บทย่อ
'ทศรรห์' ไม่เคยถามว่าเธอเต็มใจไหม แต่ทุกครั้งที่มีใครทำให้ 'เหมือนแพร' เจ็บ โลกของคนนั้นจะพังลงทันที เพราะมาเฟียอย่างเขาอาจไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ชอบเห็น 'ของของตัวเอง' มีน้ำตา สำหรับ 'ทศรรห์' แล้ว 'เหมือนแพร' เสีย 'น้ำตา' เพราะเขาได้คนเดียวเท่านั้น "แกกล้าแตะต้องเด็กของฉันเหรอวะไอ้สวะ! จัดการมัน ขุน" ทศรรห์เห็นตั้งแต่แรกแล้วเลยเฝ้าตามเงียบๆ กับขุนและการ์ดของตัวเอง "แกเป็นใครวะ?" คนเร่ร่อนยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองลุกขึ้นพร้อมคำถามและเดินตรงมาหมายจะเอาคืนคนที่ทำร้ายตัวเอง แต่ยังเดินได้ไม่ถึงสามก้าวเดินก็ถูกขุนกับลูกน้องอีกสองคนจับล็อกตัว "ทำให้ขยะอย่างมันหายไปจากโลกซะ! ให้มันรู้ซะว่าชีวิตไร้ค่าของมันน่ะตายไปก็ไม่มีใครเสียดาย" มาเฟียหนุ่มสั่งขุนแล้วขุนก็รับคำสั่งให้ลูกน้องลากตัวคนเร่ร่อนออกไปจากใต้ตัวตึกร้าง "ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแล้ว มีฉันอยู่ ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้เหมือน" เมื่อลูกน้องลากขยะสังคมออกไปเหลือแต่เขากับเหมือนแพรอยู่ด้วยกันลำพัง ทศรรห์ก็เดินเข้าไปหาเหมือนแพรที่ลุกนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทา "ทะ...ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่คะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะคุณทศรรห์" เธอขอบคุณเขาเสียงสั่นเครือ ก่อนหน้านี้นึกว่าจะถูกข่มขืนและฆ่าทิ้งซะแล้ว ทศรรห์เพิ่งกลับมาจากนนทบุรี ก่อนหน้านี้โทรหาเหมือนแพรหลายสาย แต่สาวเจ้าไม่ยอมรับสายจึงมาดูว่าเธอทำอะไรถึงไม่รับสายตน พอมาถึงก็เห็นเธอยุ่งกับการทำงานของเธอ พอเธอเลิกงานเดินกลับบ้าน เขาจึงให้ขุนแอบขับรถตามมาเรื่อยๆ โดยรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัวว่าโดนติดตาม "พอดีแวะมาแถวนี้น่ะ" มาเฟียหนุ่มตอบสั้นๆ พร้อมลูบคราบน้ำตาเปื้อนแก้มเนียนทิ้งให้ "ขอบคุณนะคะที่มาแถวนี้ ขอบคุณนะคะคุณทศรรห์" "ไม่ฟรีหรอกนะเด็กน้อย" เขาตอบสั้นๆ แล้วก็มองรอบๆ ห้องแคบๆ เล็กๆ ของตึกร้าง "ที่นี่ก็พอได้อยู่นะ" เขาพูดสั้นๆ แล้วก็หันมาสบตาเปียกชื้นน้ำตาของเหมือนแพร "คะ?" เหมือนแพรขมวดคิ้วงุนงงในคำพูดมาเฟียตรงหน้าตน "มันจะเอาเธอที่นี่ใช่ไหม งั้นฉันก็จะ ‘เ.อ.า’ เธอแทนมันเองเหมือน" "มะ...ไม่นะคะคุณทศรรห์" เธอส่ายหน้าปฏิเสธเสียงสั่นเครือ "ใช่ว่าเราเป็นคนแปลกหน้ากันซะหน่อยเหมือน และเราก็ใช่จะไม่เคยทำกัน" เขาพูดพร้อมยื่นมือไปจับแก้มนวลแล้วลูบไล้มือสากกร้านมายังลำคอระหงชื้นเหงื่อหญิงสาว "ไม่นะคุณทศรรห์" เธอส่ายหน้าพร้อมกับถีบเท้าถอยหนีจากคนตรงหน้าตัวเอง "ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเด็กน้อย ฉันช่วยเธอ ฉันต้องได้เธอว่าไหม" ทศรรห์ขยับตัวตามคนตัวเล็กที่ถอยหนีตนเองไปจนติดผนังปูนด้านหลัง "ไม่นะคะ" สาวน้อยปฏิเสธ แต่แล้วก็ต้องตาโตสั่นกลัวอีกครั้งเมื่อมาเฟียตรงหน้าโถมตัวโน้มลงมาหาแล้วจูบปากของเธอดูดดื่ม
บทนำ แรกเจอ
อุ๊ย!
ร่างเล็กเดินชนร่างใหญ่จนเสียหลักเกือบล้ม แต่โชคดีคนตัวโตคว้ากอดไว้ทัน ทั้งสองสบจ้องตากันครู่หนึ่งก่อนคนตัวเล็กจะหลบสายตาเมื่อสบจ้องกับดวงตาดุดันเข้มขรึมของอีกฝ่าย
มาเฟียหนุ่มผละเงยหน้าจากดวงหน้าสวยไร้เดียงสาที่ตนเผลอจ้องไปครู่หนึ่งขึ้นส่งสายตาให้คนของตัวเองไม่ให้วู่วามใจร้อน หากช้ากว่านี้ คนของเขาคงรีบเข้ามากระชากร่างเล็กออกห่างจากวงแขนแข็งแรงและกระชากปืนจี้หัวเธอแน่นอน
“ขะ...ขอโทษนะคะ”
คนตัวเล็กในชุดนักเรียนรีบเอ่ยขอโทษพร้อมดันตัวเองยืนให้มั่นคงโดยได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของวงแขนแข็งแรงที่ตนเดินชน เมื่อกี้เธอรีบเดินจนไม่ทันระวังและดูว่ามีเขาเดินสวนมาจนทำให้ชนร่างใหญ่เข้าอย่างจังจนเกือบล้ม
มาเฟียหนุ่มทำเพียงพยักหน้าตอบแล้วมองดูคนตัวเล็กในชุดนักเรียนเดินเร่งรีบจากไปหลังจากยืนมั่นคง
“ให้คนของเราไปตามดูเธอไหมคุณฮันเตอร์?” คนสนิทเดินเข้ามาถาม
ทศรรห์ก้มลงหยิบกิ๊บโบติดผมสีน้ำเงินของเธอที่ตกกับพื้นขึ้นมาถือแล้วมองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกำแน่นแล้วเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงสแล็คตนเอง
“แค่เด็กนักเรียน คิดมากขุน”
เขาตอบกลับแล้วขยับเสื้อสูทตัวเองเล็กน้อยเดินเข้าไปในตัวอาคารสี่สิบชั้นตรงหน้าของตนเอง ทศรรห์(ทะ-สัน) ทรัพย์สกุล หรือฮันเตอร์ มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทย-จีน-ฟิลิปปินส์ วัยยี่สิบเก้าปี ทายาทคนเดียวของนายทศวรรษ นักการเมืองกับนางมาจา พ่อของเขาเป็นลูกครึ่งไทย-จีน ส่วนมารดาเป็นคนฟิลิปปินส์ พ่อกับแม่ทศรรห์แยกทางกันตั้งแต่เขาอายุสิบสามขวบ แยกทางกัน แต่ยังไม่ได้หย่ากัน
“บอกป๊าหรือยังว่าวันนี้ฉันเสร็จงาน ฉันจะบินไปหาเนย์” ขณะก้าวขาเดินเข้าไปในตึกก็พูดไปด้วย ‘เนย์’ คือคำที่เขาใช้เรียก ‘แม่’ ของเขา
“ครับ ผมแจ้งเลขาของท่าน สส. แล้วครับ”
“ทุนการศึกษาฉันยังต้องไปมอบไหม?”
“ไม่ไปก็ได้ครับ”
“วันไหนล่ะมอบทุน?”
“คุณฮันเตอร์กลับมาจากหาเนย์พอดีครับ”
“งั้นก็ตามนี้ ฉันว่ารอบนี้ฉันจะไปมอบทุนด้วยตัวเอง” จริงๆ ไม่ได้อยากไป แต่เป็นคำสั่งของพ่อว่ารอบนี้เขาต้องไปมอบทุนการศึกษาด้วยตัวเอง
เกือบไม่ทันรถเมล์รอบนี้ซะแล้ว หญิงสาวในชุดนักเรียนขึ้นมาบนรถเมล์แล้วเดินหาที่นั่ง พอได้ที่นั่งก็รีบเปิดดูกระเป๋าผ้าตัวเองว่าเผลอทำอะไรหายไปไหม
“ดีนะ ที่ยังอยู่ครบ” ที่อยู่ครบคือเงินค่าแรงทำงานพาร์ตไทม์ของตัวเอง เหมือนแพร สุขสม หรือเหมือน เด็กกำพร้าที่อายุครบสิบแปดปีเต็มวันนี้
“ถ้าหายไป แย่แน่เรา ไม่มีเงินจ่ายค่าเค้กที่สั่งไปฉลองวันเกิดกับได้ทุนเรียนต่อมหา’ลัยกับน้องๆ แม่ครู พ่อครูที่บ้านแน่” เธอพึมพำกับตัวเองแล้วก็นั่งยิ้มมองดูบรรยากาศด้านนอกรถเมล์ที่กำลังวิ่งด้วยใบหน้ายิ้ม

