3
หลี่เหวินจงรีบก้าวออกมา
“คุณหนูซู เรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงการเข้าใจผิด”
ซูเยว่ซินมองเขา สายตานิ่งเหมือนกำลังดูละคร ฮูหยินใหญ่ของจวน ฮูหยินหลี่ รีบกล่าวเสริมในทันที หากเรื่องราวลุกลามบานปลาย พวกเขาจะเดือดร้อน ที่สำคัญก็คือสินสอดมากมายขนาดนี้ก็จะหายสาบสูญไปด้วย สองสามีภรรยามองสบตากัน จะไม่ยอมเสียสินสอดพวกนี้ไปโดยเด็ดขาด
“ใช่แล้ว เรื่องภรรยาเอกภรรยารองเป็นเพียงการจัดลำดับในเรือน ไม่ได้หมายความว่าจะดูถูกเจ้า”
ซูเยว่ซินยกคิ้วเล็กน้อย
“อย่างนั้นหรือ”
หลี่จิ่งเหวินที่ยังคงโกรธจัด พูดแทรกขึ้นทันที
“ถึงอย่างไร เจ้าจะต้องเป็นอนุอยู่ดี ข้ารักหว่านเยียน เพียงคนเดียวเท่านั้น”
เขาดึงหญิงสาวข้างตัวเข้ามา หลินหว่านเยียนหญิงสาวในชุดสีแดงที่ยืนเงียบมาตลอด นางทำท่าราวกับกำลังตกใจแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความพอใจ
“จิ่งเหวิน อย่าพูดแบบนั้น…” หลินหว่านเยียนพูดเบา ๆ เสียงนั้นฟังดูอ่อนโยน แต่สำหรับซูเยว่ซิน มันคือการแสดงชัด ๆ
ซูเยว่ซินมองสองคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้หลายคนขนลุก
“ดี” นางพูดเรียบ ๆ
“ในเมื่อพวกเจ้ารักกันขนาดนั้น ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงมาขอข้าแต่งงาน ราชโองการนั้นพวกเจ้าก็ไปขอเอง ข้าไม่ได้อยากแต่งงานกับเจ้าเสียหน่อย” สายตาของนางเย็นเฉียบ คำถามนี้ทำให้ทั้งลานเงียบ
หลี่จิ่งเหวินตอบอย่างไม่ลังเล
“เพราะพระราชโองการ”
ซูเยว่ซินยิ้ม
“จริงหรือ ราชโองการนั้นพวกเจ้าไม่ได้ไปขออย่างนั้นเหรอ”
นางเดินช้า ๆ ไปยังหีบสินสอด มือแตะฝาหีบหนึ่งเบา ๆ เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเล็กน้อย
“แล้วนี่ล่ะ สินสอดยี่สิบล้านของข้า ที่พวกเจ้าอยากได้นักหนา ไม่ใช่เพราะเงินของข้าหรอกหรือ” นางพูดโดยไม่หันกลับไป
หลี่จิ่งเหวินนิ่ง หลี่เหวินจงสีหน้าตึงเครียดทันที ฮูหยินหลี่รีบพูด
“คุณหนูซู เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
ซูเยว่ซินหันกลับมา สายตาเฉียบคมเหมือนดาบ
“พวกเจ้ารังเกียจข้า เพราะข้าเป็นลูกพ่อค้า แต่ก็ยังอยากได้เงินของข้า” เสียงกระซิบดังขึ้นรอบลาน เพราะคำพูดนี้แทงใจดำหลายคน ซูเยว่ซินพูดต่อ ทำให้หลี่เหวินจงหน้าแดงก่ำด้วยความโกระ
“เจ้า!” แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ เสียงเย็น ๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คำพูดของคุณหนูซู ก็ดูมีเหตุผล” ทุกคนหันไปทันที เซียวอวี้เฉิน ร่างสูงก้าวออกมาจากเงา คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งลานตึงเครียดอีกครั้งในทันที
หลี่เหวินจงรีบคำนับ
“ท่านอ๋อง เรื่องนี้”
เซียวอวี้เฉินยกมือเล็กน้อย
“ข้าไม่ได้มายุ่งเรื่องในเรือนของเจ้า” สายตาของเขาเลื่อนมองไปยังหีบสินสอด ก่อนจะพูดต่อ
“แต่พระราชโองการ ไม่ใช่เรื่องเล็ก” คำพูดนี้เหมือนการเตือนอย่างชัดเจน หลี่เหวินจงสูดหายใจลึก ๆ จากนั้นจึงหันไปมองลูกชาย
หลี่จิ่งเหวินกำหมัดแต่ก็รู้ว่าไม่อาจดื้อดึงต่อหน้าผู้สำเร็จราชการได้
ฮูหยินหลี่รีบพูดขึ้น
“วันนี้เป็นวันมงคล ไม่ควรทะเลาะกัน”
นางหันไปมองซูเยว่ซิน
“พิธีแต่งงานยังต้องดำเนินต่อ”
ซูเยว่ซินยกคิ้ว
“อย่างนั้นหรือ”
ฮูหยินหลี่ฝืนยิ้ม
“ใช่ พิธีไหว้ฟ้าดินจะเริ่มในไม่ช้า”
หลี่จิ่งเหวินหรี่ตา สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาไม่อยากแต่งกับซูเยว่ซินแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่อยากเสียสินสอดมหาศาลนี้
เขาหันไปมองบิดา หลี่เหวินจงพยักหน้าเล็กน้อย แววตาของทั้งสองคนสื่อความหมายเดียวกัน เล่นละครไปก่อน พิธีแต่งงานต้องเดินต่อ ส่วนเรื่องอื่น… ค่อยจัดการทีหลัง ซูเยว่ซินมองการแลกเปลี่ยนสายตาของพวกเขา แล้วก็ยิ้มบาง ๆ นางรู้ดีว่าพวกเขากำลังคิดอะไร แต่สำหรับนาง มันก็เหมือนการดูละครฉากหนึ่ง นางพูดเรียบ ๆ
“ดี ในเมื่อพวกเจ้ายังอยากแต่งงาน ข้าก็ไม่ขัด แต่ขอถามอีกครั้ง พวกเจ้าแน่ใจนะว่าจะแต่งงานกับข้า” เสียงของนางอำมหิตจนหลายคนขนลุก นางเดินกลับไปยืนกลางลาน
“นะ แน่ใจสิ” เสียงตอบของเจ้าบ่าวดูไม่มั่นคงนัก ซูเยว่ซินยกยิ้มขึ้นมา รอยยิ้มของนางทำให้หลายคนสะท้านจนขนลุก
ลมพัดผ่านชุดเจ้าสาวสีแดง ดวงตาของซูเยว่ซินนิ่งแต่ในใจ นางคิดเพียงอย่างเดียว อยากเล่นเกมใช่หรือไม่งั้นข้าจะเล่นกับพวกเจ้า
ที่มุมลาน เซียวอวี้เฉินมองหญิงสาวคนนั้นไม่วางตา สายตาของนางไม่ได้หมายความว่ายินยอมเลยสักนิด
เย่หานกระซิบเบา ๆ
“ท่านอ๋อง คิดว่าจวนหลี่จะยอมง่าย ๆ หรือ”
เซียวอวี้เฉินมองไปยังหลี่จิ่งเหวิน แล้วตอบสั้น ๆ
“ไม่” จากนั้นสายตาของเขากลับไปหยุดที่ซูเยว่ซิน ก่อนพูดต่อ
“แต่ข้าก็ไม่คิดว่า คุณหนูซูจะยอมง่าย ๆ เหมือนกัน”
เสียงกลองมงคลดังขึ้นอีกครั้ง คนรับใช้เริ่มเตรียมพิธีไหว้ฟ้าดิน ไม่มีใครรู้เลยว่า พิธีต่อไป กำลังจะกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุดของเมืองหลวง เพราะเจ้าบ่าว กำลังจะทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และซูเยว่ซิน ก็จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่าย ๆ เกมระหว่าง
ตระกูลหลี่ และ ลูกสาวบ้านซูเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น เสียงกลองมงคลดังขึ้นอีกครั้งในลานใหญ่ของจวนตระกูลหลี่
คนรับใช้กำลังจัดโต๊ะบูชาสำหรับพิธี ธูป เทียน ผ้าแดง และโต๊ะไหว้ฟ้าดินถูกนำมาตั้งกลางลาน แขกหลายสิบคนเริ่มกลับมานั่งประจำที่
