ตอนที่ 12 ฉันยังนอนกระซิบกันใต้ผ้าห่ม
ซ่งอี้อันผลักเธอออกตามสัญชาตญาณ เขาเดินนำไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างคนทำตัวไม่ถูก พยายามหันหลังให้กลุ่มคนที่เริ่มเดินเข้ามามุง
มือของเขาคว้าถั่วฝักยาวตรงหน้าเด็ดมั่วซั่วไปหมด แม้แต่แตงกวาลูกเล็กๆ ที่เพิ่งออกดอกยังไม่ทันโตก็ถูกเขาเด็ดทิ้ง มิหนำซ้ำบวบลูกจิ๋วที่เพิ่งจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็ไม่อาจรอดพ้นมือหนาของซ่งอี้อันไปได้...
ตอนนี้หัวใจของซ่งอี้อันแทบจะกระดอนออกมาทางลำคอ
กู้เถียนเถียนคนนี้ช่างกล้าเกินไปแล้ว?
เธอทำแบบนั้น... ในที่แจ้งขนาดนี้ได้ยังไง?
แถมยังเป็นในสวนผักอีกนะ?!
ไหนบอกว่า... มือโดนหนามตำไม่ใช่หรือไง?
ที่แท้ก็... หลอกให้เขาติดกับงั้นเหรอ?
ป้าสิงเห็นผักกองโตที่กู้เถียนเถียนเด็ดออกมา แกก็เสียดายจนลูกตาแทบจะร่วงลงพื้น
“แก... แกยังมียางอายอยู่ไหม! กู้เถียนเถียน ปกติแกจะไปอ่อยผู้ชายข้างนอกฉันจะไม่ว่าเลย แต่นี่มันเกินไปแล้วนะ กล้าเมินระเบียบกองทัพ มายืนจูบกับผัวตัวเองกลางสวนผักตอนกลางวันแสกๆ แบบนี้...”
กู้เถียนเถียนยืนเท้าสะเอวเดินเข้าไปหา “ฉันจะจูบกับผัวตัวเองที่ไหนมันก็เรื่องของฉัน ป้าเกี่ยวอะไรด้วย? อีกสักพักเราสองคนกะว่าจะลงไปนอนกลิ้งกันในสวนผักสักรอบด้วยซ้ำ!”
โครม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ค้างแตงกวาตรงหน้าซ่งอี้อันล้มครืนลงไปเป็นแถบ
ซ่งอี้อันที่ในมือยังกำแตงกวาอ่อนๆ อยู่ แตงกวายังไม่ทันสุกดีก็ถูกมือหนาของเขาบีบจนน้ำแตงกวากระเซ็นออกมา...
กู้เถียนเถียนหันไปมองแวบหนึ่ง
ป้าสิง: “ว้ายยย ค้างแตงกวาของฉัน...”
กู้เถียนเถียนสวนกลับ: “นี่มันค้างแตงกวาบ้านฉันย่ะ เป็นอะไรไปล่ะ? สามีฉันแรงเยอะ อีกเดี๋ยวเขาว่าจะพังค้างถั่วฝักยาวให้ล้มไปด้วยเลยนะ”
ซ่งอี้อัน: “...” เขาไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นเลยสักนิด!
ป้าสิง: “แก... แกมันคนไร้ยางอาย! จูบกันกลางวันแสกๆ พวกแก... พวกแกไม่รู้จักอายฟ้าดินบ้างหรือไง!”
กู้เถียนเถียนกอดอก วางมาดนางพญาผู้มีชัย: “พวกเราชอบใช้ชีวิตแบบไม่กลัวอายฟ้าดินค่ะ มีปัญหาไหม?”
ปึก!
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง ค้างบวบทางด้านซ้ายของซ่งอี้อันล้มพับไปอีกแถบ
ตอนนี้ใบหน้าของซ่งอี้อันแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงได้อีก เขาหันไปเอ็ดกู้เถียนเถียนเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก “อย่า... อย่าพูดเหลวไหล!”
กู้เถียนเถียนถลึงตาใส่เขาหนึ่งที เดี๋ยวเถอะ ทำค้างผักพังไปสองแถว กลับบ้านไปฉันจะคิดบัญชีกับคุณแน่!
ป้าสิงร้องลั่น: “โถ บวบของฉัน... พวกแกมัน... โลกมันเสื่อมลงแล้วจริงๆ ไร้ยางอายที่สุด พวกแกมัน... พวกแกมัน...”
กู้เถียนเถียนปัดมือป้าสิงที่ชี้นิ้วด่าเธอออกทันควัน: “พวกแกอะไรของป้า? ผัวป้าไม่จูบป้าแล้วจะมาพาลใส่ฉันหรือไง
เอ้อ จริงสิ ขอถามเสียมารยาทหน่อยเถอะ ลุงสิงน่ะไม่ได้จูบป้ามากี่ปีแล้วคะ? หรือจริงๆ แล้วพวกป้าไม่เคยจูบกันเลย?”
ป้าสิงได้ยินคำถามนี้ก็ตาค้าง แกมองกู้เถียนเถียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ คำพูดพรรค์นี้กล้าเอามาพูดในที่แจ้งได้ยังไง? ยัยเด็กนี่มันยังเด็กอยู่แท้ๆ!
กู้เถียนเถียนเห็นสายตาแกเธอก็รู้คำตอบทันที จึงแกล้งยักไหล่พลางเอ่ยว่า: “ดูท่าหนูจะเดาถูกสินะ ป้ายังไม่รู้รสชาติของการจูบเลยด้วยซ้ำ? เสียชาติเกิดจริงๆ ที่อายุยืนมาถึงปูนนี้!”
“แก... แกอย่ามั่ว! ใครบอกว่าฉันไม่เคย!” ป้าสิงโกรธจนตัวสั่น ทั้งกระทืบเท้าทั้งเถียงกลับ
ประโยคนี้หลุดออกมาปุ๊บ บรรดาคนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์ต่างก็พากันปิดปากขำกลิ้ง
คนในยุคนี้ยังค่อนข้างหัวโบราณ ป้าสิงหน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย แกชี้หน้าด่ากู้เถียนเถียน: “แก... อีคนไร้ยางอาย!”
กู้เถียนเถียน: “ดูสิ ดูสิ โดนแทงใจดำเข้าหน่อยล่ะโมโหเชียว ถึงป้าจะเคยจูบ แต่นั่นมันก็เมื่อสิบยี่สิบปีที่แล้ว ป่านนี้รสสัมผัสมันคงจางหายไปพร้อมกับเศษผักบ้านหนูที่ป้ากินเข้าไปจนหมดแล้วมั้ง!
ตอนนี้ลุงสิงไม่รักป้าแล้ว ไม่จูบป้าแล้ว แถมยังไม่อยากกินข้าวฝีมือป้าอีกต่างหาก
หนูได้ยินมาว่า ลุงสิงชอบไปเล่นหมากรุกกับพวกตาแก่คนอื่น แถมยังชอบดื่มชาที่พวกยายแก่แม่ม่ายชงให้ด้วยนะ
บางทีลุงเขาก็ไปกินข้าวบ้านป้าจาง ไปชิมฝีมือป้าจางบ้าง ไปกินข้าวบ้านลุงหวัง ชิมฝีมือเมียลุงหวังบ้าง ไปกินข้าวบ้านลุงหลิว ชิมฝีมือป้าหลิวบ้าง... สรุปคือลุงไม่ยอมกลับบ้านมากินข้าวฝีมือป้าไงล่ะคะ
เพราะงั้นป้าเลยอิจฉาพวกหนู แล้วก็วิ่งโร่มาใส่ร้ายป้ายสีกันแบบนี้
อ้อ ป้าสิงคะ หนูเกือบลืมบอกไป ทางทิศตะวันออกของกองทัพมีตรอกเล็กๆ อยู่ตรอกหนึ่ง ในนั้นมีแม่ค้าแซ่หวงขายขนมโก๋อยู่คนนึง
นั่นไม่สำคัญหรอกค่ะ ที่สำคัญคือหล่อนเป็นแม่ม่าย ได้ยินมาว่า... แค่ได้ยินมานะคะ ลุงสิงเวลาไปเดินหมากรุกชอบแวะไปกินขนมบ้านหล่อนมากเลย
ลุงสิงยังบอกเลยว่า ขนมบ้านแม่ม่ายหวงน่ะ หวานจับใจจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ... แม่ม่ายหวงคนนี้ ไม่เคยเก็บเงินลุงสิงเลยสักเฟินเดียว!”
ซ่งอี้อันที่กำลังเด็ดผักอยู่เริ่มรู้สึกว่าท่าไม่ดี เขาตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหากู้เถียนเถียนแล้วเอ่ยเตือน: “พอได้แล้ว!” นี่เธอกำลังราดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ!
กู้เถียนเถียนยืนเท้าสะเอวเตรียมจะแฉต่อ แต่ถูกซ่งอี้อันใช้มือปิดปากไว้เสียก่อน
เธอพยายามปัดมือเขาออกแล้วตะโกนใส่ป้าสิง: “เห็นไหมล่ะ สามีฉันไม่ยอมให้พูดต่อแล้ว!”
ป้าสิงยิ่งคิดตามคำพูดนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีมูล แกเลยไม่สนใจสวนผักตรงนี้อีกต่อไป หมุนตัวเดินฉับๆ จากไปอย่างโกรธจัด ปากก็พึมพำไม่หยุด: “ดีนะตาแก่สิง! แกคอยดูเถอะ!”
แกเดินลงเท้าหนักจนดินเป็นหลุมราวกับจะระบายอารมณ์แค้น
กู้เถียนเถียนได้ใจ เธอมองไปรอบๆ บรรดาคนที่มามุงดู พอสบตาเธอเข้าต่างก็พากันสลายตัวไปทันที
กู้เถียนเถียนจึงหันกลับมามองซ่งอี้อัน: “อ่า!”
เธอร้องลั่น ซ่งอี้อันจึงเอียงหน้ามอง
เธอนิ้วชี้ไปที่พื้นซึ่งมีแตงกวาลูกจิ๋ว ถั่วฝักยาวเส้นเล็กๆ ที่เพิ่งจะยาวเท่าฝ่ามือ และบวบที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างนอนกองอยู่
เธอมองหน้าซ่งอี้อันแล้วถามว่า: “คุณเก็บผักเป็นหรือเปล่าเนี่ย? แถมยังทำค้างผักพังอีก”
ซ่งอี้อัน: “...” ก็เมื่อกี้ใครมันทำให้เขาใจสั่นกันล่ะ!
เขาไม่ตอบโต้ แต่เดินไปเงียบๆ เพื่อจัดระเบียบค้างผักให้เข้าที่
ซ่งอี้อันจัดค้างผักไปพลางแอบชำเลืองมองเธอไปพลาง เธอยังกล้ามาว่าเขาอีกเหรอ? ใครใช้ให้เธอจู่ๆ ก็พุ่งมาจูบเขาตอนกลางวันแสกๆ ในสวนผักจนคนเห็นกันทั้งบ้านพักทหารแบบนี้ล่ะ?
หลังจากซ่งอี้อันจัดเสร็จ เขาก็เดินกลับมาหากู้เถียนเถียน
กู้เถียนเถียนเบะปากกลอกตาบนใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนจะสั่งเสียงเข้ม: “เด็ดมะเขือม่วงลูกโตกลับบ้านไปซะ ลูกนี้ด้วย ลูกนั้นด้วย เด็ดไปให้หมดเลยนะ”
ซ่งอี้อันเดินไปจัดการทันที เสียง กร๊อบ กร๊อบ ดังรัวๆ ขณะที่เขาลงมือเด็ด
กู้เถียนเถียน: “เบาๆ หน่อยสิโถ่... เบามือหน่อย ไม่ไหวเลย ฉันทำเองดีกว่า!”
เขาเดินไปทีสวนผักแทบจะสั่นสะเทือน แถมท่าทางที่เขาเด็ดน่ะมันไม่ใช่การเด็ดผัก แต่มันเหมือนการถอนรากถอนโคนชัดๆ ดูสิ รากผักสั่นตามมือเขาไปหมดแล้ว
กู้เถียนเถียนเด็ดไปบ่นไป: “แตงกวาต้องเด็ดลูกที่สุกแบบนี้สิ เห็นไหม? บวบก็เด็ดไปได้แล้ว! แล้วก็ฟักทองนั่นแบกกลับไปซะ แฟงก็เด็ดมาด้วย”
หลังจากเด็ดมะเขือม่วงเสร็จ ซ่งอี้อันหันมามองกู้เถียนเถียน: “เด็ดไปเยอะขนาดนี้กินไม่หมดหรอก สู้เรา...”
กู้เถียนเถียน: “วันนี้ต้องเด็ดให้เกลี้ยง ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เราจะไม่ได้กินผักพวกนี้แม้แต่ใบเดียว”
ซ่งอี้อันงุนงง “หือ?”
ครู่ต่อมา กู้เถียนเถียนอุ้มฟักทองลูกใหญ่ บนนั้นยังมีมะเขือเทศกับพริกหยวกวางซ้อนอยู่
ซ่งอี้อันสะพายกระเป๋ามุกของเธอ ข้างในมีซาลาเปาหมูสับอัดแน่นอยู่ สองแขนโอบแฟงลูกยักษ์ มะเขือม่วง แตงกวา บวบ ที่ข้อมือยังมีถั่วฝักยาวพวงใหญ่คล้องไว้ ซอกนิ้วมือซ้ายคีบกุยช่ายกำโต ส่วนซอกนิ้วมือขวายังมีต้นหอมอีกกำ
ทั้งคู่เดิน ‘ยกตราทัพ’ กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ทำเอาพวกคนในบ้านพักทหารต่างพากันซุบซิบนินทากันยกใหญ่
ชุดเดรสสีชมพูของกู้เถียนเถียนเปื้อนดินไปหมด แต่เธอไม่สนใจ เธอยังคงอุ้มฟักทองเดินหน้ามุ่งสู่บ้านอย่างมุ่งมั่น
พอเดินมาถึงบันไดตึก ก็เจอกับจวงเหม่ยลี่พอดี
ศัตรูคู่แค้นเจอกันในทางแคบจริงๆ!
จวงเหม่ยลี่เห็นสภาพนั้นก็รีบแสดงความ ‘มีน้ำใจ’ ทันที: “ตายจริง! พี่อี้อันขา ถือของเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ? ให้ฉันช่วยเถอะค่ะ!”
กู้เถียนเถียนสวนกลับ: “ไม่ต้อง! ในตาเธอเห็นแต่พี่อี้อันงั้นเหรอ? ไม่เห็นฉันที่เป็นพี่สะใภ้อี้อันยืนอยู่ตรงนี้หรือไง?”
จวงเหม่ยลี่แสร้งยิ้มหวาน: “ฉันก็แค่เห็นพี่อี้อันถือของเยอะมากจนน่าสงสารนี่คะ”
กู้เถียนเถียนเปิดประตูบ้านแล้ววางของลง ซ่งอี้อันเดินตามเข้ามา จวงเหม่ยลี่ยิ้มร่าเดินตามเข้ามาด้วย พลางช่วยหยิบกุยช่ายมาถือไว้แล้วเอ่ยว่า: “พี่อี้อันคะ ถั่วฝักยาวนี่สวยจังเลยนะคะ ทั้งยาวทั้งตรงแถมยังดูอ่อนมากด้วย”
ซ่งอี้อันหยิบถั่วฝักยาวขึ้นมากำหนึ่งแล้วยื่นให้จวงเหม่ยลี่: “เอากลับไปผัดกินที่บ้านสิ!”
พ่อของจวงเหม่ยลี่ทำงานอยู่กองพัน H23 ตอนนั้นเพราะบ้านพักทหารของกองพัน H23 เต็ม ครอบครัวเธอเลยถูกส่งมาอยู่ตึกของกองพัน H28 แทน ด้วยเหตุนี้บ้านเธอเลยไม่มีที่ดินส่วนกลางไว้ปลูกผัก ทุกวันต้องซื้อผักกินเองซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย
พอซ่งอี้อันยื่นถั่วฝักยาวให้กำหนึ่ง จวงเหม่ยลี่เลยดีใจมาก: “ขอบคุณมากนะคะพี่อี้อัน”
กู้เถียนเถียนรีบกระชากถั่วกลับคืนมาทันที: “มาเนียนกินถั่วบ้านฉันงั้นเหรอ? เมื่อกี้ตอนฉันทะเลาะกับยัยป้าพวกนั้น ทำไมไม่เห็นเธอมาช่วยเข้าข้างบ้านฉันบ้างล่ะ?”
จวงเหม่ยลี่: “...”
กู้เถียนเถียน: “แล้วก็เลิกเรียก พี่อี้อันขา พี่อี้อันขา เสียงหวานประจบสอพลอแบบนั้นเสียที ฟังแล้วเลี่ยน! ทำอย่างกะฉันเรียกไม่เป็นงั้นแหละ?!”
หลังจากด่าจวงเหม่ยลี่เสร็จ เธอก็หันไปหาซ่งอี้อัน: “ถ้าไม่มีฉัน คุณจะมีถั่วฝักยาวกลับบ้านเยอะขนาดนี้ไหม?
คุณนี่ใจป้ำจังเลยนะ เอาผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของฉันไปแจกคนอื่นหน้าตาเฉย? ไปเลย ไปล้างมือเดี๋ยวนี้!” จวงเหม่ยลี่เห็นซ่งอี้อันเดินคอตกไปล้างมือที่อ่างล้างจานจริงๆ เธอก็พลอยรู้สึกสงสารและน้อยใจแทนซ่งอี้อัน บุรุษอกสามศอกระดับผู้บังคับกองพันแท้ๆ แต่เรื่องถั่วฝักยาวกำเดียวกลับตัดสินใจเองไม่ได้
จวงเหม่ยลี่แสดงสีหน้าไม่ยอมรับออกมาอย่างชัดเจน ตามตำราว่าไว้สามีเปรียบเสมือนฟ้า ยัยกู้เถียนเถียนกล้าดียังไงมาทำกับสามีตัวเองแบบนี้? แถมเขายังเป็นถึงผู้พันเชียวนะ!
“กู้เถียนเถียน อยู่บ้านเธอกล้าพูดกับพี่อี้อันแบบนี้เลยเหรอ?”
กู้เถียนเถียน: “สามีของฉัน ฉันอยากจะพูดยังไงมันก็เรื่องของฉัน เดี๋ยวคืนนี้ฉันยังจะ นอนกระซิบกันในผ้าห่ม กับเขาอีกด้วยซ้ำ!”
โครม!
กล่องสบู่ร่วงหล่นจากอ่างล้างจาน สบู่ก้อนนั้นราวกับจะวิ่งหา ‘เจ้านาย’ มันกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ที่แทบเท้าของกู้เถียนเถียนพอดี
ซ่งอี้อันรีบวิ่งกวดตามสบู่ก้อนนั้นมาด้วยความลนลาน
กู้เถียนเถียน: “...”
