บทที่ 4 แต่งงาน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
งานแต่งงานที่หรูหราอลังการได้ถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุง ภายในงานจัดเต็มไปด้วยสิ่งของราคาหลายสิบล้านมาตั้งประดับรวมกันอย่างลงตัว สองข้างทางเต็มไปด้วยซุ้มกล้วยไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่สะท้อนแสงจากไฟเพดานคริสตัล
เหล่านักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากมายต่างยืนแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวป้ายแดง โดยประธานในการจัดงานครั้งนี้ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านไพศาลแห่งบ้านไตรพิภพ
“วันนี้ผมรู้สึกยินดีมากๆ ที่ทุกท่านให้ความสำคัญกับงานแต่งของลูกชายผม”
ท่านไพศาลกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสผิดกับสีหน้าของลูกชายที่บูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าสาวอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งประดับด้วยเพชรเม็ดงามระยิบระยับดูละลานตา ชุดขาวงามสง่าเมื่อถูกสวมอยู่บนร่างสมส่วน ขับให้หญิงสาวดูงดงามขึ้นเป็นเท่าตัว ประกอบกับรอยยิ้มหวานที่มักจะยิ้มให้กับทุกคนตลอดเวลา
“ยิ้มหวานเชียวนะ” ไตรอดไม่ได้ที่จะหันไปกระซิบกับคนข้างกายที่ยิ้มหวานไม่เคยหยุดหย่อนตั้งแต่ได้ควงแขนเขา
“มีความสุขก็ต้องยิ้มสิคะ เอ้า พี่ไตรก็ยิ้มด้วยสิ” หญิงสาวฟันขาวหันไปมองพี่ชายข้างๆ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวจิ้มสองแก้มของชายหนุ่มให้ยกยิ้มตาม
“นี่ ดูสิ พี่ไตรยิ้มดูดีกว่าเยอะ” ร่างงามว่าพลางฉีกยิ้มกว้างให้คนตัวสูงอีกที
“เหอะ”
“ทุกท่านในที่นี้ก็เห็นแล้วนะครับ ว่าเจ้าไตรลูกชายผมมันรักกับหนูกิ่งปานจะกลืนกิน ดังนั้นข่าวทุกอย่างที่บอกว่าไตรคบเพศเดียวกันเป็นข่าวปลอมนะครับ ฝากทุกคนใช้วิจารณญาณดีๆ”
เมื่อเห็นจังหวะที่ทั้งสองกุ๊กกิ๊กกันท่านไพศาลจึงเอ่ยปิดข่าวลือทั้งหมด
แขกในงานที่เห็นภาพคู่บ่าวสาวยิ้มให้กันอย่างหวานชื่นก็ปรบมืออย่างพร้อมเพรียงกัน นักข่าวจากหลายสำนักก็รีบเก็บภาพเอาไว้เตรียมลงข่าวกันอย่างวุ่นวาย
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าบ่าวต้องจูบเจ้าสาวแล้วล่ะครับ” พิธีกรผู้ดำเนินงานกล่าวขึ้น พร้อมกับเสียงโห่ร้องของแขกทั้งหลายที่เอาใจช่วย
คู่บ่าวสาวจำเป็นได้แต่มองหน้ากันไปมา กิ่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มที่ตนรัก
“จูบเลยสิคะ กิ่งพร้อมแล้วนะ”
ไตรมองหญิงสาวที่เขาเห็นเป็นน้องสาวเสมอมาอย่างอึดอัดใจ ก่อนจะใช้มือแกร่งจับคางเรียวเอาไว้แล้วค่อยๆ ประกบริมฝีปากลงบนนิ้วโป้งของตนเองที่แนบไว้บนริมฝีปากบาง
“พี่ไตรไม่จูบจริงหรือคะ” กิ่งถามเมื่อเห็นเจ้าบ่าวของเธอจูบนิ้วหัวแม่มือของเขาแทนริมฝีปากของเธอ
ชายหนุ่มหันมาตวัดสายตามองคนตัวเล็กก่อนจะหันไปสนใจแขกในงานต่อ
กิ่งเองก็ได้แต่งุนงงว่าเธอทำอะไรผิด ‘ก็แค่ถามเฉยๆ เอง’
“วันนี้ก็จบพิธีมงคลสมรสระหว่างไตร ไตรพิภพ กับกิ่ง ไตรพิภพแล้วนะครับ ขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะครับ” พิธีกรกล่าวปิดงาน
หลังจากแขกแยกย้ายกันกลับบ้านไปแล้วก็ถึงเวลาส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ
“พ่อก็ขอให้ลูกทั้งสองรักกัน มีเรื่องอะไรก็ขอให้พูดคุยกัน และอย่าลืมมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองนะ พ่อรออุ้มอยู่ ฮ่าๆๆ” ท่านประมุขของบ้านกล่าวอวยพรอย่างติดตลก
“แม่ก็ขอให้เราสองคนมีความสุขกับชีวิตคู่นะลูก” พิมพ์แก้วพูดกับทั้งสองก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มที่จะเข้ามาดูแลชีวิตของลูกสาวเธอ
“ไตร ป้าฝากดูแลน้องด้วยนะลูก ถึงกิ่งมันจะซนไปบ้างแต่มันก็คงไม่เกินที่ไตรจะจัดการได้หรอกนะ”
“แม่ก็ว่าไปอะ กิ่งซนที่ไหนกัน” เจ้าสาวเริ่มงอแง
“กิ่ง หนูก็โตแล้วนะลูก โตจนมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วยังงอแงเป็นเด็กอีก”
“ก็กิ่งอยากอ้อนแม่อะ” ไม่ว่าเปล่า แขนบางยังเอื้อมไปกอดรอบเอวของผู้เป็นแม่อย่างอ้อนๆ
“กิ่งเชื่อไหม ตอนที่แม่เห็นกิ่งกับไตรเดินควงแขนออกมาด้วยกัน แม่ก็ได้รู้เลยนะว่ากิ่งของแม่โตขึ้นมากแล้ว ไม่ใช่กิ่งที่โดนแม่ไล่ตีเหมือนวันวาน ต่อไปนี้ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก มีอะไรก็กลับมาที่บ้านเรานะ” พิมพ์แก้วพูดพร้อมลูบหัวร่างเล็กที่กอดเกี่ยวเธอไว้
คำพูดของแม่ทำเอาหญิงสาวน้ำตาซึม ที่ผ่านมาเธอกับแม่ไม่เคยแยกจากกันเลย มาวันนี้เธอต้องย้ายมาอยู่บ้านพี่ไตรก็ทำเอาเธออดคิดถึงแม่ไม่ได้ แม้ระยะทางระหว่างบ้านสองหลังจะห่างกันไม่มาก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เธอกับแม่ต้องห่างกัน
“ค่ะแม่ เดี๋ยวกิ่งไปหาแม่บ่อยๆ นะ” หญิงสาวผละตัวออกก่อนจะเช็ดน้ำหูน้ำตาแล้วกลับมานั่งดีๆ ข้างๆ เจ้าบ่าวของเธอเหมือนเดิม
ไตรและกิ่งยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นบิดามารดาก่อนท่านทั้งสองจะเดินจากไป
“พี่ไตรห้องนี้มีเตียงเดียว...กิ่งนอนเตียงเดียวกับพี่ได้ไหมอะ” กิ่งนั่งบนเตียงมองพี่ไตรแววตาใสแป๋ว
“อืม แต่แบ่งเขตให้ชัดเจนนะ ตรงส่วนนี้ของพี่ ส่วนนี้ของกิ่ง” ร่างสูงไม่คิดอะไรมาก ชี้นิ้วแบ่งบริเวณคนละครึ่งแบบไม่จริงจัง ‘เตียงกว้างตั้งหกฟุตสามารถแบ่งกันนอนสองคนได้สบายๆ ยังไงเขาก็คิดกับกิ่งแค่น้องสาว ต่างคนต่างนอนให้สบายดีกว่า ไม่ต้องเสียสละกันนอนที่พื้นให้เมื่อยตัว’
“ค่ะ” ร่างบางตอบตกลงแต่ในใจก็ไม่ได้คิดเชื่อฟัง ‘เดี๋ยวคืนนี้ยังไงเธอก็จะเลยเขตไปกอดพี่ไตรให้ได้’
เมื่อตกลงกันได้แล้วไตรก็นั่งลงบนเตียง ก่อนจะค่อยๆ ถอดเครื่องประดับที่ติดตัวออกเตรียมไปอาบน้ำ
“พี่ไตร...” กิ่งพูดทำลายความเงียบที่เริ่มเข้าครอบคลุม
“มีอะไร”
“แต่งงานกันต้องทำแบบ...ไหม” หญิงสาวเว้นคำไว้ก่อนจะหันนิ้วชี้แตะๆ กันพร้อมมองหน้าคนข้างกายไปด้วยขณะถาม
“พอๆ หยุดคิดเลย พี่เห็นเราเป็นแค่น้อง” ไตรที่เข้าใจความหมายนั้นได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ
“แต่กิ่งไม่ได้เห็นพี่ไตรเป็นแค่พี่นี่นา พี่ไตรก็รู้”
“กิ่ง”
“กิ่งชอบพี่ไตรมาตั้งนานแล้ว”
“พี่ไตรให้กิ่งจีบพี่ไตรนะคะ” ร่างบางยิ้มก่อนจะผลักชายหนุ่มให้ล้มลงบนเตียงนอน ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปคร่อมทับคนตัวโตไว้
“กิ่ง พี่เห็นเราเป็นน้องจริงๆ” ไตรปัดมือเรียวที่เลื้อยอยู่บนตัวเขาออก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งดีๆ ‘ไม่รู้ว่าวันนี้กิ่งเป็นอะไร ปกติก็แสบอยู่แล้ว มาวันนี้ทำไมดูเหมือนความแสบจะเพิ่มขึ้นนะ’
“ไม่ค่ะ นับจากนี้ความเป็นพี่น้องของเราได้จบลงแล้วเหลือแต่สถานะสามีภรรยา” ร่างบางยังคงยิ้มออกมาก่อนจะผลักชายหนุ่มลงกับเตียงอีกครั้ง
“กิ่ง แต่พี่ชอบผู้ชาย” คนใต้ร่างถึงกับรีบยกข้ออ้างขึ้นมาเพราะกลัวน้องสาวตัวดีจะทำอะไรตน
“ไม่เป็นไรค่ะ กิ่งจะทำให้พี่ชอบกิ่งให้ได้” หญิงสาวไม่ว่าเปล่า มือเรียวก็ค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อชายหนุ่มไปด้วย
“กิ่ง หยุด!!” ไตรทนไม่ไหวกับการกระทำของร่างบางจึงตะโกนออกมาเสียงดัง ดังที่สุดที่เขาเคยตะโกนใส่เธอ
คนตัวเล็กได้แต่ชะงัก เพราะแต่ไหนแต่ไรมาพี่ไตรไม่เคยขึ้นเสียงกับเธอเลย มีแต่ตามใจเธอเสียมากกว่า
“พี่คงตามใจกิ่งมากไปใช่ไหม!!!” ชายหนุ่มจ้องหน้ากิ่งด้วยแววตาโกรธเคืองก่อนจะผลักร่างบางออกอย่างแรง
“พี่ไตร...กิ่งเจ็บ” คนตัวเล็กมองหน้าชายหนุ่มน้ำตาคลอเมื่อถูกดุ ‘แค่แกล้งนิดแกล้งหน่อยเอง’
แม้ใจอยากจะเข้าไปขอโทษหญิงสาวแต่สมองก็เตือนไว้ ‘ถ้าเขาทำอย่างนั้นกิ่งจะได้ใจมากขึ้นและกล้ามาทำกิริยาเช่นนี้กับเขาอีก’ จึงต้องหยุดตัวเองไว้ก่อนจะกล่าวต่อ
“พี่ขอเตือนให้กิ่งอยู่ห่างๆ พี่ไว้ ต่างคนต่างอยู่ และเรื่องจีบหยุดคิดไปได้เลย!” ไตรลุกจากที่นอนก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง กิ่งเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปขวางประตูไว้
“ไม่!! กิ่งไม่ให้พี่ไตรไป”
“หลบ กิ่ง” คนตัวโตทำเสียงฮึดฮัดคล้ายกับกำลังกดอารมณ์โทสะที่กำลังปะทุอย่างรุนแรง
“ไม่! พี่ไตรต้องอยู่กับกิ่ง เราแต่งงานกันแล้วนะคะ น้าาา” หากสู้กันด้วยไม้แข็งก็มีแต่จะเสียแรงกันเปล่าๆ เธอจึงหันมาใช้ไม้อ่อนขอร้องเขาบ้างดีกว่า
ดวงตากลมใสมองชายหนุ่มอย่างขอร้อง น้ำตาที่คลออยู่ช่วยส่องประกายให้ดูน่าสงสารมากขึ้น
“น้า พี่ไตรน้า อยู่กับกิ่งน้า”
ไตรที่เห็นหญิงสาวอ้อนก็แทบใจอ่อน เขาไม่พูดอะไร เพียงหันหลังกลับเข้าไปในห้องแล้วหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไป ทำเอากิ่งยิ้มได้ใจ ‘ยังไงพี่ไตรก็แพ้ลูกอ้อนของเธออยู่ดี’
“พี่ไตรเตรียมตัวให้ดีนะคะ ถึงพี่จะไม่ยอมให้กิ่งจีบ แต่กิ่งคนนี้จะทำให้พี่หันมาหลงรักกิ่งให้ได้” ร่างบางตะโกนไล่หลังคนตัวโตที่เดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว จากนั้นจึงเดินไปเปลี่ยนชุดเตรียมอาบน้ำบ้าง
