ตอนที่ 2 จะอยากรู้ทำไม
ภายในห้องลองชุดเจ้าบ่าว
สิงหาสวมชุดเจ้าบ่าวสูทกางเกงขายาวสีงาช้างผูกหูกระต่ายสีดำเดินหล่อไร้ที่ติสูงสมาร์ตออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดทำคนมองตะลึงในออร่าหล่อจนเขินไปชั่วขณะ
“ไม่ชอบอันนี้เหมือนเด็กเสิร์ฟ” คิ้วเข้มขมวดดึงโบหูกระต่ายที่ล้อมรอบปกคอเชิ้ตสีขาวอย่างรำคาญ
“เขาเรียกว่าโบหูกระต่าย ถ้าไม่ใส่ก็เอาออก” ลลนาหลบตาลงเล็กน้อยก่อนจะเดินมายืนข้าง ๆ ช่วยแกะตะขอด้านหลังออกจากปกคอของคนขี้หงุดหงิดเขาเอียงมองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่ว่าจะหน้าผากเรียวคิ้วขนตางอนยาวหรือริมฝีปากบางเป็นกระจับช่างละมุนละไมสบายตาไม่มีเบื่อ
“สบายดีไหม?”
“ดี”
“มีแฟนหรือยัง” เสียงทุ้มแผ่วเบาแววตาคมวิบวับเป็นประกาย ลลนาเหลือบมองนิ่งทั้งที่ใจเต้นรัว
“เสร็จแล้วออกไปดูเจ้าสาวเถอะ” นิ้วเรียวจับปกคอเสื้อด้านหลังให้เข้าที่แล้วหันหนีวางโบหูกระต่ายลงเดินเลี่ยงนำออกไปทันที เขามองตามตาละห้อยในวันที่มีโอกาสเขากลับเลือกให้หลุดลอยไปแม้มิตรภาพดี ๆ ที่เคยมีต่อกันก็จางหายแทบไม่หลงเหลือให้กับคำว่าเพื่อนรักเหมือนก่อน
ห้องโถงบริเวณลองชุดเจ้าสาว
น้ำเพชรยิ้มหวานสวมชุดเจ้าสาวฟูฟ่องตัวชุดผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสแขนยาวประดับด้วยคริสตัลระยิบระยิบส่งเสริมให้ว่าที่เจ้าสาวเปล่งประกายแม้แต่งหน้าเพียงอ่อน ๆ สิงหานั่งพิงโซฟาก้มหน้ากดสมาร์ตโฟนเลื่อนไถไปมาไม่ได้สนใจมองเจ้าสาวเลยสักนิด
“สิงคะ ชุดนี้เป็นยังไง?” น้ำเพชรเอ่ยเรียกกดเสียงต่ำ สิงหาเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเจ้าสาวแสนสวยตรงหน้า
“ก็สวยดีนะ เอาเลยไหม”
“สวยแน่นะ....หรือแค่ตัดความรำคาญ” แขนเรียวกอดอกหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ พนักงานร้านกับน้ำเพชรต่างชะงักเก็บสีหน้าให้นิ่งแล้วเหล่สายตามองกันเลิ่กลั่ก
“ถ้าไม่โอเคก็แค่ไปเปลี่ยน” พูดจบหน้าหล่อก็ก้มลงเลื่อนหน้าจอสมาร์ตโฟนอย่างใจเย็นตรงกันข้ามกับเจ้าสาวที่หอบหายใจแรงพร้อมวีนแต่ต้องข่มใจเก็บอาการ
“แม่จ๋า” เสียงเรียกสดใสมาพร้อมกับเสียงรองเท้าผ้าใบเจ้าหญิงดังปี๊บ ๆ ของสาวน้อยจ้ำม่ำสวมชุดกระโปรงสีขาวผิวขาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่าเอ็นดูที่กำลังวิ่งซอยขาสั้นถี่ตรงมาหาลลนา
“อื้อฮือ คนงามของแม่แต่งตัวสวยไปเที่ยวไหนคะ” กายบางย่อลงอ้าแขนโอบกอดลูกสาวสุดที่รักทันที สิงหาหันมองตาเบิกกว้างใจหวิวไม่คิดว่าเธอจะมีลูกโตขนาดนี้
“ย่ามารับไปหาพ่อค่ะ มีของกินกับดอกไม้ด้วย” เอเม่คุยเสียงแจ๋วยิ้มกว้างจนตาหยี รัศมีแม่ของสามีสวมชุดเสื้อผ้าสีขาวสุภาพเดินอมยิ้มตามมาหลังหลานสาวมาติด ๆ
“หลังไปวัดแม่จะพาเอเม่ไปหาอะไรกินแล้วก็เล่นของเล่นในห้างอาจจะกลับมาส่งเย็นหน่อยนะ”
“ค่ะแม่ มิ้นท์ฝากเอเม่ด้วยนะคะ”
“เอเม่ทำบุญเผื่อป้าปรางด้วยนะ”
“โอเคค่ะ ป้าปราง” เอเม่เงยมองตาแป๋วยกมือขึ้นทำนิ้วโอเคให้กับเพื่อนแม่
“ไม่ดื้อไม่ซนให้ย่าปวดหัวนะลูก” มือเรียวประคองแก้มอ้วน ๆ ชมพูระเรื่อมีเลือดฝาดแววตาสดใสประกายไร้เดียงสาอย่างเอ็นดู
“ค่ะ ร้ากแม่สุด” เอเม่อ้าแขนสั้นคล้องคอกอดแม่แล้วจุ๊บแก้มไปหนึ่งที
“แม่รักหนูมากกว่า” ลลนากระชับอ้อมแขนหอมลูกสาวฟอดใหญ่ชื่นใจก่อนจะผละห่างโบกมือบ้ายบายกันกะหนุงกะหนิง
“ลูกสาวคุณมิ้นท์น่ารักจังกี่ขวบแล้วคะ” น้ำเพชรเอ่ยถามหลังจากก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยอยู่นานสองนาน
“สองขวบจะครึ่งแล้วค่ะ” ลลนาเหยียดกายยืนหันมายิ้มแก้มปริกับคำชมลูกสาวตัวน้อย สิงหาก้มหน้างุดเหล่หางตามองลลนาแต่ปลายนิ้วยังเลื่อนสมาร์ตโฟนไปเรื่อย ๆ โดยที่เขาไม่ได้สนใจมองเนื้อหาบนหน้าจอเลยด้วยซ้ำ
“เราไปเปลี่ยนชุดใหม่กันนะคะคุณหนึ่ง” ปรางแทรกขึ้นแล้วยิ้มกว้างผายมือเชื้อเชิญ น้ำเพชรพยักหน้าเล็กน้อยเดินไปยังห้องเปลี่ยนชุด
“ท้องตั้งแต่เมื่อไหร่?” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อสถานที่ปลอดโปร่งไร้ผู้คนอื่น ลลนาหันมองเขาเหยียดกายลุกขึ้นก้าวเดินเข้ามาใกล้
“จะอยากรู้ทำไม?”
“เราเพิ่งห่างกันสองปีกว่าแต่ตอนนี้ลูกแกสองขวบจะครึ่งถ้ารวมกับอุ้มท้องแสดงว่าแกท้องก่อนมาบอกรักเรา แกทำไปทำไมหรือรู้ว่าท้องเลยมาบอกรักเผื่อให้เรารับเป็นพ่อเด็กเพราะแกไม่รู้ว่าพ่อเด็กในท้องเป็นลูกใคร”
“มีความคิดอื่นที่เชี้ยกว่านี้อีกมั้ย ผ่านมาตั้งหลายปีแกก็ยังไม่โตสักที” ดวงตาสวยกลอกมองบนหงุดหงิดคำถามแสนดูถูกจากปากของอดีตเพื่อนรัก
“แล้วมีอย่างอื่นให้คิดเหรอ ช่วงเวลามันฟ้องว่าแกท้องมาก่อนจริง ๆ ช่วงติดโปรเจคเรียนที่เราห่างกันแกคบใครเอากับใครบ้างก็ไม่รู้”
“เราจะเอากับใครก็เรื่องของเรา แกจะมาเซ้าซี้อะไร”
“ก็มันน่าโมโหที่แกตั้งใจหลอกให้เราเป็นพ่อเด็กทั้งที่ไม่ใช่ลูกเรา เพื่อนเขาทำกันแบบนี้เหรอวะ ดีนะที่ตอนนั้นไหวตัวทันไม่งั้นก็เป็นพ่อลูกอ่อนเลี้ยงลูกคนอื่นไปแล้ว” เสียงทุ้มแข็งขึ้นกัดริมฝีปากหัวเสียหากเขารับรักเธอในวันนั้นก็คงพลาดท่าถูกยัดเยียดให้ต้องรับผิดชอบ
“แล้วถ้าฉันบอกว่าเป็นลูกของแกล่ะ”
