4
แม้บรรยากาศยังตึงเครียดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าแต่ทุกคนก็อยากรู้ว่า พิธีแต่งงานจะจบอย่างไร เจ้าสาวซูเยว่ซิน ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างโต๊ะพิธี ชุดเจ้าสาวสีแดงของนางสะบัดเบา ๆ ตามแรงลม สายตาของนางยังคงเย็นและนิ่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง
เจ้าบ่าวหลี่จิ่งเหวิน ยืนหน้าเขียว แก้มของเขายังบวมจากรอยตบ สายตาที่มองซูเยว่ซินเต็มไปด้วยความแค้น ด้านหลังเขาคือหญิงสาวในชุดแดงอีกคน หลินหว่านเยียนยืนอยู่ใกล้ ๆ มือของนางจับแขนเขาเบา ๆ
“จิ่งเหวิน…อย่าทะเลาะอีกเลย” เสียงของนางอ่อนโยน แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความกังวล เพราะนางรู้ดี หากพิธีนี้สำเร็จ ซูเยว่ซินจะกลายเป็น ภรรยาเอกตามพระราชโองการ
หลี่จิ่งเหวินกัดฟัน เขาไม่ต้องการให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด กลางลาน หลี่เหวินจง เจ้ากรมพิธีการและเจ้าบ้านของจวน กำลังคุยกับฮูหยินของตน ฮูหยินหลี่ เสียงของเขาเบามาก
“ต้องทำอะไรสักอย่าง”
ฮูหยินหลี่ขมวดคิ้ว
“แต่ผู้สำเร็จราชการยังอยู่”
หลี่เหวินจงเหลือบมองไปยังมุมลาน ตรงนั้น ชายในชุดดำกำลังยืนดูเหตุการณ์อย่างสงบ ผู้สำเร็จราชการแห่งแคว้นต้าเซิ่ง คนที่ทั้งราชสำนักเกรงใจ
“เขามาแค่ดูพิธี เรื่องในเรือนของเรา เขาคงไม่ยุ่ง”
ฮูหยินหลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ แผนบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในสายตาของทั้งสองคน เสียงประกาศของคนพิธีดังขึ้น
“ได้เวลาทำพิธีไหว้ฟ้าดินแล้ว!”
แขกในงานเริ่มตั้งตัว ซูเยว่ซินเดินมาที่โต๊ะพิธีอย่างสงบ สายตาของนางกวาดมองรอบลาน แล้วหยุดอยู่ที่ชายคนหนึ่ง เซียวอวี้เฉิน สายตาของทั้งสองคนสบกันเพียงครู่เดียว เซียวอวี้เฉินหรี่ตาเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องยังไม่จบ
คนรับใช้รีบวิ่งเข้ามา
“คุณชายอยู่ไหน!”
“คุณชายจิ่งเหวินป่วยกะทันหันเจ้าค่ะ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วลาน ซูเยว่ซินเลิกคิ้ว
“ป่วย?”
สาวใช้รีบพยักหน้าอย่างหวาด ๆ
“ในเมื่อจิ่งเหวินป่วย วันนี้พิธีอาจต้อง”
พูดยังไม่ทันจบ เสียงร้องของสัตว์ตัวหนึ่งก็ดังขึ้น
“อู๊ด!”
คนรับใช้สองคนลากอะไรบางอย่างเข้ามา ทั้งลานเงียบลงทันที เพราะสิ่งที่ถูกลากเข้ามา คือหมูตัวผู้ตัวใหญ่ หมูถูกผูกผ้าแดงไว้ที่คอ เหมือนกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานแขกทั้งงานอ้าปากค้าง
ซูเยว่ซินเรียกสาวใช้เข้ามาใกล้ ก่อนที่จะกระซิบอะไรบางอย่างให้นางไปจัดการ
ฮูหยินหลี่พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อเจ้าบ่าวป่วย ก็ให้หมูตัวผู้ตัวนี้เป็นตัวแทนไหว้ฟ้าดินก่อนก็แล้วกัน” สองสามีภรรยาจอมชั่วร้าย มองสบตากันอย่างสะใจ จะยังไงก็ต้องแต่ง ต้องข่มนางให้จมดิน ทำให้นางอับอายจนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาอีก
เสียงซุบซิบระเบิดขึ้นทันที บางคนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่คือพิธีแต่งงานของขุนนางใหญ่ แต่กลับเอาหมูมาแทนเจ้าบ่าว สายตาหลายคู่หันไปมองซูเยว่ซิน คิดว่านางต้องโกรธแน่นอน ที่สำคัญนางต้องอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เพราะถูกหยามถึงขนาดนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ นางเป็นแค่สตรีลูกพ่อค้า ไม่มีทางต่อสู้กับตระกูลขุนนางได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม ซูเยว่ซินมองหมูตัวนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะ เสียงหัวเราะของนางดังชัดทั่วลาน นางยกแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย แล้วพูดเรียบ ๆ
“ดี” ทุกคนชะงัก ซูเยว่ซินพูดต่อ
“ในเมื่อเจ้าบ่าวเป็นหมู ก็ไหว้ฟ้าดินกับหมูไปเถอะ”
แขกหลายคนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หลี่จิ่งเหวินที่ยืนอยู่ด้านหลังหน้าแดงก่ำ
“เจ้าว่าใครเป็นหมู!”
ซูเยว่ซินหันไปมองเขา
“เจ้าคิดว่าใครล่ะ”
ลานทั้งลานเงียบ แต่คนหลายคนเริ่มยิ้ม ที่มุมลาน เย่หานกระซิบเบา ๆ
“ท่านอ๋อง…คุณหนูซูคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ปากคอของนางเราะร้ายยิ่งกว่าอสรพิษเสียอีก”
เซียวอวี้เฉินยังคงมองหญิงสาวในชุดแดง สายตาของเขานิ่ง แต่ในแววตานั้นมีประกายบางอย่าง ผู้หญิงที่สามารถหัวเราะได้ แม้ถูกดูถูกกลางงานแต่ง ไม่ใช่คนธรรมดา
ซูเยว่ซินหันกลับไปมองโต๊ะพิธี แล้วพูดเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน
“แต่ก่อนจะเริ่มพิธี ข้าก็มีเรื่องจะประกาศเหมือนกัน” นางหยุดเล็กน้อย สายตาเย็นเฉียบ หลี่เหวินจงขมวดคิ้ว
“เรื่องอะไร”
ซูเยว่ซินมองหีบสินสอดที่เรียงกันอยู่ ก่อนพูดช้า ๆ
“สินสอดยี่สิบล้านของข้า” ทั้งลานเงียบทันที ซูเยว่ซินพูดต่อ
“ข้าจะมอบ สี่ส่วนให้ราชสำนัก และอีกสี่ส่วนให้ผู้สำเร็จราชการ” คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าผ่า สายตาทุกคู่หันไปมองเซียวอวี้เฉิน ผู้สำเร็จราชการเองก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาหรี่ลง
ซูเยว่ซินยิ้มบาง ๆ แล้วพูดประโยคสุดท้าย
“เพื่อใช้บำรุงกองทัพ และช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยพิบัติและทำนุบำรุงบ้านเมือง เนื่องจากฮ่องเต้เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ดังนั้นในคลังจึงต้องเติมเงินในท้องพระคลังไม่ให้ว่างเปล่า”
ลมพัดผ่านลานจวน ไม่มีใครรู้ว่า คำประกาศนี้ กำลังจะทำให้สถานการณ์ทั้งเมืองหลวง เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ก็คือตระกูลหลี่เกมที่ซูเยว่ซินเริ่มเล่น กำลังเข้าสู่ด่านใหม่ และครั้งนี้ผู้สำเร็จราชการ เซียวอวี้เฉินก็ถูกดึงเข้ามาอยู่ในเกมด้วย
