บทที่ 3 สู่ขอ
“ไตรมองหน้าน้องหน่อยสิ” ท่านไพศาลหันไปกระซิบกับลูกชายตัวดีที่เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจว่าพวกท่านกำลังคุยอะไรกันอยู่
ชายหนุ่มปรับสายตากลับมาตามที่พ่อสั่ง ก่อนจะมองตรงไปยังหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งตรงข้ามด้วยสายตาว่างเปล่า
‘มันน่าบิดเนื้อให้ช้ำตายเสียจริงๆ’ คนเป็นพ่อบ่นอุบอิบเมื่อเห็นท่าทางของลูกชายก่อนจะหันไปสนใจเรื่องงานแต่งงานต่อ
หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่จ้องอยู่จึงหันมามอง กิ่งจ้องเขม้นไปยังสายตาว่างเปล่าของคนตรงหน้าก่อนจะขยิบตาข้างเดียวพร้อมยักคิ้วให้เบาๆ ‘คนอะไรมองเราอย่างกับเป็นกำแพง ลองดูสายตาพิฆาตของกิ่งดูจะเป็นยังไง’
ชายหนุ่มที่โดนโจมตีถึงกับแอบสะดุ้งในใจ ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาราบเรียบดังเดิม กิ่งที่เห็นพี่ไตรเสียอาการก็ยิ่งอยากแกล้ง จึงทำปากจู๋แล้วส่งจุมพิตไปในอากาศ
“จุ๊บ”
ฝ่ายคนตัวโตก็ไม่ยอมโดนแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว เขายกมือขึ้นบังจุมพิตนั้น ก่อนทำท่าขยี้ให้แหลกละเอียด ทำเอาหญิงสาวหัวใจสลายไปตามๆ กัน
“ผมว่าจะจัดงานแต่งสัปดาห์หน้าครับ” ถ้อยคำไม่กี่พยางค์ทำเอาทั้งหมดรีบหันมาจ้องชายวัยกลางคนเป็นสายตาเดียว
“อะไรนะคะ!”
“อะไรนะครับพ่อ!”
สองเสียงดังประสานกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่ต่างกับพิมพ์แก้วที่ยกมือป้องปากอย่างตกใจ
“ทำไมมันเร็วอย่างนี้ล่ะคะ”
“ผมไปดูฤกษ์มาครับ หมอดูท่านบอกว่าต้องแต่งภายในสัปดาห์หน้าเท่านั้น ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้แต่งอีกครับ” ชายวัยกลางคนแสร้งพูดอุบายของตนออกมา ความจริงเขาก็แค่อยากให้สองคนนี้สนิทกันเร็วๆ ก็แค่นั้น
“ถ้าท่านไพศาลไปดูมาแล้ว ดิฉันก็ไม่ขัดค่ะ”
ไตรเมื่อได้ยินฤกษ์แต่งงานที่เริ่มใกล้เข้ามาก็นั่งนิ่ง สายตาบ่งบอกว่าไม่พอใจนักที่พ่อจับเขาแต่งงาน
พิมพ์แก้วเห็นท่าทีบอกบุญไม่รับของลูกชายผู้มีพระคุณจึงพูดขึ้นบ้าง
“ถ้าไตรไม่สะดวก...”
“สะดวกครับ!!!” คนเป็นพ่อรีบแก้ต่างก่อนจะจับลูกชายให้หันมามองป้าพิมพ์แก้วดีๆ “ถ้าแกยังทำอย่างนี้อยู่ ฉันจะเซ็นเอกสารยกมรดกให้การกุศล”
“ผมสะดวกครับ” ไตรยิ้มและกัดฟันพูด
“เออ!! นี่หนูกิ่งพาเจ้าไตรออกไปเดินเล่นหน่อยสิ” คนเป็นพ่อเห็นบรรยากาศไม่ค่อยดีจึงหาโอกาสให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
ร่างเล็กพยักหน้ารับก่อนจะฉีกยิ้มกว้างรีบเดินมาหาคนตัวโตพร้อมยื่นมือออกมา
“ไปเดินเล่นกันไหมคะ” รอยยิ้มอันเปล่งประกายกับฝ่ามือสีขาวอมชมพูที่ยื่นส่งมาตรงหน้าทำเอาชายหนุ่มปฏิเสธไม่ได้
ไตรลุกยืนขึ้นก้าวขายาวๆ ออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนตัวเล็กวิ่งตามออกไปด้วยขาสั้นๆ “พี่ไตรจะรีบเดินไปไหน รอกิ่งด้วยสิคะ”
“น่ารักดีเนอะ” ชายวัยกลางคนคิดว่าเขาดูไม่ผิด สองคนนี้ในอนาคตต้องไปด้วยกันได้ดีแน่
“ค่ะ ถ้าสองคนนี้รักกันจริงๆ ก็คงดี” พิมพ์แก้วเองก็อดยิ้มตามกับความน่ารักของทั้งคู่ไม่ได้ ‘เธอเห็นตั้งแต่ท่าทางส่งจุ๊บกันแล้ว’
“คุณรู้ด้วยหรือ”
“ค่ะ กิ่งเล่าให้ดิฉันฟังแล้ว” รอยยิ้มจากคนตรงหน้าไม่ได้ดูอ่อนหวานเหมือนใบหน้านวล ท่าทางนั้นเริ่มทำท่านไพศาลหวั่นใจ
“ผมพูดตามตรงเลยละกัน ผมอยากได้กิ่งเป็นลูกสะใภ้”
“ค่ะ แต่ดูจากท่าทางไตรวันนี้แล้วดูเหมือนจะไม่อยากแต่งนะคะ”
“คุณเชื่อไหม จากที่ผมดูแล้วเดี๋ยวสองคนนี้ก็รักกัน” ท่านไพศาลเลี่ยงคำตอบนั้น ก่อนจะพูดบางสิ่งบางอย่างที่เห็นจากสองคนนี้ออกมา พิมพ์แก้วที่ได้ฟังก็เริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
“ถ้ากิ่งอยากหย่า ผมก็จะไม่ยื้อเอาไว้ คุณเชื่อใจผมได้ว่าผมจะดูแลลูกสาวคุณให้ดีที่สุด” ท่านไพศาลให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น
“ค่ะ ดิฉันรู้” พิมพ์แก้วยิ้มรับ เธอมั่นใจในคำสัญญาของผู้มีพระคุณของเธอ ขอแค่กิ่งมีโอกาสได้ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ คนเป็นแม่อย่างเธอก็จะคอยสนับสนุนอยู่ตรงนี้
“ถ้างั้นเดี๋ยวเราคุยเรื่องงานแต่งกันต่อเลยนะ” ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายช่วยกันเลือกธีมงานแต่งและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ให้เรียบร้อยเพื่อวันสำคัญของลูกรักทั้งสอง
ข้างนอกบ้าน
“พี่ไตรเดินไม่รอกิ่งเลยอะ” ร่างบางที่รีบวิ่งตามออกมาจากตัวบ้านจนเหนื่อยหอบบ่นอุบอิบ ‘ขาก็ยาวเดินรอหน่อยก็ไม่ได้ ชิ’ บ่นเสร็จก็วิ่งตามต่อ
เสียงร้องโวยวายเจื้อยแจ้วหยุดจังหวะการก้าวเท้าของชายหนุ่มให้อยู่กับที่อย่างฉับพลัน ทำให้ร่างเล็กที่วิ่งมาด้วยความเร็วชนเข้ากับหลังแกร่งเต็มแรง ส่งผลให้ทั้งคู่ล้มลงไปที่พื้น
ร่างเล็กล้มทับร่างแกร่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้านวลเผลอซบลงตรงกล้ามหน้าอกคนตัวโต ‘หอมจัง’ จมูกเล็กดมกลิ่นฟุดฟิด
“ลุกขึ้น” ไตรผลักร่างที่ทับตนเองอยู่ออกเบาๆ
“ไม่ลุกค่ะ”
“พี่บอกให้ลุกขึ้น” นอกจากหญิงสาวจะไม่ยอมลุกแล้วยังยกมือขึ้นมากดทับหน้าอกแกร่งเพิ่มอีก พร้อมจ้องมองสายตาคมมีเสน่ห์อย่างมีเลศนัย
“พี่ไตรจำกิ่งได้ไหม กิ่งไม่ได้เจอพี่มาหลายปีเลยนะ”
“อืม...จำได้” ระยะระหว่างทั้งสองคนห่างกันแค่คืบทำเอาหัวใจทั้งสองดวงเต้นไม่เป็นจังหวะ
“แล้วทำไมถึงเอาแต่หลบหน้ากิ่งคะ”
“พี่แค่ไม่รู้จะทำตัวยังไง น้องสาวพี่โตขนาดนี้แล้ว” จึก! คำว่าน้องสาวทิ่มแทงลงไปในหัวใจกิ่งเบาๆ มือแกร่งพยายามประคองร่างสาวน้อยให้ลุกขึ้นมานั่งดีๆ
“กิ่งไปแค่ห้าปีเองนะ พี่ไตรก็ทำเหมือนกิ่งไม่ใช่น้องสาวพี่แล้ว”
“เป็นสิ กิ่งก็เป็นน้องสาวของพี่ตลอดไปนั่นแหละ” มือหนาอดไม่ได้ที่จะขยี้หัวคนตัวเล็กเบาๆ เหมือนที่เคยทำในวันวาน กิ่งจึงฉีกยิ้มกว้างเป็นการตอบแทน
“เป็นไง ไปเรียนที่นั่นแล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“ก็ดีค่ะ สังคมมหาวิทยาลัยสอนอะไรกิ่งเยอะเลย” ไม่ว่าจะเพื่อน สังคม หรือการแก้ปัญหาต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เธอเติบโตขึ้น
“อืม ก็ดีแล้วล่ะ” จบประโยคก็เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ
“เรื่องแต่งงาน...” ทั้งสองหันหน้าไปมองยังสระน้ำเล็กๆ ที่อยู่หน้าบ้านก่อนกิ่งจะพูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา
“พี่โดนคุณไพศาลบังคับน่ะ กิ่งก็คงรู้ใช่ไหม”
“ค่ะ กิ่งรู้”
“แต่กิ่งไม่ได้โดนบังคับนะคะ” คำพูดนั้นทำเอาทั้งคู่หันมาสบตามองหน้ากันตรงๆ
“พี่ไตรก็รู้ว่ากิ่งคิดอย่างไรกับพี่ไตร” แววตาเศร้าสร้อยระคนน้อยใจมองตรงมาที่เขาจนชายหนุ่มทำตัวไม่ถูก
“กิ่งก็คงรู้คำตอบของพี่อยู่แล้วนะ” ถึงเขาจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ก็ทำเธอเจ็บได้เหมือนกัน
“ค่ะ แต่ใช่ว่ากิ่งจะไม่มีโอกาสนี่นา” กิ่งขยับตัวเข้าใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นจนไตรต้องขยับหนีจนติดริมรั้ว
“รอดูหลังแต่งงานแล้วกันนะคะ” ร่างเล็กหยุดขยับแกล้ง ก่อนจะลุกขึ้นเบาๆ พร้อมสะบัดตูดวิ่งตรงเข้าไปในบ้านด้วยกลัวจะโดนว่าที่สามีตำหนิ
