฉัน ก็ต้องเป็นของฉันสิ! จะเอากลับไปห่อเกี๊ยวไส้กุยช่ายให้สามีฉันกินพอดี!”
ฉู่เวยเวย “เธอ... เธอ... อย่างเธอน่ะเหรอจะห่อเกี๊ยวเป็น? ยังจะกินเกี๊ยวอีกเหรอ?”
กู้เถียนเถียนไม่สนใจ ยัดกุยช่ายใส่อ้อมกอดของซ่งอี้อันหน้าตาเฉย ก่อนจะประกาศเสียงดัง “หนูจะบอกพวกป้าให้นะ ปลูกผักบนที่ดินบ้านหนูมาสองปี แถมยังลับหลังเอาหนูไปนินทาว่าร้ายมาตลอดสองปี
วันนี้พืชผักที่อยู่ในดินนั่น ตามระเบียบของกองทัพถือว่าหนูให้พวกป้าเช่าใช้มาสองปีแล้วกัน พวกป้าต้องจ่ายเงินมาบ้านละ 5 หยวน สองปีเรียกแค่ 5 หยวนนี่ถือว่าใจดีสุดๆ แล้วนะ!”
ฉู่เวยเวย “อะไรนะ? แค่ปลูกผักในที่ดินกระจึ๋งเดียว จะเอาตั้ง 5 หยวนเลยเหรอ?”
กู้เถียนเถียน “สองปีมานี้ ของที่งอกออกมาจากดินพวกป้าไม่เคยแบ่งให้บ้านหนูเลยสักนิด ตอนนี้ยังจะงกเงินอีกเหรอ? วันๆ ดีแต่จะมาเนียนใช้ของบ้านหนู เอาเปรียบบ้านหนูตลอด
ทำไม? ตอนนี้จะไม่ยอมจ่ายเงินใช่ไหม? งั้นก็เอาคูปองเสบียงมาแลกแทนแล้วกัน!”
จ้าวซิ่วซิ่วเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปพูดจาประนีประนอมกับกู้เถียนเถียน “คุณกู้คะ เราคนกันเองทั้งนั้น เอาอย่างนี้ดีไหม... เธอช่วยให้พวกเราเก็บผักชุดนี้ให้หมดก่อน แล้วเราจะคืนที่ดินให้ทันทีเลย ตกลงไหม?”
ป้าสิงเห็นจ้าวซิ่วซิ่วพูดแบบนั้นก็เริ่มเห็นช่องทางประนีประนอม ปกติกู้เถียนเถียนไม่เคยยกเรื่องนี้มาพูดเลย สงสัยเป็นเพราะฉู่เวยเวยดันไปนินทาเขาให้เขาได้ยินเข้าพอดีแน่ๆ
..
