ตอนที่ 11 คืนของมาให้หมด
เมื่อป้าสิงเห็นว่าการแสร้งทำเป็นน่าสงสารใช้ไม่ได้ผล แกก็เริ่มแผลงฤทธิ์สวมวิญญาณมนุษย์ป้าจอมตบะแตก ทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นแล้วแหกปากร้องลั่น:
“โอ๊ยยย ช่วยด้วยค่ะ มีคนใช้ยศข่มเหงคนจนแล้ว! ทุกคนมาดูเร็วเข้า ผู้พันซ่งพายัยเมียเด็กชาวเมืองมาหาเรื่องรังแกคนถึงหน้าบ้านเลย...”
“มาดูเร็วเข้าทุกคน แค่ปลูกผักในที่ดินบ้านเขาแค่นิดเดียว เขาก็จะมาขูดรีดเอาเงิน จะมาคิดบัญชีกันให้ตายไปข้างหนึ่ง คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันแท้ๆ ทำกันได้ลงคอ!”
ต้องยอมรับว่าธรรมชาติของคนเรานั้นชอบมุงเรื่องชาวบ้าน พอป้าสิงแผดเสียงออกไปไม่กี่คำ ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มมาห้อมล้อมดูเหตุการณ์ บางคนอยู่ในบ้านก็ยังอุตส่าห์ชะโงกหน้าออกมาทางหน้าต่าง
ทุกคนต่างจับจ้องมาที่ลานบ้านพักทหารเป็นตาเดียว
ซ่งอี้อันเริ่มทำตัวไม่ถูก เขาเอื้อมมือไปดึงแขนกู้เถียนเถียนเบาๆ “ไปเถอะ เรากลับบ้านกันก่อน”
กู้เถียนเถียนรู้ดีว่าซ่งอี้อันเป็นคนรักศักดิ์ศรีและห่วงภาพลักษณ์ แต่เธอไม่สน! เธอหันไปมองซ่งอี้อันแล้วเอ่ยว่า:
“วันนี้ที่ดินผืนนี้ฉันต้องเอาคืนมาให้ได้ ต่อไปเราต้องใช้ปลูกผักกินเอง อนาคตยังอีกยาวไกล เดี๋ยวฉันยังต้องมีลูกให้คุณอีกนะ”
“เราจะฝากชีวิตไว้กับเงินเบี้ยเลี้ยงแค่หยิบมือของคุณอย่างเดียวได้ยังไง? คุณอยู่เฉยๆ เถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเอง!”
ซ่งอี้อัน: “...”
คำพูดของกู้เถียนเถียนทำเอาเขาอึ้งจนยืนทื่อไปทั้งตัว
เธอบอกว่า... ต่อไปบ้านเราจะปลูกผักเอง? แถมเธอยังจะ ‘มีลูกให้เขา’ ด้วยงั้นเหรอ?
มีลูกให้เขา? มีลูกเนี่ยนะ?!
ซ่งอี้อันแอบหยิกต้นขาตัวเองแรงๆ ในจุดที่ไม่มีใครเห็น... ซี๊ด...เจ็บ!
ไม่ใช่ความฝัน!
หรือว่าสิ่งที่เธอพูดจะเป็นความจริง? เธอตั้งใจจะอยู่กินกับเขาอย่างสงบสุขและมีโซ่ทองคล้องใจด้วยกันจริงๆ ใช่ไหม?
กู้เถียนเถียนไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้ในหัวของสามีมีความคิดเตลิดไปไกลขนาดไหน
เธอเดินไปหยิบไม้ฟืนแถวนั้นขึ้นมาถือไว้ แล้วคว้ากะละมังน้ำใกล้ๆ สาดโครมใส่หัวป้าสิงทันที “อยากแหกปากนักใช่ไหม!”
ป้าสิงถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่จนตัวสั่นเทิ้ม ความเปียกชื้นทำให้เสียงแผดด่าชะงักกึกไปโดยปริยาย
ซ่งอี้อันมองภาพนั้นจนตาค้าง
กู้เถียนเถียนถือกะละมังเปล่าไว้ในมือซ้าย มือขวาถือไม้ฟืน แล้วเอาไปจ่อที่ข้างหูป้าสิง
ปัง! ปัง! ปัง!
เธอเริ่มรัวไม้ใส่ก้นกะละมังราวกับตีกลองศึก เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนป้าสิงต้องยกมืออุดหูตัวเองแล้วร้องลั่นอย่างบ้าคลั่ง: “แกทำอะไรน่ะ! ทำอะไรของแกฮะ!”
ป้าสิงพยายามจะแย่งกะละมังมาจากมือกู้เถียนเถียน แต่กู้เถียนเถียนกลับใช้ไม้ฟืนฟาดเข้าที่ข้อมือของแกอย่างแม่นยำ
การตีที่ข้อมือจะทำให้มือหมดแรงยึดจับ
“โอ๊ย!”
“โอ๊ยยย!” ป้าสิงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
กู้เถียนเถียนตีกะละมังไปพลาง ตะโกนป่าวประกาศไปพลาง: “ทุกคนมาดูเร็วเข้า! มาดูสิคะ! แม่ของร้อยเอกสิง สังกัดกองร้อยที่ 3 กองพันที่ 2 เป็นพวกหน้าหนาไร้ยางอาย ยึดที่ดินบ้านหนูปลูกผักฟรีๆ มาสองปีแล้วไม่ยอมคืน!”
“แถมแกยังหน้าด้านยึดที่ดินของผู้บังคับกองพันที่ 2 มาอีกสองหมู่ ของผู้บังคับกองพันที่ 3 อีกสองหมู่ วันนี้ยังมาเนียนเอากระติกน้ำร้อนใบใหม่บ้านหนูไปไม่คืน เอาแก้วน้ำใบใหม่ไปไม่คืน แถมยังขโมยผ้าห่มผ้าขนหนูผืนใหม่บ้านหนูไปอีก!”
“เพื่อนบ้านทุกคนมาดูเถอะค่ะ คนที่ไร้ยางอายขนาดนี้มีแต่จะทำให้บ้านพักทหารของเราเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้พวกเราพลอยอับอายไปด้วย!”
“ทุกคนคะ... โปรดลืมตาดูความจริงให้ชัดๆ เถอะค่ะ...”
ในตอนนั้นเอง จางชุ่ยฮวาสะใภ้ของป้าสิง (เมียร้อยเอกสิง) ก็เดินลงมาจากตึกโดยมีผ้าขนหนูพันรอบหัว
เพราะเธอคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้หญิง เลยถูกป้าสิงด่าทอเช้าเย็น บางครั้งเพื่อนบ้านยังได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของดังรอดออกมาถึงทางเดิน
ป้าสิงมักจะด่าว่าจางชุ่ยฮวาเป็นตัวซวยที่เกิดมาเพื่อเสียของ (ลูกสาวถูกมองว่าเป็นภาระในยุคนั้น) ขนาดมาช่วยเลี้ยงหลานตอนสะใภ้นอนไฟ ก็ไม่ได้มาช่วยดูแลจริงๆ แต่มาหาเรื่องกดขี่สะใภ้เสียมากกว่า
ตอนจางชุ่ยฮวาคลอดลูก เห็นว่าอาการไม่ค่อยดีเกือบจะแท้งเพราะความเครียดสะสมระหว่างตั้งครรภ์ ยังดีที่โรงพยาบาลทหารมีเทคนิคการผ่าคลอด ไม่อย่างนั้นทั้งแม่และลูกก็คงไม่รอดชีวิตมาได้!
ตอนนี้ยัยแก่ตระกูลสิงยังจะมาก่อเรื่องอีก จางชุ่ยฮวาเดินลงมาก็ได้ยินเพื่อนบ้านพูดกันหมดแล้ว
กู้เถียนเถียนเรียกเก็บเงิน 5 หยวน เป็นค่าเช่าที่ดินสองปี และขอคืนของใช้ใหม่ๆ ทั้งหมด!
จางชุ่ยฮวารื้อเงินทั้งบ้านออกมาแล้วแต่ก็ยังไม่ครบ 5 หยวน เธอถือเงิน 4 หยวน 80 เฟินที่เป็นเศษเหรียญเศษแบงก์เล็กๆ ยัดใส่มือกู้เถียนเถียน
“คุณกู้คะ แม่สามีฉันทำผิดไปจริงๆ ได้โปรดให้อภัยท่านด้วยนะคะ ตอนนี้ที่บ้านเราหาได้เท่านี้จริงๆ ส่วนอีก 20 เฟินที่เหลือ ฉันรอให้ไห่หนิง (ร้อยเอกสิง) กลับบ้านมาก่อนแล้วจะรีบเอาไปคืนให้ครบนะคะ
ส่วนที่ดินนั่น... เราคืนค่ะ เราจะคืนให้เดี๋ยวนี้เลย!”
พอเห็นจางชุ่ยฮวาเดินลงมา ป้าสิงก็ปรี่เข้าไปฟาดสะใภ้ฉาดใหญ่ “นังตัวดี! ไสหัวไปไกลๆ บ้านนี้มีฉันเป็นแม่สามีคอยดูแลอยู่ แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนฮะ!”
“ใครใช้ให้แกเอาเงินออกมา นังตัวซวย นังตัวกาลกิณี คิดจะมาขึ้นแท่นเป็นเจ้าของบ้านเหรอ ฝันไปเถอะ!”
ป้าสิงไม่กล้าไปแย่งเงินคืนจากมือกู้เถียนเถียน เลยได้แต่มาลงอารมณ์ด่าทอสะใภ้ตัวเองแทน
“ลูกก็เลี้ยงไม่ได้เรื่อง ยังจะเอาเงินในบ้านไปให้คนอื่นอีก แกมันบ้าไปแล้วหรือไง! สงสัยตอนคลอดนังเด็กเหลือขอคนนั้นสมองแกคงจะเพี้ยนไปแล้ว! สมองพิการไปแล้วแน่ๆ!”
“ลูกชายฉันไปคว้าตัวอะไรมาเป็นเมียเนี่ย ไสหัวไปเลยนะ!”
พูดจบ ป้าสิงก็ออกแรงผลักจนจางชุ่ยฮวาเซถลาเกือบจะล้ม
กู้เถียนเถียนรู้ว่าจางชุ่ยฮวาเพิ่งคลอดลูกและยังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย
เธอจึงรีบเข้าไปประคองจางชุ่ยฮวาไว้
“ว้าย!”
ถึงจางชุ่ยฮวาจะร่างกายอ่อนแอ แต่เธอก็เป็นคนเจ้าเนื้อ!
กู้เถียนเถียนตัวเล็กกว่ามากเลยรับน้ำหนักไม่ไหว ประกอบกับเท้าของเธอเองก็ยังบาดเจ็บอยู่ ทั้งคู่เลยพากันล้มคว่ำลงไป
ซ่งอี้อันรีบเข้าไปประคองกู้เถียนเถียนไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้าง... เอ๊ย ไม่ใช่สิ เขาเบี่ยงตัวเตะเข้าที่กลางแสกหน้าของป้าสิงเต็มแรง!
แรงเตะของชายชาติทหารหนักหน่วงแค่ไหนลองจินตนาการดู
ร่างกายเหี่ยวๆ ของป้าสิงรับไม่ไหว แกถูกซ่งอี้อันเตะจนหงายหลังล้มตึงลงไปทันที
จางชุ่ยฮวาเห็นแบบนั้นก็ยังอุตส่าห์มีแก่ใจกตัญญู: “แม่สามีคะ! แม่สามี!”
เธอพยายามยื่นมือไปดึงป้าสิงที่ตอนนี้ตาพร่ามองเห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด
ป้าสิงอึ้งไปพักใหญ่ถึงได้สติ พอได้สติปุ๊บ แกก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าจางชุ่ยฮวาฉาดใหญ่ทันที
“นังตัวแสบ! ทีกับคนนอกล่ะไม่มีปัญญาไปสู้เขา แล้วจะมาดึงฉันไว้ทำไมฮะ!”
จางชุ่ยฮวาโดนตบเข้าเต็มรัก เธอได้แต่เอามือกุมหน้า ยืนนิ่งอยู่กับที่น้ำตาคลอไม่กล้าขยับ
ป้าสิงกุมหน้าผากตัวเอง แกไม่กล้าไปอาละวาดใส่ซ่งอี้อัน เลยได้แต่หันมาตะคอกด่าสะใภ้ต่อ “ลูกก็ดูไม่ดี เงินทองก็หาเข้าบ้านไม่ได้ ยังจะเอาเงินไปแจกคนอื่นอีก บ้านตระกูลสิงเราซวยจริงๆ ที่แต่งแกเข้ามา!”
จางชุ่ยฮวายืนน้ำตาซึม นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา
ฉู่เวยเวยเห็นผู้พันซ่งถึงขั้นออกเท้าเตะป้าสิง เธอจึงรีบวิ่งกลับไปเอาเงิน 5 หยวนมาส่งให้ทันที “คุณกู้คะ นี่ค่ะเงิน ผักในดินนั่นฉันไม่เอาแล้วค่ะ แล้วก็... นี่คือผ้าพันคอ กำไล ยาหม่อง น้ำหอม เครื่องสำอาง แล้วก็ลิปสติกที่คุณกู้เคยให้ฉันยืมใส่ตอนไปบ้านคุณ...ฉัน... ฉันคืนให้หมดเลยค่ะ!”
กู้เถียนเถียนรับของมาดู เห็นว่ายาหม่องใช้จนเกลี้ยง ลิปสติกก็กุดไปครึ่งแท่ง เครื่องสำอางก็พร่องไปเยอะ ส่วนน้ำหอมเหลือติดก้นขวด...
กู้เถียนเถียนจ้องของในมือฉู่เวยเวยพลางเอ่ยเสียงเรียบ: “ยาหม่องไปเบิกอันใหม่จากหน่วยพยาบาลมาคืนฉัน ลิปสติกก็ไปซื้อยี่ห้อเดิมมา เครื่องสำอางก็เหมือนกัน ตอนเอาไปสภาพไหน ตอนคืนก็ต้องสภาพนั้น!”
ฉู่เวยเวยรีบพยักหน้าหงึกๆ : “ค่ะๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ!” แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันมาถามกู้เถียนเถียนเบาๆ : “คือว่า... ฉันขอ...”
“ไม่ได้!” กู้เถียนเถียนตัดบททันทีโดยไม่เหลือช่องว่างให้ต่อรอง เพราะเธอรู้ดีว่าคนพวกนี้ถ้าได้คืบจะเอาศอก ดังนั้นท่าทีของเธอจึงต้องเด็ดขาดที่สุด
กู้เถียนเถียนไม่อยากลำบากใจกับจางชุ่ยฮวา แต่เธอทนเห็นหน้าป้าสิงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้าไปหา: “ลูกสะใภ้ป้าทำถูกแล้ว แต่เงินยังขาดอีก 20 เฟินนะจ๊ะป้าสิง ป้าจ่ายมาซะ! อ้อ... แล้วถ้าวันนี้จ่ายไม่ครบ พรุ่งนี้หนูคิดดอกเบี้ยเพิ่มอีกวันละ 10 เฟินนะ แล้วก็... ลูกชายป้าอาจจะต้องพักงาน อยู่บ้านสักสองสามวันล่ะมั้ง”
พูดถึงตรงนี้ กู้เถียนเถียนก็ปลายตามองป้าสิง: “หรืออาจจะไม่ใช่แค่สองวัน แต่อาจจะเป็นสี่วัน หกวัน หรือครึ่งปี อันนี้หนูก็ไม่แน่ใจนะ ขึ้นอยู่กับว่าป้าจะคืนของครบเมื่อไหร่!”
ป้าสิงกัดฟันกรอดจ้องมองใบหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้ของกู้เถียนเถียน แทบอยากจะข่วนหน้าสวยๆ นั่นให้ยับคามือ
กู้เถียนเถียนเห็นสายตาไม่เป็นมิตรนั่นก็เพียงแค่ตบมือเบาๆ “หนูจะไปดูที่ดินสามหมู่ของบ้านหนูหน่อยล่ะ”
ป้าสิงตะโกนสวน: “นั่นมันที่ดินบ้านฉัน! แกบอกเองว่าจะให้พวกเรายืมใช้!”
กู้เถียนเถียนสวนกลับเสียงดัง: “ตอนนี้ไม่ให้ยืมแล้ว! ยืมไปตั้งสองปี มะเขือเทศสักลูกยังไม่เคยได้กิน จะให้ยืมไปทำซากอะไรล่ะคะ เดี๋ยวหนูจะให้ผู้บังคับกองพันที่สองกับที่สามยึดที่ดินอีกสองหมู่คืนไปด้วยเลย
ต่อให้ยกให้ฝ่ายพลาธิการปลูกผักให้ทหารกิน มันก็ยังได้ให้คนทั้งกองทัพได้อิ่มท้อง แต่ป้าน่ะ ยึดที่ดินผู้บังคับกองพันที่สองที่สามปลูกผักกินเองมาสองปี เคยเชิญเขาไปกินข้าวที่บ้านสักมื้อไหมล่ะ?”
ป้าสิง: “ฉัน...”
กู้เถียนเถียน: “ป้ากล้าให้เพื่อนบ้านตัดสินไหมล่ะ หนูก็อยากให้ทุกคนช่วยคืนความเป็นธรรมให้บ้านหนูเหมือนกันนะ”
ป้าสิง: “บ้านตระกูลซ่งเปลี่ยนมาให้แกเป็นใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
กู้เถียนเถียนจ้องหน้าป้าสิง: “บ้านตระกูลซ่งน่ะฉันเป็นใหญ่มาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกับซ่งอี้อัน ฉันก็คือเจ้าบ้านหญิงของที่นี่ เป็นเจ้าบ้านหญิงเพียงคนเดียวด้วย!
กลับกันนะป้าสิง บ้านตระกูลสิงน่ะแต่งสะใภ้ใหม่เข้าบ้านมาแล้ว ป้าก็ควรจะ สละตำแหน่งให้คนรุ่นใหม่ได้แล้ว บ้านหนึ่งหลังมีเจ้าบ้านหญิงที่ตัดสินใจได้แค่คนเดียวเท่านั้น
ป้าอายุปูนนี้แล้วควรจะปล่อยวางบ้าง! ไม่ใช่แค่อยากคุมบ้านตัวเองไม่พอ ยังเที่ยวมาทำให้คนทั้งบ้านพักทหารเดือดร้อนไปทั่ว
ดูอย่างลูกสะใภ้ป้าสิ เขายังรู้จักกาลเทศะ รู้ว่าปลูกผักบ้านคนอื่นฟรีๆ ไม่ได้ เลยรีบเอาเงินมาคืน ถึงจะขาดไป 20 เฟิน แต่เขาก็เป็นคนมีเหตุผล รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่เหมือนป้าที่เอาแต่โวยวายอยู่แบบนี้
หนูจะบอกให้นะ ถ้าบ้านตระกูลสิงยังให้ป้าเป็นใหญ่แบบนี้ต่อไป อีกไม่นานหรอก... ล่มจมแน่!”
ป้าสิง: “แก... แก...”
พูดจบกู้เถียนเถียนก็ส่งสายตาให้กำลังใจจางชุ่ยฮวา: “พี่ทำถูกแล้ว รักษาตำแหน่งเจ้าบ้านหญิงของพี่ไว้ให้ดีล่ะ”
จากนั้นเธอก็ลากซ่งอี้อันไปที่ด้านหลังตึกบ้านพัก พอเห็นสวนผักดวงตาของเธอก็เป็นประกายวาววับ
พริกหยวกสีเขียวขจีห้อยเป็นพวงเต็มต้นดูน่าทานเป็นที่สุด
อีกแถวหนึ่งก็มีมะเขือม่วงลูกโตๆ อวบอ้วนห้อยอยู่ ถัดไปเป็นถั่วฝักยาวที่เลื้อยเต็มค้าง ข้างๆ มีแตงกวาที่ยังมีดอกติดอยู่ มีบวบ มีฟักทองที่มุมกำแพง และยังมีแฟงลูกเบ้อเริ่ม...
กู้เถียนเถียนตามองจนตาพร่า นี่มันยุคปี 80 นะเนี่ย รวยแล้ว รวยแล้ว! ของพวกนี้ไม่ได้ฉีดยา ไม่ใส่ปุ๋ยเคมี นี่แหละออร์แกนิกของจริง!
ซ่งอี้อันขมวดคิ้วมองเธอที่ยืนอยู่กลางสวนผัก แล้วทำท่าส่ายก้นขยับเอวไปมาใส่พวกผักพวกนั้น... เธอ... กำลังทำอะไรน่ะ?
“แฮ่ม!” ซ่งอี้อันกระแอมไอเสียงหนัก
“ว้าวววว!” กู้เถียนเถียนร้องลั่น ซ่งอี้อันนึกว่าเธอเจอหนู เลยรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทันที
“ซ่งอี้อัน บ้านเราจะรวยแล้ว รวยแล้วค่า!”
ซ่งอี้อันหยุดกึกกลางคันขณะที่กำลังพุ่งตัวไปหาเธอ เขาได้แต่ยืนนิ่งอยู่บนร่องผัก
“เย็นนี้ผักของเราจะสดที่สุดในโลก ในที่สุดฉันก็ได้กินผักสดๆ สักที!”
“...” ซ่งอี้อันนิ่งอึ้ง...
เขาเห็นกู้เถียนเถียนสยายแขนตะโกนก้องฟ้าด้วยท่าทางประหลาดใจ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจแต่เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรเธอ
กู้เถียนเถียนพุ่งเข้าไปเด็ดถั่วฝักยาวทันที ใครบอกว่าทางเหนือน่ะพอถึงหน้าร้อนจะมีถั่วฝักยาวกินจนเบื่อ!
สำหรับเธอถั่วพวกนี้มันดีเลิศที่สุด กู้เถียนเถียนเด็ดถั่วฝักยาวมากำใหญ่ในพริบตา
จากนั้นก็ไปเด็ดพริกหยวก และมะเขือเทศ
เธอยังวิ่งไปหามะเขือม่วงลูกโต: “ว้าว~ นี่แหละคือกลิ่นอายของการเก็บเกี่ยว!!”
ซ่งอี้อันมองดูพืชผักที่กองพะเนินอยู่ที่แทบเท้าเขามากขึ้นเรื่อยๆ เห็นกู้เถียนเถียนก้มๆ เงยๆ ก้นโด่งอยู่ในสวนเพื่อเด็ดมะเขือม่วง เขาก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ
เมื่อก่อนเธอไม่เคยเฉียดมาที่สวนผักเลยสักนิด เพราะเธอรังเกียจว่าที่นี่มันสกปรกมีแต่ดิน
เธอบอกว่าเธอเป็นคนเมือง ไม่มีทางมาเหยียบสถานที่แบบนี้เด็ดขาด ที่ดินสามหมู่ของบ้านใครอยากปลูกก็ปลูกไปเถอะ
ตอนนั้นเขายังเคยบอกเธอเลยว่า: “ถ้าคุณไม่ปลูก ผมจะปลูกเอง!”
แต่กู้เถียนเถียนในตอนนั้นตอบกลับมาว่ายังไงล่ะ: “ถ้าคุณกล้าไปขุดดินปลูกผัก ก็ไม่ต้องกลับมานอนในบ้าน!”
เพราะเหตุนี้ หลังจากซ่งอี้อันต้องระเห็จไปนอนที่ห้องยุทธการอยู่หลายคืน สุดท้ายเขาก็ต้องยอมจำนนกลับบ้านมา
แต่ตอนนี้ เธอกลับดูรักผืนดินนี้เหลือเกิน แถมยังกอดมะเขือม่วงลูกโตไว้แน่น มะเขือม่วงนั่นลูกใหญ่กว่าหน้าเธอเสียอีก
ขณะที่ซ่งอี้อันกำลังเหม่อลอย จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกู้เถียนเถียนร้องลั่น: “โอ๊ย! สามีขา!”
ซ่งอี้อันรีบพุ่งเข้าไปหาทันที กู้เถียนเถียนยื่นมือมาให้ดู: “มะเขือม่วงมันมีหนาม บาดมือฉันค่ะ”
ซ่งอี้อันจับมือเธอขึ้นมา บีบที่นิ้วชี้ของเธอ ถึงได้เห็นว่าที่เธอก้มๆ เงยๆ อยู่นานสองนานนั้น มะเขือม่วงสักลูกก็ยังเด็ดไม่ได้ ไม่เห็นจะคล่องแคล่วเหมือนตอนเด็ดถั่วฝักยาวเลยสักนิด!
ซ่งอี้อันเป่าลมที่นิ้วของเธอเบาๆ แล้วเริ่มพยายามบีบหนามออกให้
กู้เถียนเถียนจ้องมองร่างสูงใหญ่ของซ่งอี้อันที่มายืนอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด เธอจงใจกดมือให้ต่ำลง
ซ่งอี้อันก็โน้มตัวก้มหน้าตามมือของเธอลงไปเรื่อยๆ
กู้เถียนเถียนกดลงไปจนใบหน้าของซ่งอี้อันอยู่ในระดับที่พอเหมาะ เธอจึงอาศัยจังหวะเขย่งเท้าขึ้น ประทับจูบลงบนแก้มของเขาหนึ่งที
ซ่งอี้อัน: “...”
เขากำลังตั้งใจใช้เล็บสะกิดหนามออกให้เธอแท้ๆ ใครจะคิดว่าข้างแก้มจะถูกเธอ ‘จุ๊บ’ เข้าให้
ซ่งอี้อันหันขวับไปมอง ทว่าจังหวะที่เขาหันหน้านั้น ริมฝีปากของเขากลับประกบเข้ากับริมฝีปากของกู้เถียนเถียนพอดีเป๊ะ
ริมฝีปากของเธอนุ่มนิ่ม ลื่นไหลและเย็นชื้นเหมือนกับวุ้นเย็นที่กินในโรงอาหารเมื่อวานไม่มีผิด... ทั้งนุ่มทั้งหยุ่น... เขายังไม่ทันได้สัมผัสรสชาติให้เต็มที่ ลิ้นเล็กๆ ก็เริ่มซุกซนยื่นเข้ามาหา
ซ่งอี้อันแข็งทื่อไปทั้งตัว แสงแดดยามเช้าสาดส่องความอบอุ่นและแสงสว่าง ท้องฟ้าสีครามสดใสราวกับอัญมณี
ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่ทางทิศตะวันออก สาดแสงลอดผ่านง่ามใบไม้ลงมาอาบทั่วสวนผักแห่งนี้ สายลมพัดผ่านค้างแตงกวาหอบเอาความสดชื่นมาให้จนน่าชื่นใจ
“อุ๊ยตาย! ไร้ยางอายจริงๆ งามหน้าผิดจารีตโลกมันเสื่อมลงทุกวัน มายืนจูบปากกับผู้ชายกลางสวนผักแบบนี้!” ทันใดนั้นเสียงของป้าสิงดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ ...
.
