บท
ตั้งค่า

บทที่ 7 หลิวสวี่ซาน

ช่วงเวลาตะวันตกดินเกือบห้าโมงเย็นงานที่ได้รับมอบหมายของบ้านหลิวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เทียบกับบ้านอื่นถือว่าเสร็จเร็วกว่า ทุกคนต่างลงไปล้างมือในคลองน้ำข้างแปลงนา ล้างชำระโคลนที่เปื้อนชุดก่อนเดินเกาะกลุ่มกันกลับบ้าน เดี๋ยวค่อยกลับไปซักผ้าอีกครั้ง

แม่หลิวเดินถือตะกร้าอาหารมื้อกลางวันข้างหน้าคนอื่น ข้างกันมีพ่อหลิวที่แบกจอบ เสียม ข้างหลังมีสองหนุ่มช่วยกันสะพายตะกร้าและของที่จำเป็นต้องทำงาน ผู้หญิงสะพายตะกร้าทำงานของตัวเองและช่วยถือของอย่างอื่นด้วย

“โอ้ย เหนื่อยมาก ฉันไม่มาทำแล้วได้ไหมพรุ่งนี้” หลิวซือเหยียนยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ หล่อนมองแขนที่ดำคล้ำลงถนัดตาด้วยสายตาไม่พอใจ

หลิวซือเหยาพูดเห็นด้วยกับน้องสาว “ใช่ ผิวสวย ๆ ของฉันเสียหมด”

เมื่อก่อนแม้ไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวราคาแพงแต่พวกหล่อนไม่ได้ออกมาทำงานในแปลงนา และพี่ชายยังซื้อครีมให้เดือนละกระปุก ผิวที่ไม่ขาวมากก็คล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด

“แม่บอกว่าจะให้พวกฉันแต่งงานกับคนในเมืองไม่ใช่เหรอ ผิวคล้ำแบบนี้จะแต่งงานได้ไหม เสียชื่อน้องสาวทหารหมด” หลิวซือเหยียนยังคงบ่น หล่อนกับพี่สาวเคยเป็นที่อิจฉาของผู้หญิงในหมู่บ้าน แล้วดูตอนนี้สิ

เฝิงหรานกลอกตามองบน “บ่น ๆ ฉันท้องยังต้องมาทำงานช่วยเลย”

แม่หลิวพูดกับลูกสาวไม่ให้สะใภ้ใหญ่ของบ้านได้ยิน “รอให้พี่ชายของลูกกลับมาถึงบ้านก่อน พี่ใหญ่ของลูกต้องจัดการภรรยาของเขาได้แน่”

แม่หลิวคงลืมไปว่าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน แน่นอนว่าแม้แต่สามีอย่างหลิวสวี่ซาน คนที่เวินจื่อหนิงเคยยอมทุกอย่างก็ไม่ว่างเว้น

ราวกับรู้ตัวว่าโดนนินทา เวินจื่อหนิงรีบเดินออกหน้าเพื่อกลับบ้านจะได้พักผ่อน ฝีเท้าของเธอชะงักตอนเห็นว่าแคร่หน้าบ้านมีผู้ชายในชุดทหารนั่งอยู่ ความทรงจำบอกว่าเขาคือหลิวสวี่ซาน สามีเจ้าของร่างที่เป็นทหารและคงถูกแม่สามีตามกลับบ้าน

“เจ้าใหญ่!”

“พี่ใหญ่”

“พี่สามี”

เสียงทักทายจากพ่อแม่ น้องชาย น้องสาว และน้องสะใภ้ แต่กลับไร้เสียงทักทายจากภรรยาอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวินจื่อหนิงต้องรีบไปปรนนิบัติเขากลับเดินผ่านไปหลังบ้าน

เฝิงหรานมองพี่สะใภ้ที่จากไปแล้วรีบเดินไปหาพี่ชายสามี “พี่ใหญ่ อย่าหาว่าฉันฟ้องเลยนะ แต่สะใภ้ใหญ่เปลี่ยนไปจริง ๆ บงการพวกเราทุกอย่าง แม้แต่พ่อแม่ยังพูดไม่ได้เลย”

“พี่สะใภ้รองพูดเบา ๆ หน่อย สามีภรรยาพวกเขาจะเข้าไปยุ่งทำไม” ซูหัวจุ๊ปาก

แม่หลิวรีบวางตะกร้าลงแคร่ไม้หน้าบ้านก่อนดึงแขนลูกชายมาดู “ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนทำไมถึงผอมลงขนาดนี้ แถมผิวก็คล้ำด้วย”

หลิวสวี่เซียวขมวดคิ้วบอกว่า “แม่ พี่เป็นทหารนะ เขาจะผิวคล้ำลงย่อมไม่แปลก ถ้าพี่เขาผิวไม่คล้ำนั่นคือแปลกแล้ว”

“เจ้ารอง” แม่หลิวหันไปหาลูกชาย “พี่ชายของลูกอุตส่าห์ทำงานหาเงินให้พวกเราอย่างเหน็ดเหนื่อย ถ้าแกพูดดี ๆ ไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูด”

“ผมไม่อยากจะพูดหรอก แต่พี่สะใภ้ทำเกินไปจริง ๆ พี่ก็รู้ว่าแม่อยากให้น้องสาวสองคนแต่งงานกับคนในเมือง พวกหล่อนต้องอยู่บ้านรักษาผิว แต่พี่สะใภ้ใหญ่กลับบังคับให้ไปทำงาน ดูสิ ผิวสวย ๆ คล้ำหมดแล้ว” หลิวสวี่ซุนคุยกับพี่ชาย

หลิวซือเหยียนใช้ความเป็นน้องสาวคนเล็กของบ้านเข้าไปเกาะแขนพี่ชาย หล่อนบีบน้ำตาพลางสะอื้นเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรม

“พี่ดูสิ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ?” หลิวสวี่ซานถาม

พ่อหลิวเขี่ยก้นบุหรี่ที่หลิวสวี่ซานซื้อกลับมาให้ลงพื้น “ใช่ แม้แต่แม่แกยังพูดไม่ได้เลย พวกเรายอมหล่อนเพราะเห็นว่าหล่อนเพิ่งแท้งลูก”

คราวนี้หลิวสวี่ซานชะงักก่อนตอบ “หล่อนคงอารมณ์ไม่ดี”

แต่งงานกันมาสามปีทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่ถึงห้าเดือนด้วยซ้ำ ภรรยาของเขาตั้งครรภ์ทุกครั้งที่เขากลับมาบ้าน แต่ไม่ถึงสามเดือนก็ได้รับข่าวร้าย ทำให้หลิวสวี่ซานไม่ได้เสียใจขนาดนั้น

“ฉันก็ไม่อยากพูดหรอก แต่ฉันตั้งท้องลูกชายและหลานชายคนแรกของบ้านนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่รู้ลูกฉันจะเป็นยังไงบ้าง” เฝิงหรานลูบท้องตัวเอง

หลิวสวี่ซานหลุบตามองท้องแบนราบของหล่อนก่อนละสายตา เขายกมือขึ้นแคะหูจากนั้นถึงเดินเข้าไปในบ้าน เนื่องจากบ้านมีประตูให้ออกไปอีกทางเขาถึงเห็นว่าเวินจื่อหนิงเพิ่งเดินเข้าห้องไป

เสียงเปิดประตูดังขึ้นเวินจื่อหนิงไม่ได้ปรายตามองเลยสักนิด หญิงสาวกำลังเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไปซักผ้า ใบหน้าของเธอเรียบสนิทจนหลิวสวี่ซานรู้สึกแปลกใจ

“สกปรก”

หลิวสวี่ซานเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเขานั่งลงเตียงนอนที่เตรียมเอาไว้แบบพร้อมนอนแล้ว ยิ่งเห็นสายตาของภรรยาทำให้เขาต้องรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืน

เขาใช้มือเกาแก้มก่อนเอ่ยถาม “คุณทำให้พ่อแม่ผมลำบากใจเหรอ?”

“พวกเขากล้าฟ้อง?”

หลิวสวี่ซานสะอึก หลายวันก่อนแม่โทรหาเขาและบอกให้รีบกลับบ้านมาปราบภรรยาที่ตอนนี้ควบคุมคนทั้งบ้าน แม้แต่พ่อแม่และน้องสาวของเขายังไม่เว้น พวกเขาไม่มีทางเลือกแล้ว

“ยังไงก็ตาม นั่นพ่อแม่ของผมนะ คุณควรไว้หน้าพวกเขาบ้าง”

“นั่นพ่อแม่ของคุณ ฉันบังคับพวกเขาให้ทำอะไร? ที่ฉันบังคับจริง ๆ คือน้องชาย น้องสาว และน้องสะใภ้ของคุณต่างหาก”

น้ำเสียง ท่าทาง ที่แข็งกร้าวไม่เหมือนก่อนหน้านี้ทำให้หลิวสวี่ซานสะดุ้งเล็กน้อย เวินจื่อหนิงไม่ใช่คนที่จะถูกกดขี่อีกต่อไป

“พวกเขานี่ก็เก่งจริง ๆ นะ ใช้งานฉันไม่ได้แล้วก็เลยตามลูกชายให้กลับมาจัดการฉัน คิดว่าจะทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ”

หลิวสวี่ซานไม่มีคำแก้ตัว เวินจื่อหนิงขี้เกียจคุยแล้วถึงได้ถือตะกร้าผ้าไปซักที่แม่น้ำท้ายหมู่บ้าน สะใภ้ทั้งสองรวมถึงน้องสาวสามีอีกสองคนก็ตามมาด้วย

“พวกพี่ทะเลาะกันเหรอ” ซูหัวที่นั่งข้างกันเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

หญิงสาวเหลือบมองซูหัวก่อนเอ่ยตอบ “ไม่ได้ทะเลาะกัน”

“ไม่ได้ทะเลาะกันแต่เสียงดังมาก” หลิวซือเหยียนเอ่ยตามที่คิด “พรุ่งนี้ฉันจะไม่มาซักผ้าแล้ว”

“ฉันเคยบอกแล้วว่าครอบครัวเดียวกันต้องช่วยเหลือกัน ถ้าเป็นหน้าที่ของคนเดียว หลังแต่งงานออกไปพวกเธอสองพี่น้องก็จะไม่ต่างจากพี่สะใภ้ ฉันแค่สอนให้พวกเธอรู้จักทำงานบ้าน”

หลิวซือเหยาเบ้ปากเล็กน้อย “ก็แค่ไม่อยากทำคนเดียว”

“ใช่ หรือว่าเธออยากทำคนเดียวไหมล่ะ ลองสิ เสื้อผ้าของฉันกับคนอื่นน่ะ” เวินจื่อหนิงยื่นตะกร้าผ้าของตัวเองให้หล่อนอย่างท้าทาย

ตามมาด้วยเฝิงหรานที่รอเวลานี้อยู่พอดี หล่อนขี้เกียจซักผ้ามาก “ของฉันด้วยสิ”

หลิวซือเหยาขมวดคิ้วมองด้วยความรังเกียจ “ไม่เอาหรอก เสื้อผ้าพวกพี่ก็ต้องซักผ้าเองสิ แค่ของพ่อแม่ก็มากพอแล้ว”

“ก็อย่าพูดมาก”

หลิวซือเหยา หลิวซือเหยียนพึมพำอะไรบางอย่างก่อนแยกออกไปซักผ้าที่อื่น ทำให้ตรงนี้เหลือเพียงพี่สะใภ้และน้องสะใภ้ทั้งสามคน

ซูหัวที่นั่งเงียบตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นอย่างหวังดี “พี่สะใภ้ถ้ามีปัญหาให้ฉันช่วยคุยกับพ่อแม่สามีให้ไหมคะ อีกอย่างสิ่งที่พี่สะใภ้ทำ ก็ทำให้บ้านเราเงียบสงบ”

“ไม่จำเป็น”

เฝิงหรานกลอกตาแล้วพูดแดกดัน “สะใภ้สามทำไมถึงโง่ขนาดนี้ คนอย่างสะใภ้ใหญ่จะมาขอให้สะใภ้คนอื่นช่วยทำไม หล่อนเป็นคุณนายทหารนี่”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ฉันหมายถึง...”

ไม่ต้องรอให้ซูหัวกล่าวเวินจื่อหนิงก็พยักหน้า “ใช่ ฉันเป็นคุณนายทหารนะ ทำไมต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นด้วย”

“...”

“อ้อ สะใภ้รองอย่าลืมว่าหลังจากวันนี้เธอต้องทำงานบ้านคนเดียวแล้ว ซักผ้าดี ๆ ล่ะ”

“เฮอะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel