ผู้ชายอย่างผม I am Here - 1
ทศรรห์เปิดอ่านแฟ้มเด็กนักเรียนที่จะได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นรูปนักเรียนของเด็กที่ตนเคยเจอเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะเจอกันแค่ครั้งเดียวครู่เดียว แต่ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มไร้เดียงสานั่นทำให้เขาจำได้ไม่ลืม
“เด็กกำพร้า” มุมปากหนายกยิ้มเล็กน้อยแล้วก็ต้องละความสนใจจากประวัติเด็กทุนของตนเองมาสนใจเจ้าลูกสาวของตนเองที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาบนตักตนเอง
“อย่าดื้อสิอิ่มหมี เห็นไหม ป๊ายุ่งอยู่ฮึ” เขาวางแฟ้มประวัติเหมือนแพรในมือลงบนโต๊ะแล้วก้มหน้าลงไปอุ้มอิ่มหมีวรนุช (เหี้ย) ที่เขาเก็บมันมาเลี้ยง เมื่อห้าปีก่อน เขากำลังขับรถกลับบ้านแล้วบังเอิญเจอมันข้ามถนน แถมขามันเจ็บ ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาสงสารมันเก็บมันขึ้นรถแล้วพาไปรักษาและนำมันมาเลี้ยงจนถึงทุกวันนี้
“ไม่ได้อาบน้ำกี่วันแล้วเนี่ยอิ่มหมี ทำไมเหม็นสาบแบบนี้อิ่มหมี” เขาพูดไม่จริงจังนักกับเจ้าอิ่มหมี ลูกรักของตนเองและเหมือนมันจะเข้าใจก็ครางอืออาตอบแล้วซบหน้ากับไหล่ของพ่อมันอย่างอ้อนๆ
“ไม่ต้องมาซบไหล่ป๊าเลยนะ เดี๋ยวป๊าพาไปส่งห้องนอน พรุ่งนี้ป๊าจะให้คนอาบน้ำให้หนู เข้าใจไหมอิ่มหมี” เขาพูดพร้อมกับอุ้มอิ่มหมีที่ซบไหล่ตัวเองพาเดินออกจากห้องทำงานตัวเองออกไปเพื่อพามันไปยังห้องนอนส่วนตัวของมันที่เป็นห้องมีสระน้ำส่วนตัว
“คุณฮันเตอร์...”
“ฉันพาอิ่มหมีกลับห้อง มีไรค่อยคุย” เสียงเข้มพูดแทรกไม่รอให้ขุนพูดจบความ
ขุนมองตามเจ้านายของตน นี่หรือคือทายาทของนักการเมืองขาใหญ่นนทบุรีจริงๆ เหรอ นี่คือมาเฟียหน้านิ่งที่ไปไหนมาไหนมีลูกน้องตามเป็นขบวนเป็นสิบคนงั้นเหรอ แต่ตอนนี้ทศรรห์กำลังอุ้มสัตว์เลี้ยงสุดประหลาดของเขาไปยังห้องส่วนตัวหลังบ้านพร้อมสระน้ำส่วนตัว นี่คือสัตว์เลี้ยงจริงๆ งั้นเหรอ แม้จะเห็นภาพนี้บ่อย แต่ขุนก็ไม่ชินตาสักทีกับภาพเจ้านายอุ้มตัวเงินตัวทอง
หลังจากส่งลูกสาวอิ่มหมีเสร็จก็กลับมาห้องทำงานตัวเองก็เห็นขุนนั่งรออยู่ในห้องทำงาน
“มีอะไร?” เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งยังที่เดิมที่นั่งก่อนหน้านี้
“ท่าน สส. อยากให้คุณฮันเตอร์กลับบ้านเมืองนนท์ครับ”
“คงอยากรู้เรื่องเนย์น่ะสิ” เขาตอบกลับสั้นๆ พร้อมยิ้มมุมปาก
“เดี๋ยวจัดการเรื่องมอบทุนนักศึกษาเสร็จ ฉันค่อยกลับ”
“ครับ คุณฮันเตอร์”
“คืนนี้ฉันจะไปไนต์คลับ นายกับทุกคนไม่ต้องตาม ฉันจะไปคนเดียว”
“แต่ว่า...”
“ฉันดูแลตัวเองได้ อีกอย่างนั่นก็ไนต์คลับฉัน ใครมันจะกล้ามาทำร้ายฉันในที่ของฉัน ขุน”
“ครับ คุณฮันเตอร์” เมื่อหมดธุระ ขุนคนสนิทก็ออกไปจากห้องทำงานปล่อยให้เจ้าของห้องนั่งอยู่คนเดียว
ทศรรห์ดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเองออกมาก็เห็นกิ๊บโบว์ติดผมผู้หญิงก็หยิบขึ้นมาแล้วนึกถึงสาวน้อยหน้าสวยหวานในชุดนักศึกษาที่ได้ทุนการศึกษาจากตนเองแล้วก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เดี๋ยวแกก็ได้กลับคืนสู่เจ้าของแก” เขาพึมพำจบก็เก็บไว้ที่เดิมราวกับว่ามันเป็นของสำคัญ แม้แต่ตัวมาเฟียหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้องจดจำใบหน้าสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราได้ และยังเก็บของสิ่งนี้ไว้อีก เมื่อเก็บไว้แล้วก็ลุกขึ้นเต็มความสูงเดินออกจากห้องทำงานเพื่อกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะกลิ่นตัวอิ่มหมี ลูกสาวของเขาติดตัวจนเริ่มจะทนกลิ่นเหม็นคาวเหม็นสาบเจ้าลูกสาวไม่ไหวตอนนี้
แม้จะได้ทุนการศึกษา ค่าเทอม ค่าครองชีพรายเดือนให้ แต่เหมือนแพรก็ยังต้องทำงาน เพราะเธอต้องช่วยเหลือพ่อครูแม่ครูที่บ้านเด็กกำพร้าที่ตนเองโตมา แม้ว่าพ่อแม่แท้ๆ ไม่ต้องการ แต่บ้านกำพร้าหลังนี้อบอุ่นกับเธอเสมอ ทำให้เธอมีพี่มีน้องที่คอยรักใส่ใจกัน
