บทที่ 6 หวีดผู้เป็นเพื่อนเมีย
รอไม่นานนักร่างบางที่คุ้นเคยก็เดินเข้ามาในระยะสายตา
“คุณสามี” เข้ามานั่งในรถได้ไม่นาน เสียงใสก็ร้องเรียกสามีหนุ่มเสียงยาวราวกับกำลังปั่นประสาทคนข้างๆ
“พี่ไม่ชอบให้เรียกพี่แบบนี้นะกิ่ง”
“ทำไมคะ กิ่งเรียกแบบนี้ไม่ได้หรือ” หญิงสาวเห็นท่าทางหงุดหงิดของคนตัวโตจึงรีบเข้าไปคลอเคลีย
“ขอกิ่งเรียกแบบนี้ได้ไหมคะ คุณสามี” ใบหน้าเล็กวางทาบลงบนไหล่แกร่ง แววตาใสกลมโตมองเขาอย่างออดอ้อน ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอชายหนุ่มเบาๆ ‘ยิ่งเห็นท่าทางขุ่นเคืองแบบนี้ยิ่งทำให้เธออยากแกล้งเขา’
“...” ร่างสูงไม่ตอบ
“นะคะ” ฟอดดด! กิ่งอาศัยจังหวะที่คนข้างกายไม่สนใจจับหอมแก้มไปทีหนึ่งด้วยความมันเขี้ยว ‘อยากหยิ่งดีนัก’
“นี่!!!” คนหน้ายักษ์ตาโตขึ้นทันทีหันมาชี้นิ้วใส่หน้าอีกคนด้วยความโมโหปนเขินอาย
ส่วนคนแอบแต๊ะอั๋งก็ทำเป็นไม่สนใจ หันกลับไปยังที่นั่งข้างคนขับดังเดิม
“กิ่ง!! ทำแบบนี้ได้ยังไง” มือเรียวนุ่มถูแก้มตนเองเบาๆ ตรงที่ถูกจุมพิต
“ไม่เห็นยากเลยค่ะ แค่เอาปากไปจุ๊บที่แก้มพี่ไตร” หญิงสาวตอบอย่างยียวนกวนประสาทเล่นเอาคนฟังแทบจะข่มความโกรธไม่อยู่
“ทำไมดื้อขึ้นเยอะ” ร่างแกร่งกัดฟันพูด ภาพหญิงสาวแสนน่ารักในความทรงจำเริ่มหายไปหมดแล้ว
“กิ่งก็เป็นแบบนี้ของกิ่งมาตั้งนานแล้วพี่ไตรไม่รู้หรือคะ” กิ่งยังแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างไม่สลด
ไตรที่ทำอะไรน้องสาวไม่ได้จึงได้แต่นั่งหลับตาควบคุมอารมณ์อยู่กับที่
“พี่ไตรให้กิ่งจีบพี่ได้ไหมอะ”
“ไม่” เสียงเข้มตอบกลับมาแทบจะทันทีเช่นเคย
“เราแค่แต่งงานกันสักปีก็พอ รอให้ข่าวต่างๆ เกี่ยวกับพี่หายไป ถึงตอนนั้นท่านไพศาลก็น่าจะพอใจแล้ว” ไตรรู้ดีว่าที่พ่ออยากให้แต่งงานกับกิ่งเพราะข่าวเสียหายของเขาที่ไปกระทบกับบริษัท เขาจึงไม่อยากรั้งกิ่งไว้นานเพราะเขาเองก็อยากให้น้องสาวที่เขารักได้เจอคนดีๆ เช่นกัน
“ไม่ กิ่งจะอยู่กับพี่ไตรจนกว่ากิ่งจะรู้ว่าตัวเองไม่ไหว” หากวันไหนที่เธอรู้ว่าที่ข้างๆ พี่ไตรไม่ใช่ที่ของเธอ เธอก็จะเดินจากไปเอง แต่ตอนนี้เธอเพียงอยากจะลองดูให้เต็มที่
“ตอนนี้กิ่งมีโอกาสแล้ว ขอกิ่งจีบพี่ไตรได้ไหมคะ” คนตัวเล็กหันไปมองร่างสูงอย่างออดอ้อน เปลือกตาบางกะพริบถี่ มือเรียวก็ไม่หยุดที่จะจับตัวชายหนุ่มไปด้วย
“น้า ได้ไหมคะ”
“เดี๋ยวให้คำตอบ” ไตรไม่กล้าปฏิเสธท่าทางของคนน่ารักตรงหน้าจึงเลือกที่จะกล่าวเลี่ยงๆ
“ค่ะ!!” ‘หยิ่งนักนะคุณสามี’ ร่างบางนั่งกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยรู้ดีว่าถึงตื๊อไปตอนนี้พี่ไตรก็ไม่ตอบอยู่ดี
“อยากไปกินข้าวที่ไหน”
“ไปกินที่ห้างนี้ละกันค่ะ” กิ่งชี้ไปยังป้ายห้างดังที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะออกคำสั่ง
“อืม”
สิบห้านาทีผ่านไป
ทั้งสองขับรถมาถึงยังห้างดังที่ตอนนี้ผู้คนเริ่มพลุกพล่านเนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยง ชายหนุ่มตัดสินใจส่งหญิงสาวลงจากรถก่อน แล้วตนค่อยเดินตามไปทีหลังเพื่อหาที่จอดรถ
“เจอกันที่ร้านอาหารนะคะ”
หลังจากลงจากรถ กิ่งก็เดินตรงไปยังคาเฟ่ชื่อดังที่อยู่ติดกับห้างหรู
คาเฟ่แห่งนี้เป็นสถานที่เอาใจคุณผู้หญิงโสดโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นของร้านที่มีมุมถ่ายรูปซึ่งถูกออกแบบมาอย่างดี และมีนายแบบสุดหล่อที่ยืนรอให้ไปถ่ายรูปด้วย เมื่อไรที่เธอกับชมพู่มาช็อปปิ้งที่นี่ก็มักจะแวะมาเสมอ
ทว่าวันนี้เธอไม่ได้จะมานั่งมองผู้ชายอย่างที่เคยทำเพราะเธอนั้นได้ชื่อว่ามีสามีแล้ว แต่ที่แวะมาก็แค่อยากจะมาเยี่ยมพี่ชายเสียหน่อยเท่านั้น
“รับอะไรดีครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามลูกค้าที่เดินเข้ามาใหม่
“รับเจ้าของร้านได้ไหมคะ” ร่างบางหยอกล้ออย่างเป็นกันเองกับเจ้าของร้าน เธอรู้ว่ายังไงพี่ซันก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงอยู่แล้ว จึงแกล้งเล่น
“กิ่ง” ร่างสูงของเจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมา แค่ได้ยินการพูดแบบนี้เขาก็รู้แล้วว่าเป็นใคร
ซัน เจ้าของร้านคาเฟ่ที่สนิทกับหญิงสาวมากเพราะกิ่งชอบมานั่งทำงานที่นี่เวลาว่างจนพวกเขามีโอกาสสนิทกัน
“ใช่ กิ่งเอง เอากาแฟให้กิ่งสักแก้วนะคะ” ลูกค้าประจำยกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วอย่างน่ารักก่อนจะไปนั่งรอ
ครืด ครืด
หญิงสาวรับสายโทรศัพท์ขณะกำลังนั่งชมบรรยากาศครึกครื้นรอบข้าง
“ฮัลโหลค่าาา”
“กิ่งอยู่ไหน”
“เดี๋ยวกิ่งออกไปหาพี่ไตรดีกว่า พี่ไตรอยู่ไหนคะ”
“พี่อยู่...”
“กาแฟร้อนๆ พร้อมเจ้าของร้านมาเสิร์ฟแล้วครับ” ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ ปลายสายก็มีเสียงแทรกเข้ามา
หญิงสาวยกมือส่งสัญญาณบอกพี่ซันว่าให้เงียบก่อน
“ชู่ววว”
“กิ่งอยู่ไหน!!”
“พี่ไตรอยู่ไหนคะ เดี๋ยวกิ่งไปหาเอง” หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง ถ้าพี่ไตรมานี่มีหวังร้านล่มแน่ๆ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว
“กิ่ง ตอบพี่มา!!” เสียงเข้มกัดฟันพูดอย่างน่ากลัว หญิงสาวจึงจำเป็นต้องบอกออกไป
“ร้านซันนี่คาเฟ่...ค่ะ” ตู๊ด...ยังไม่ทันพูดจบประโยคร่างสูงก็วางสายไปเสียแล้ว
“ใครอะกิ่ง” เจ้าของร้านหนุ่มหันมาถามหญิงสาวด้วยความอยากรู้
“พี่ชาย ไม่มีไรหรอก” เธอไม่กล้าบอกพี่ซันไปตรงๆ เดี๋ยวถ้าพี่ไตรเขาเข้ามาบอกไม่ตรงกับเธออีกจะน่าอายเอา
“แน่นะ”
“อืม”
“อะนี่กาแฟ วันนี้จะถ่ายรูปกับนายแบบประจำร้านหรือเปล่า บอกเลยคนนี้หุ่นแซ่บ” ซันนั่งลงข้างๆ หญิงสาวพลางมองไปทางนายแบบที่กำลังยืนต้อนรับลูกค้าอยู่
“ไม่เอาอะ”
“กิ่ง!!!” ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีเสียงเข้มที่คุ้นเคยก็ตะโกนดังเข้ามา
“พี่ไตร จะเสียงดังทำไมคะ”
“คนนี้อ๋อพี่ชาย หล่อนะ” ซันผู้มีฉายาว่าซันนี่กระซิบถามหญิงสาว
แต่ภาพที่ไตรเห็นนั้นมันไม่ใช่การกระซิบแต่มันคือการหอมแก้มต่างหาก นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มอารมณ์เดือดดาลขึ้นไปอีก
ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปหาคนตัวโตที่จ้องมาไม่วางตาหวังจะทำให้เขาอารมณ์เย็นขึ้น
“นี่ๆ พี่ไตรมานั่งก่อนสิ กิ่งมีอะไรให้ดูด้วย” ร่างแกร่งค่อยๆ นั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ก่อนจะหันไปมองซันด้วยแววตาน่ากลัว
“กิ่ง พี่ว่าพี่ชายเธอมองพี่แทบจะกินหัวพี่แล้วนะเนี่ย” ซันหันไปกระซิบกับหญิงสาวอีกที
“เขาอยากกินพี่ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือคะ อิอิ”
“ไม่ตลกนะกิ่ง”
“อะแฮ่ม!!” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครา เมื่อเห็นว่าทั้งสองใกล้ชิดกันอีกแล้ว
“นี่ๆ นายแบบหล่อไหมคะ”
“คนนี้ตัวเต็งของร้านเลยนะ ใช่ไหมพี่ซัน” หญิงสาวพยายามเบี่ยงเบนความสนใจชายหนุ่มจึงเดินไปลากตัวนายแบบหน้าตาดีเข้ามาเผื่อพี่ไตรเห็นแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น
“ใช่ๆ” ซันรีบตอบ
“นี่น้องชิน หล่อสุดในร้าน”
“ใช่มะ ล้อหล่อออ อร๊ายยยย” หญิงสาวมองสำรวจนายแบบก่อนจะแกล้งหวีดให้พี่ไตรสนใจมากขึ้น
“อร๊ายยยยย หล่อมากค่าาา” เสียงเข้มเอ่ยออกมาด้วยเสียงสูงแปร่งๆ ก่อนจะลุกขึ้นมา
กิ่งกับซันมองหน้ากันด้วยแววตางุนงง ‘พี่ไตรมาแนวไหนของเขาเนี่ย’
“กล้ามแน้นแน่นนะเนี่ย”
ยัง ยัง!! พี่ไตรยังไม่เลิกหวีดอีก
“ดูสิ หน้าตาก็ดี หุ่นก็ล่ำ”
“พี่ซันไว้ครั้งหน้ากิ่งมาใหม่นะ”
หญิงสาวทนไม่ไหวก่อนจะลากชายหนุ่มออกจากร้านด้วยความอับอายเพราะคนรอบข้างเริ่มหันมามอง
“พี่ไตรทำไมไปพูดแบบนั้นคะ” ร่างบางตีแขนชายหนุ่มยกใหญ่
“กิ่งต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือ” ไตรยิ้มเจ้าเล่ห์ ‘เมื่อกี้มันการแสดง ถ้าไม่แสดงเมียเขาจะยอมออกมาจากร้านหรือ’
‘การแสดงจริงๆ นะ’
“ก็...”
“พี่ไตรจะหวีดก็เบาหน่อยนะคะ กิ่งอาย” หญิงสาวมองกลับไปในร้านด้วยความอับอาย
“ทีกิ่งหวีด พี่ยังไม่เห็นอายเลย”
“ทำไมพี่จะหวีดบ้างไม่ได้”
“ก็...”
“ก็อะไร”
“พอๆ ไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ” กิ่งเมื่อเห็นว่าเถียงกับพี่ไตรไปก็เปล่าประโยชน์จึงเปลี่ยนเรื่อง ก่อนจะเดินนำชายหนุ่มไปยังร้านอาหารร้านโปรด
ร้านอาหาร
“พี่ไตรกินอะไรคะ”
“อะไรก็ได้” ไตรยังไม่หายอารมณ์เสียที่สาวเจ้าทำเกินหน้าเกินตาเขาจึงเอ่ยแบบหงุดหงิด
“งั้นเอาเป็นตำไทย ไก่ย่างแล้วก็ข้าวเหนียวละกัน” หญิงสาวนึกอยากแกล้งชายหนุ่มจึงสั่งแต่อาหารที่เธอคิดว่าพี่ไตรกินไม่ได้มา
‘คอยดูเถอะนะ พอพี่ไตรกินเข้าไป พี่ไตรก็จะพ่นไฟเหมือนมังกรในหนัง ฮ่าๆๆ’ หญิงสาวคิดแผนร้ายในใจ
ไม่ถึงสิบห้านาทีอาหารหน้าตาน่ารับประทานก็ถูกยกมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ
“อะ พี่ไตรกินสิคะ” คนตัวเล็กยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ‘สาบานว่าเธอยิ้มให้แบบดูดีที่สุดแล้ว’
“ยิ้มอะไร น่าเกลียด” ไตรมองคนตัวเล็กด้วยท่าทางระแวงก่อนจะรับอาหารมาตักเข้าปากด้วยสีหน้าปกติ
‘เอ๊ะ เดี๋ยวนะ พี่ไตรกินอย่างเอร็ดอร่อยหรือ ไม่สิเป็นไปไม่ได้’
‘ม่ายน้าาา ไก่ย่างของเธอโดนพี่ไตรสวบไปแล้ว’ กิ่งตาค้างมองภาพพี่ไตรกำลังกินไก่ย่างแสนโปรดจนหมด
“อร่อยดีนะ พี่ชอบ” คนตัวโตมองหน้าตาประหลาดของหญิงสาวด้วยแววตาขบขัน รู้ดีว่ากิ่งสั่งอาหารมาแกล้งตน แต่คนอย่างไตรไม่ยอมให้ใครมาแกล้งง่ายๆ
‘เหอะๆ เธอแกล้งพี่ไตรไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ยยยย’
เป็นอีกครั้งที่แผนของกิ่งล่มไม่เป็นท่า กะจะให้เขากินอาหารอย่างทรมาน แต่กลับเป็นเธอเองที่ไม่ได้กินอะไรเลย ฮืออออออ
