บทที่ 2 ที่เลือกเอง
บทที่ 2 ที่เลือกเอง
ชนกชนม์มองรถสไลด์ที่กำลังขับผ่านหน้าเธอไป ในหัวของหญิงสาวคำนวณค่าใช้จ่ายในทันที
เริ่มต้นที่ 5,000 บาท และบางทีอาจจะมีค่าใช้จ่ายแฝงปลีกย่อยมากกว่านั้น
“เชิญขึ้นรถครับ”
เอริคคือชื่อของคนขับรถ เขาบอกเธอตอนที่เรายืนอยู่หน้าตำรวจด้วยกัน เคลียร์ประกันและตำรวจเรียบร้อย โดยมีคนของเขาเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด
ที่จริงชนกชนม์อยากจะขอบคุณคนในรถนั่น แต่ก็ขอบคุณไม่ลง เพราะบิลเรียกเก็บค่ารถสไลด์จะส่งมาถึงเธอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
“ชนม์กำลังรอรถยกของประกันค่ะ คุณเรียกรถสไลด์มาแบบนี้…ใครจ่าย”
ค่ารถสไลด์ที่จะต้องเสียโดยไม่จำเป็นเธอคิดว่ามันไม่สมควร
ถึงบ้านเธอจะพอมีฐานะแต่เงินเดือนที่ใช้ก็ได้รายเดือน ไม่ได้มีไปฟุ่มเฟือยที่ไหน
“เมื่อครู่คุณบอกเองว่าไม่อยากทำให้นายเสียเวลา การที่คุณขอร้องไม่ให้นายเอาเรื่องคุณแต่จะให้มารอรถยกของประกัน คุณควรรู้ว่าเวลาท่านมีค่าขนาดไหน หรือที่ทำแบบนี้อยู่เพราะจะโกงนาย”
ชนกชนม์มองคนพูดก็ขมวดคิ้วขบปากล่าง คนในรถคันแพงนั่นเอาไปทุกอย่างแล้ว
กุญแจรถ บัตรประชาชน บัตรนักศึกษา แม้กระทั่งคีย์การ์ดเข้าคอนโดก็อยู่ในกระเป๋าใบนั้นทั้งหมด ยังมีหน้ามาบอกว่ากลัวเธอโกง
“แต่เราก็ควรคุยกันก่อน คุณถือวิสาสะ…” หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำเสียงที่ดังลั่นนั่นก็ทำเธอสะดุ้งสุดแรง
“จะพร่ำอีกนานไหมขึ้นรถ!!”
ภายในรถยนต์คันแพง ร่างเล็กของหญิงสาวนั่งตัวลีบตัวติดประตู สองมือเธอบีบกุมกันอยู่บนหน้าตัก เครื่องปรับอากาศภายในรถยนต์เย็นเฉียบจนหนาวยะเยือก
แต่มันน่าแปลกที่หญิงสาวรู้สึกถึงแผ่นหลังมันชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยืนยันว่าจะไม่ขึ้นรถไปกับเขา แต่เพราะคนของเขาเอาแต่เรื่องคดีความมาขู่อยู่นั่น สุดท้ายชนกชนม์ต้องจำใจขึ้นรถคันนี้มา
“นายจะไปเข้าร้านเลยไหมครับ”
“อืม”
ชนกชนม์เอาแต่นั่งก้มหน้า แม้จะอยากถามว่าจะพาเธอไปที่ไหน แต่เมื่อเหลือบหางตาไปมองแค่เห็นแขนเสื้อเชิ้ตของเขาก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรออกมาแล้ว
เมื่อกี้ลูกน้องของเขาเป็นคนจัดการทุกอย่างแทนเธอ รอไม่นานแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นเรื่องทุกอย่างก็จบลง…จบอย่างง่ายดาย
นั่นคงไม่ต้องมีใครยืนยัน ไม่ว่าอำนาจ บารมีใด ๆ ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอนี้ก็มีครบทุกอย่าง เขาทำเรื่องที่คนอื่นว่ายากให้เป็นเรื่องง่าย!
เวลาในรถที่อยู่กับเขาสองคนชนกชนม์เหมือนปลาขาดน้ำ เธอหายใจไม่คล่อง แทบจะไม่กล้าหายใจเลยด้วยซ้ำ
“สรุปแล้วเธอขับรถตามฉันทำไม?”
ชนกชนม์สะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังคิดถึงอยู่ว่าจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดีแต่คนเบาะข้างก็ถามออกมาด้วยเสียงที่ฟังแล้วขนหัวก็ลุกชัน
“เปล่าค่ะ ชนม์ไม่ได้ขับรถตามคุณ” หญิงสาวยืนยันด้วยดวงตาใสคล้ายลูกแก้วของเธอ
“เธอควรรู้ไว้ว่ารถคันละล้านของเธอยังมีกล้องรอบคัน แล้วเธอคิดว่ารถคันละหลายล้านอย่างฉันจะไม่มีเหรอ?” หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวเมื่อนึกตามความจริงข้อนี้
“เป็นพวกสตอล์กเกอร์?” ชนกชนม์ส่ายหน้า เธอไม่ได้เป็นคนที่ชอบสะกดรอยตามคน
“ข้อมูลได้มาแล้วครับ คนของเราส่งเข้าอีเมลนายแล้ว”
เอริคที่รับหน้าที่คนขับรถพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดราวกับจะให้ชนกชนม์ได้ยินด้วย
และเมื่อเจ้านายของเอริคครางรับในลำคอ ม่านกั้นห้องโดยสารก็ปิดลง เท่ากับตอนนี้เหลือเพียงแค่เธอกับเขาในห้องโดยสารส่วนด้านหลังเท่านั้น
มุมปากหยักของคนข้างกายยกขึ้น ชายหนุ่มเปิดไอแพด ก่อนจะวางมันไว้ตรงที่พักแขนระหว่างตัวรถ เป็นจุดที่ทั้งเธอและเขาจะมองเห็นคลิป VDO คลิปหนึ่งได้ง่าย ๆ
คอนโดลักซูรี่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม ในลานจอดรถยนต์มีร่างเล็กของหญิงสาวด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวรถยนต์คันนี้…คันที่พวกเรานั่งอยู่
ตัดมาอีกคลิปหนึ่งเป็นคลิปในห้างสรรพสินค้า ก็ยังมีผู้หญิงคนเดิมทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นเดิม กำลังเดินตามคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ
หัวใจของชนกชนม์สั่นยิ่งกว่าแผ่นดินไหว มือเท้าเรียกว่าเย็นเฉียบ เธอเหมือนวิญญาณจะหลุด
“เธอว่าคนในคลิปนั่นคุ้น ๆ ไหม?” คำถามของชายหนุ่มทำให้ร่างกายของชนกชนม์เหมือนถูกแช่แข็ง
เมื่อเธอเอาแต่เงียบเขาก็แค่นเสียงออกมาจากลำคอ ก่อนจะโยนไอแพดนั่นมาบนตักเธอ
“ฉันถามว่าคุ้นไหม!” คำตอกย้ำของเขาทำเอามือเธอสั่น หญิงสาวก้มหน้าน้ำตาพานจะไหล
“ชะ ชนม์ไม่รู้ค่ะ” ชนกชนม์มองเห็นตัวเองในคลิปนั่นแล้ว และเธอไม่คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปจะถูกคนข้าง ๆ จับได้เสียแล้ว
“ยังจะปฏิเสธว่าไม่เคยตามฉันแล้วนั่นมันหมาที่ไหน?!” น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้น ทั้งยังขยับตัวมาใกล้เธอ
“ใครสั่งให้เธอมาตามฉัน พี่ชายเธอเหรอไง!!” เสียงเขาดังแบบที่แก้วหูเธอจะแตก แต่สิ่งที่เขาพูดนั่นเขย่าประสาทชนกชนม์จนแทบเสียสติ
“ไอ้ดอกเตอร์นั่นสินะ…มันหน้าตัวเมียถึงขนาดส่งเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเธอมาตามสืบเรื่องของฉันเลยงั้นเหรอ!”
ชนกชนม์ยกมือขึ้นอุดหูตัวเอง เธอมองหน้าเขาและขบริมฝีปาก ดวงตากลมโตขอบตาเริ่มแดงก่ำ
“คุณอย่าพูดถึงเฮียชนม์แบบนี้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเฮีย!”
“ไม่เกี่ยวกับพี่เธอแล้วมันต้องเกี่ยวกับใคร?”
เขายื่นมือหนามาจับเข็มห้อยของคณะที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อนักศึกษาแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ
เสียงหัวเราะของเขาคล้ายแก้วกระทบกันก็ไม่ปาน มันทั้งกังวานจนสะท้านหัวใจคนฟัง
ชนกชนม์เหลือบสายตาไปมองเขา ยิ่งเห็นแววตากระด้าง สีตาแบบนั้น ริมฝีปาก และเสียงหายใจของเขา ร่างเล็กผวาและปัดมือหนาให้ไกลตัวเธอ
“ไม่เกี่ยวกับเฮียชนม์!” ชนกชนม์ตอกย้ำกลับไปเหมือนว่าเธอจะพูดกับตัวเองมากกว่า
ที่จริงหญิงสาวก็แค่กำลังจะสะกดจิตตัวเองไม่ให้หวาดกลัวเขามากนัก ตรงหน้าคือคนไม่ใช่ปีศาจซาตานที่ไหน
“เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวฉันจะส่งคนไปเชิญมันมาถามด้วยตัวเอง…”
“อย่ายุ่งกับเฮียชนม์ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา!”
ผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาคล้ายรูปปั้นยิ้มให้เธอ และรอยยิ้มของเขาทำเอาความหนาวยะเยือกคืบคลานเข้ามาภายในใจ
ชนกชนม์ภายนอกเหมือนจะเป็นคนที่ตามใครไม่ทันกะปํ้ากะเป๋อ แต่ความจริงแล้วหญิงสาวฉลาดและทันคน อยู่ที่ว่าเธอจะพูดหรือไม่พูดก็เท่านั้น
หญิงสาวตีทุกความหมายกับสิ่งที่ผู้ชายข้าง ๆ กำลังสื่อ เธอรู้ว่าเขาต้องการอะไร และมันไม่ผิดไปจากที่เธอคิด
สายตากักขฬะที่มองกันอย่างไม่ปิดบัง ลำคอของชนกชนม์แห้งผาก แววตาของเธอแสดงออกชัดเจนว่ากำลังกลัว
“ก็ฉันให้คนไปลากคอไอ้ด็อกนั่นมาถามก็รู้…แต่อย่างที่บอกไงเราคุยกันได้นะชนม์” มือหนาของเขาวางลงมาบีบบ่าเล็กข้างหนึ่ง
เขาเหมือนซาตานร้ายที่เดินเข้ามาล่อลวงซื้อวิญญาณเธอ
“...คุณต้องการอะไร” เธอถามออกไปเสียงแผ่วเบา แววตาที่จ้องมองเขาสั่นระริกเช่นเดียวกับริมฝีปาก
“แล้วเธอคิดว่าผู้ชายอย่างฉันต้องการอะไรจากเธอ?”
เคลย์ตัน วินด์ เอ่ยปากถามผู้หญิงตรงหน้าก่อนจะลากนิ้วมือแตะลงมาบนปลายคางเธอแล้วดันขึ้นให้สบตากัน
ใบหน้ากลมเกลี้ยงซีดเซียวไร้สีเลือด แววตาของเธอขวัญผวาจนเขายิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกชอบใจ
“แลกกับการจบทุกอย่าง ทั้งเรื่องพี่ชายเธอ เรื่องรถยนต์และคดีความ รวมถึงเรื่องว่าที่พี่สะใภ้เธอด้วย...ชนม์คิดว่าอะไรในตัวเธอที่พอจะคลี่คลายปัญหานี้ได้?”
นิ้วโป้งที่ร้อนจัดลูบลงมาบนริมฝีปากล่างของหญิงสาว ก่อนที่เขาบดขยี้มันอย่างรุนแรง
หัวใจของชนกชนม์เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกไปจากอก
“หรือถ้าเธอคิดว่าฉันขู่จะลองดูก็ได้...” เธอรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าพูดจริง ไม่มีทางที่คนเลวอย่างเขาจะทำอย่างที่พูดไม่ได้
“ก็แค่นอนกับฉัน...รับรองว่าเธอไม่มีขาดทุนหรอก ทั้งเธอและฉันปิดปากให้สนิทแค่นี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมบริเวณซอกคอของเขา
ชนกชนม์ตื่นตกใจแทบสิ้นสติทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เคลย์ตันพูดออกมาว่าต้องการแบบนั้น แต่เธอไม่ได้อยู่ในจุดที่เลือกได้
“คุณรับปากว่าถ้าฉันให้ในสิ่งที่คุณต้องการแล้ว คุณจะไม่ไปยุ่งกับพวกเขาใช่ไหม” ชนกชนม์ถามออกไปเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นดันอกแกร่งที่เข้ามาใกล้
ในหัวเธอมืดแปดด้าน แต่เพราะความจริงที่ได้รู้มาเกี่ยวกับพี่ชายและพี่สะใภ้ ทั้งยังมีเรื่องของผู้ชายตรงหน้านี้ด้วย
เธอจึงไม่ต้องใช้เวลาคิดนานเลยด้วยซ้ำ แค่เพียงเคลย์ตันหยิบยื่นบางสิ่งให้ ชนกชนม์ก็กระโดดงับเหมือนสัตว์ที่ขาดอาหารมานานทันที
“ขอแค่ทำให้ฉันพอใจก็ไม่น่ายาก หรือบางทีเราจะทำเหมือนไม่เคยคุยกันเรื่องนี้ก็ได้นะ” เคลย์ตันมองหน้าเธอแล้วพูดก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล่เช็ดน้ำตาให้ การกระทำของเขาทำเอาหญิงสาวงุนงง
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเคลย์ตันถึงได้รู้สึกสนุกทั้งที่เรื่องนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ
“เพราะแค่ได้กระทืบพี่ชายเธอทุกอย่างก็จบ ฉันไม่กล้าบังคับเธอหรอก มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายดี ๆ ทำกัน” เคลย์ตันผละออกไปนั่งที่เดิม แต่ยังมองเธอด้วยแววตาเต็มไปด้วยประกายรอยยิ้ม
มาเฟียหนุ่มกำลังบอกว่าเขาเป็นผู้ชายที่ดี...อย่างนั้นสินะ ชนกชนม์สะบัดหน้าก่อนจะกำมือแน่นและสบตาเขากลับไป
“คุณไม่ได้บังคับฉัน…เป็นฉันที่เลือกเอง”
