บทที่ 5 ต้องทำยังไง
แสงแดดยามรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาในห้องมืดทึบซึ่งมีร่างดักแด้ในกองผ้าห่มนอนกกตัวอยู่
“อืมมม” กิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมาในผ้าห่มผืนใหญ่
เมื่อคืนหลังจากที่เธอแอบกอดเอวแกร่งไปไม่ถึงห้านาที คนที่คิดว่านอนหลับไปแล้วก็หันกลับมาจับตัวเธอไว้ ก่อนจะใช้ผ้านวมผืนใหญ่ห่อตัวเธอพันเป็นดักแด้พร้อมเดินไปหยิบเข็มขัดมารัดป้องกันเธอหลุดอีกด้วย
“ชิ ยิ่งคิดยิ่งแค้น ทำกันได้ลงคอนะพี่ไตร!!” หญิงสาวได้แต่เจ็บแค้นอยู่ในใจ พลางทิ้งตัวนอนดิ้นบนที่นอนกว้างระบายอารมณ์
กิ่งขยับตัวไปเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่าเข็มขัดที่รัดตัวเองไว้เมื่อคืนได้ร่วงลงไปกองที่พื้นนานแล้ว ‘อ้าว! ก็อุตส่าห์ดิ้นมาตั้งนาน’
เธอค่อยๆ หมุนตัวออกจากผ้าห่มหนา ยันตัวลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ก่อนจะเดินไปทำธุระส่วนตัวเตรียมตัวไปทำงานตามปกติ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
“อ้าว หนูกิ่งมาพอดีเลย มาทานข้าวกับลุงเร็ว” ท่านไพศาลที่เห็นลูกสะใภ้เดินลงมาด้วยชุดทำงานเรียบร้อยจึงเอ่ยเรียกมารับประทานอาหารร่วมกัน
“ขอบคุณค่ะ” กิ่งยิ้มให้กับประมุขของบ้านก่อนจะหันไปถลึงตาให้กับคนที่ขังเธอไว้ใต้ผ้าห่มทั้งคืน ชายหนุ่มทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนั่งจิบกาแฟต่อไป
คนตัวเล็กค่อยๆ เดินไปทรุดกายนั่งลงข้างสามีชั่วคืน ก่อนจะตักอาหารโปรดของไตรขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย
‘ฝันไปเถอะ เธอจะกินของโปรดของเขาให้หมดเลย ข้อหาที่รังแกเธอ’
“กิ่งค่อยๆ กินก็ได้ลูก ไม่มีใครแย่ง” ท่านไพศาลได้แต่ส่ายหัวให้กับความเป็นเด็กน้อยของหญิงสาวที่เอาแต่จะยัดอาหารมากมายบนโต๊ะลงกระเพาะน้อยๆ
“กิ่งไม่ได้กลัวใครแย่งค่ะ กิ่งจะแย่งพี่ไตรกิน ง่ำๆ” ไม่พูดเปล่า หญิงสาวตักข้าวเข้าไปคำใหญ่พร้อมยักคิ้วให้คนข้างๆ อย่างเป็นต่อ ‘ดูซิคุณพี่เขาจะกินอะไรได้’
“เอ่อ...” ประมุขของบ้านได้แต่กุมหัว ขณะมองไปทางเจ้าลูกชายที่นั่งนิ่งสนใจแต่จออิเล็กทรอนิกส์ตรงหน้า
“ค่อยๆ กินนะกิ่ง พอดีพี่กินอิ่มตั้งนานแล้ว” ไตรลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ก่อนจะก้มตัวลงกระซิบข้างหูหญิงสาว
คนที่คิดจะแกล้งอีกฝ่ายถึงกับสำลักจนแก้มพอง หันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเบิกโพลง ‘แล้วที่เธอพยายามยัดผักเข้าปากนี่มันเพื่ออะไร เพื่อ!!!’
“ถ้าอยากจะแกล้งพี่ก็ช่วยคิดหาวิธีที่ผู้ใหญ่เขาใช้หน่อย ไม่ใช่เด็กน้อยแบบนี้” กิ่งที่ได้ยินคำพูดดูถูกความสามารถก็ถึงกับอยากจะลุกขึ้นไปบีบคอคนตัวโต ‘นี่ถ้าไม่ติดว่าลุงไพศาลนั่งอยู่นะ เธอจะเอาให้ตายกันไปข้างเลย เหอะ!’
“ไปก่อนนะพ่อ” ไตรยิ้มขำกับท่าทางเอาเรื่องของคนตัวเล็กที่จ้องเขาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินออกไป
แม้ไตรจะเดินออกไปแล้วแต่ดวงตากลมโตคู่นั้นก็ยังจ้องมองอย่างไม่ลดละ แก้มแดงๆ ขยับเคี้ยวอาหารไปมา
ท่านไพศาลที่นั่งมองดูอยู่ก็อดยิ้มและหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆๆ”
“คุณลุงอย่าขำสิคะ” กิ่งรีบกลืนอาหารลงคอก่อนจะกระดกน้ำเข้าไปแก้วใหญ่
“ลุงไม่ขำแล้วๆ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ชายวัยกลางคนก็หลุดขำอยู่ดี หญิงสาวหน้ามุ่ยก่อนจะตักอาหารเข้าปากอีกคำ
“เมื่อคืนเป็นไงบ้าง” ท่านไพศาลถามเรื่องที่อยากรู้ออกไป ‘ถึงแม้เขาจะรู้ว่าไตรกับกิ่งสนิทกันแค่ไหน แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันไปนานก็อาจจะทำให้ทั้งคู่ตั้งกำแพงระหว่างกันได้’
“ไม่เป็นไรค่ะ สบายม้าก!” มือเล็กยกนิ้วโป้งขึ้นมาหมายจะบอกว่าตนเองสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง
แม้จะห่างกันไปนานแต่พอได้พูดคุยกับพี่ไตรบ้าง เธอก็รู้สึกว่ากำแพงที่เขาสร้างไว้ในช่วงที่ห่างกันไปเริ่มจะพังทลายลง กลับมาเป็นพี่ไตรของเธอเหมือนเดิม
“หนูกิ่งอยู่ได้ลุงก็สบายใจ” กิ่งยิ้มรับคำนั้นก่อนจะรับประทานอาหารต่อไปจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อนำจานข้าวไปเก็บเข้าที่อย่างที่เคยทำ
“กิ่งไม่ต้องเก็บหรอกลูก เดี๋ยวมีแม่บ้านมาเก็บ” ท่านไพศาลกล่าวบอก
“ค่ะ แต่กิ่งขอเก็บจานที่ตัวเองกินนะคะ” ด้วยความที่เคยทำอะไรด้วยตนเองมาโดยตลอดจึงไม่ชินที่จะมีคนมาคอยทำให้ อย่างน้อยเพื่อความสบายใจเธอจึงขอเก็บจานที่ตนเองกิน
“หนูกิ่งอย่าลืมสัญญานะลูก” ก่อนที่หญิงสาวจะเดินออกไปทำงาน ชายวัยกลางคนก็กล่าวขึ้นมาก่อน
“ค่ะ” กิ่งยิ้มรับด้วยพลังเต็มเปี่ยมก่อนจะวิ่งออกไป
‘เธอจะทำให้พี่ไตรชอบเธอให้ได้’
หากยังไม่ได้ลองทำดูแล้วทำไมจึงคิดว่าทำไม่ได้ อย่างน้อยถ้าได้ลองทำ ในอนาคตจะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง...
บริษัทพีเค
“กิ่ง เป็นไงบ้างแต่งงานวันแรก” ตั้งแต่หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาในที่ทำงาน ชมพู่ก็เอาแต่ถามเรื่องงานแต่งงานเธอไม่หยุด
ชมพู่ หญิงสาวสุดเซ็กซี่ประจำบริษัทที่ใครเห็นเป็นต้องลอบมอง เธอเป็นเพื่อนสนิทสาวของกิ่งมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนมาเปิดบริษัทด้วยกัน
“อืม ก็ไม่เป็นไงอะ” กิ่งวางกระเป๋าลงก่อนจะทรุดกายนั่งลงข้างๆ คู่สนทนา
“พี่ไตรของแกเด็ดปะ” เธอรู้มาตลอดนั่นแหละว่าเพื่อนสาวสุดแสบของเธอชอบพี่ไตรมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มาถึงวันนี้มันคงเป็นโอกาสที่กิ่งจะได้ทำตามหัวใจของตัวเองเสียที
“เด็ดอะไร แค่ขาอ่อนเขากิ่งยังไม่เห็นเลย เฮ้อออ” อย่าว่าแต่ขาอ่อนเลยส้นเท้ายังไม่เห็นเลยมั้ง
“ฮะ! ทำไมล่ะ” ชมพู่เอ่ยถามต่ออย่างสงสัย
“พี่ไตรเขาชอบผู้ชาย คนชอบผู้ชายคนไหนจะมายุ่งกับผู้หญิงล่ะ”
“ฮะ!! พี่ไตรชอบ...” กิ่งรีบยกมือปิดปากเพื่อนสาวก่อนที่ชมพู่จะทำข่าวหลุดสะพัดไปทั่ว แค่นี้ข่าวของพี่ไตรก็ถูกลือไปทั่วหมดแล้ว
“อืม และที่กิ่งตกลงแต่งงานก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ คุณลุงขอให้กิ่งช่วย” ร่างเล็กตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนสนิทฟังเมื่อเห็นแววตาที่ใคร่อยากจะรู้เรื่องราวเต็มที่
ผ่านไปสิบห้านาที
“งั้นก็แสดงว่าถ้าแกทำให้เขากลับมาชอบผู้หญิงได้ แกก็จะได้เขาเป็นผัวอะดิ” ชมพู่สรุปความตามเรื่องราวที่ได้รู้มา
เท่าที่เธอเข้าใจก็คือทั้งสองคนแต่งงานกันเพราะข้อตกลงของท่านไพศาล ถ้ากิ่งทำให้พี่ไตรกลับมาชอบผู้หญิงได้ กิ่งก็จะได้พี่ไตรมาเป็นสามีจริงๆ แต่ถ้าไม่ก็แค่แยกย้ายกันไปตามหาความรักของตนเอง
“อืม ใช่ๆ แต่ประเด็นมันคือทำยังไงให้เขาชอบเนี่ยแหละ”
“เมื่อคืนนะกิ่งแค่กอดเอวเขาหน่อยเดียวเอง โดนห่อเป็นดักแด้เลย” กิ่งว่าอย่างเพลียๆ
“แกก็จีบเขาไปเลยดิ!!”
“ก็ลองขอแล้วแต่พี่ไตรไม่อนุญาต”
“ไม่ต้องรอพี่ไตรอนุญาตหรอก แกก็จีบเขาไปเลย!!”
“เออจริงด้วย!!” เธอไม่ใช่เด็กแล้วที่ต้องมารอใครอนุญาตให้ทำอะไร เรื่องนี้เธอจะอนุญาตตัวเอง!
“คนอย่างกิ่งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก ฉันเชื่อ” ชมพู่กำมือขึ้นก่อนจะยกไปตรงหน้าเพื่อนสนิท
“ถ้าไม่ได้พี่ไตรเป็นสามีกิ่งก็จะไม่ยอมแพ้” กิ่งกำมือขึ้นมาก่อนจะนำไปกระทบผสานกับมือของชมพู่ที่กำรออยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองนั่งพูดคุยกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่
“กิ่ง กิ่งเข้ามาหาผมหน่อย” เสียงท่านประธานบริษัทเอ่ยกับเลขาคนโปรด
“ค่ะ พี่ปรินทร์” ร่างอรชรที่นั่งอยู่หน้าห้องประธานเดินเข้าไปหาเจ้านายหนุ่มในห้องตามคำสั่ง
ปรินทร์ สถาปนิกหนุ่มไฟแรง ด้วยหน้าตาบวกกับฝีมือการออกแบบจึงทำให้บริษัทพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
เธอกับพี่ปรินทร์รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเขาเป็นเพื่อนของพี่รหัสเธอจึงทำให้ได้เจอกันบ้างบางครั้ง
นานวันเข้าก็กลายเป็นว่าเธอสนิทกับพี่ปรินทร์มากกว่าพี่รหัส เขาจึงชวนเธอและชมพู่มาเปิดบริษัทด้วยกันหลังเรียนจบ จากบริษัทที่ไม่มีอะไรจนตอนนี้บริษัทแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแล้ว
ถึงแม้พี่ปรินทร์จะเป็นท่านประธานใหญ่แต่ความสัมพันธ์และการปฏิบัติตัวของเขาก็ยังคงเป็นรุ่นพี่ที่แสนดีอยู่
“อืม งั้นกิ่งมาช่วยพี่ดูตรงนี้หน่อย” ชายหนุ่มชี้จุดที่เขาสงสัยให้หญิงสาวช่วยดู
กิ่งทำหน้าสงสัยเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างๆ พลางก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับภาพโครงสร้างตึกตรงหน้า
ใบหน้านวลอมชมพูอยู่ห่างจากลมหายใจอุ่นไม่ถึงคืบ ทำให้ตอนนี้ชายหนุ่มได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของหญิงสาวเข้าอย่างจัง
‘หอม’
“ตรงไหนหรือคะ กิ่งไม่เห็นเลย” ดวงตากลมโตไล่มองรูปแบบโครงร่างแต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีสิ่งใดผิดพลาด
“นี่ครับ” ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์หวานนั่งมองสำรวจใบหน้างามอย่างไม่รู้ตัว
“ไหนหรือคะ”
“พี่ปรินทร์!” ร่างเล็กที่เห็นท่านประธานเหม่อลอยจึงเอ่ยเรียกเตือนสติ
“อ๋อๆ ตรงนี้” กว่าสติของเขาจะกลับมาก็ต้องให้เสียงใสเอ่ยเรียกเสียก่อน
“กิ่งคิดเหมือนกันไหมว่ามันแปลก” ปรินทร์ชี้ให้ดูถึงจุดที่เขาคิดว่ามันแปลก
กริ๊ง กริ๊ง
“สักครู่นะคะ” ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของกิ่งก็ดังขึ้น หญิงสาวมองชื่อที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอก่อนจะยิ้มกว้างแล้วขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ในมุมที่ผู้คนไม่ค่อยสัญจร
“ฮัลโหลค่าา คุณสามี”
“หยุดเรียกพี่ว่าอย่างนั้น” เสียงเข้มสะท้อนเข้ามาเสียงดัง
“ค่าา ว่าแต่มีอะไรคะ”
“ลงมา พ่อบอกให้พากิ่งไปกินข้าว”
“ไม่ไปได้ไหมอะ กิ่งคุยงานอยู่”
“พี่บอกให้ลงมา”
“ก็ได้ค่ะ คุณสา...” ตู๊ด...ยังไม่ทันพูดจบประโยคสายก็ตัดไป
“รอให้เรียกจบก่อนก็ไม่ได้ ชิ!!”
