บท
ตั้งค่า

บทที่ 6 ครอบครัวเดียวกัน

“ซือเหยา ซือเหยียน”

สายตาดุ ๆ จากพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้านทำให้สองสาวสะดุ้ง หลิวซือเหยา หลิวซือเหยียนกำลังจะแอบพากันเดินขึ้นจากแปลงนา พวกหล่อนยิ้มแหยให้พี่สะใภ้ที่กำลังทำหน้าถมึงทึงและเท้าเอวใส่

สองวันก่อนหัวหน้าหมู่บ้านเรียกประชุมคนทั้งคอมมูน เพื่อประกาศว่าหลังจากนี้จะใช้เป็นระบบแบ่งงานกันทำตามที่ได้รับมอบหมายเป็นครัวเรือนจากส่วนกลาง และเป็นการเตรียมพร้อมก่อนส่วนกลางของคอมมูนจะแบ่งที่ดินให้ทุกบ้านในคอมมูนได้ทำมาหากิน

หลิวซือเหยียนบ่นกับพี่สาวเมื่อแผนการแอบหนีกลับบ้านไม่สำเร็จ “อาเหยา พวกเราหนีไม่สำเร็จเลย พี่สะใหญ่ยุ่งอยู่ยังหันมาเห็นพวกเรา”

“ฉันยุ่งไม่ได้หมายความว่าไม่เห็น”

บ้านหลิวได้รับมอบหมายให้หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวตามพื้นที่ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากบ้านหลิวแล้วยังมีบ้านหลังอื่น แต่ว่าทุกบ้านมีพื้นที่ระบุว่าบ้านไหนทำส่วนไหน บ้านใครเสร็จก่อนก็กลับบ้านก่อนได้เลย

หลิวซือเหยาเดินกลับมาทำงานใกล้พี่สะใภ้อย่างรู้งาน ถ้าเกิดหล่อนยืนยันที่จะหนีกลับบ้านอีกมีหวังต้องโดนอดข้าวแน่ แม้แต่พ่อแม่ยังช่วยไม่ได้

เวินจื่อหนิงคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่น้องสาวสามีเชื่อฟัง ก่อนจะเอ่ยเรียกน้องสะใภ้ที่ดูจะอิดออดกว่าปกติ แต่ก่อนทำงานร่วมกับคนอื่นพวกหล่อนจะทำช้ามากก็ไม่ได้ และพอทำงานช่วยกันกลับทำช้า

“สะใภ้รอง สะใภ้สาม”

“ฉันกำลังท้องกำลังไส้ จะพักบ้างไม่ได้หรือไง เอาเปรียบกันเกินไปแล้ว”

“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอเอาเปรียบ แต่ว่าครอบครัวเดียวกันต้องช่วยเหลือกัน ท้องก็ทำงานได้ ช่วยทำงานเบา ๆ พักพร้อมกัน แต่เธอเล่นโวยวาย ตัดเพ้อว่าคนท้องต้องมาช่วยงานคนอื่น แบบนี้มันก็เอาเปรียบกันจริง ๆ”

“พี่สะใภ้พูดถูก”

เวินจื่อหนิงปรายตามองซูหัวที่เอ่ยขึ้นมา “เธอเหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่เห็น ก่อนหน้านี้ยังทำงานได้ตามปกติ พอต้องมาทำงานในบ้านกันเองกลับกินแรงคนอื่น ใช้ได้ที่ไหน”

“...” สรุปแล้วทุกคนโดนกันถ้วนหน้า น้องชายสามีทั้งสองคนที่ภรรยาโดนตำหนิยังไม่พูด เพราะถ้าพูดขึ้นมาพวกเขาจะกลายเป็นคนผิดแทน

“แม่สามีคิดว่ายังไงถ้าจะให้สะใภ้รองอยู่บ้านทำงานบ้านคนเดียวไม่ต้องออกมาทำงานช่วยพวกเรา ทั้งทำอาหาร ซักเสื้อผ้าที่ใช้ทำงาน และกวาดบ้าน”

เวินจื่อหนิงไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำที่จะบังคับให้คนท้องทำงาน ก่อนหน้านี้ให้หล่อนมาช่วยงานเพราะว่าอีกฝ่ายอ้างเรื่องท้องบ่อย และตอนนี้มันถึงเวลาให้หล่อนอยู่บ้านแล้ว

“สะใภ้สามคิดเห็นยังไง”

ซูหัวมองแม่สามีก่อนหันมามองเวินจื่อหนิงครู่หนึ่ง “พี่สะใภ้ว่ายังไงก็เอาแบบนั้น”

“ฮึ”

เฝิงหรานรีบพยักหน้า ใช้มือลูบหน้าท้องที่แบนราบของตัวเอง “พี่สะใภ้ใหญ่พูดถูก ตอนนี้ฉันกำลังท้องลูกชายและหลานชายคนแรกของบ้านให้บ้านหลิว ทำงานหนักไม่ได้ ต้องอยู่บ้าน”

“ไม่ใช่แค่อยู่บ้านเฉย ๆ อย่าลืมว่าต้องทำอาหาร ซักผ้าอีก หลังจากนี้พวกเราจะไม่ได้ช่วยเธอทำงานพวกนี้แล้ว ยกเว้นเสื้อผ้าธรรมดาของทุกคนต้องจัดการเอง”

“มันต่างกันที่ไหน” หลิวซือเหยาสงสัยจึงต้องเอ่ยถาม

เวินจื่อหนิงที่มือหนึ่งเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวใส่ตะกร้าบอก “ต่างสิ ทำงานบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำงานบ้านคนเดียวอีก”

“ฉันรู้แล้ว งานบ้านฉันจะทำเอง”

หลิวสวี่ซุนหันมาคุยด้วย “แบบนี้ภรรยาของผมก็เสียเปรียบสิ”

“ภรรยาของนายท้องหรือเปล่า?” เวินจื่อหนิงเอ่ยถาม

“ยังไม่ท้อง”

“ก่อนหน้านี้ฉันท้องแถมสามีทำงานเป็นทหารส่งเงินมาให้ที่บ้านทุกเดือน ทำไมนายไม่คิดแก้ต่างให้ คิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งท้องมันง่ายหรือไง” เวินจื่อหนิงเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า

แม่หลิวเห็นว่าลูกชายถูกพี่สะใภ้ตำหนิจึงเอ่ยตัดบท “เอาตามที่สะใภ้ใหญ่พูดก็แล้วกัน แต่พวกเราต้องทำงานหนักนะ”

“ทำงานหนักแล้วยังไง ต่อจากนี้ทุกคนมาทำงานเช้ากว่าปกติและเลิกงานช้า แต่งานบ้านไม่ต้องทำแบบนี้ก็ดีแล้ว”

พ่อหลิวไม่มีความเห็น อาจเพราะเขาเป็นผู้ชายจะให้ออกหน้าก็คงไม่ดี อีกอย่างเวินจื่อหนิงยังไว้หน้าพ่อสามีอยู่บ้าง

“เอาเป็นว่าตามนั้น” แม่หลิวไม่มีความเห็นเรื่องนี้เหมือนกัน

แต่ว่าหลิวซือเหยารู้สึกไม่พอใจ “ทำไมไม่ให้ฉันกับอาเหยียนทำงานบ้านแทน พี่สะใภ้ท้องไม่ได้เป็นง่อยสักหน่อย ถึงจะได้รับสิทธิพิเศษกว่าคนอื่นน่ะ”

“โตแล้ว ควรคิดได้นะ”

เวินจื่อหนิงก็ไม่คิดว่าน้องสาวสามีคนนี้จะคิดอะไรง่ายดาย คนท้องไม่ควรทำงานหนักอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ทุกคนไม่ได้ทำงานแบกหามจึงพอช่วยกันได้ และเฝิงหรานก็ไม่ควรเดินเยอะด้วย

“พี่สะใภ้ว่าฉันเหรอ!”

“ฉันบอกแล้วว่าครอบครัวเดียวกันควรช่วยเหลือกัน ง่าย ๆ นะ พวกเธอยังสาวมีแรงมากพอให้ทำงานช่วยคนอื่น แต่คนท้องมันต่างกัน ตอนนี้พวกเธอจะยังไม่เข้าใจจนกว่าจะถึงตอนที่ตัวเองท้อง”

แม่หลิวขมวดคิ้ว “สอนอะไรให้ลูกสาวฉัน”

“ก็แค่อยากให้รู้ว่าคนท้องไม่ใช่ว่าทำงานไม่ได้ คนท้องทำงานได้แต่ไม่ควรให้ทำงานหนักเกินไป น้องสาวสามียังเด็กฉันจึงอยากสอน”

“ลูกสาวฉัน ฉันสอนเองได้” ลำพังจัดการสะใภ้อีกสองคนแม่หลิวยอมได้ แต่ลูกสาวนางสอนเองได้

เวินจื่อหลิวยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ก่อนเดินจากไปทำงานตามปกติ ที่เห็นว่าเธอสั่งนั่นก็คือเธอทำทุกอย่าง พักพร้อมทุกคน ทำงานพร้อมทุกคน ในสองชั่วโมงที่ทำงานไม่เคยหยุดพักด้วยซ้ำ

ซูหัวใช้มือทุบไหล่สามีด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้แรงจนเจ็บมาก สายตาจ้องเวินจื่อหนิงที่ยืนหันหลังให้ “ทำไมไม่ช่วยฉันพูดบ้าง”

“จะให้พูดอะไร ผมพูดไปแล้วพี่สะใภ้ก็มีข้ออ้าง เมื่อไรพี่ใหญ่จะกลับมา ทุกวันนี้ยิ่งกว่าแม่แล้ว แม่เป็นอะไรไม่รู้เชื่อฟังแต่พี่สะใภ้ใหญ่”

“หรือว่าแม่แอบเอาเงินเดือนของพี่ใหญ่ให้พี่สะใภ้ใหญ่ถือ” ซูหัวเอ่ยด้วยใบหน้าคิดมาก ถ้าเป็นแบบนั้นบ้านสามของหล่อนจะได้รับส่วนแบ่งหรือไม่

“เป็นไปไม่ได้ อย่ามัวแต่พูดเลย พวกเรารีบไปเถอะ ทุกคนไปทำงานแล้ว”

ถัดจากสองสามีภรรยาบ้านสาม เฝิงหรานกำลังยิ้มด้วยความดีใจ เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่เพิ่งตกลงกันแต่ถึงอย่างนั้นหล่อนยังต้องช่วยงานคนอื่นให้จบวัน

“วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขมากที่สุด”

หลิวสวี่เซียวเอ่ยด้วยความรำคาญ “อย่าดีใจออกหน้าขนาดนั้น บ้านสาม กันน้องสาวของผมไม่ชอบใจไม่รู้เหรอ”

“แล้วยังไง พี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนจัดการ ไม่พอใจก็ไปโวยวายหล่อนสิ”

สามีภรรยาแต่ละคู่ความเห็นต่างกัน รวมถึงพ่อหลิวแม่หลิวด้วย “ยายเฒ่า เมื่อไรเจ้าใหญ่จะกลับมา สะใภ้ใหญ่นับวันยิ่งเลอะเลือน”

“ฉันบอกให้เขารีบ ๆ กลับบ้าน เขาบอกช่วงนี้วุ่นวายมาก ต้องทำเรื่องจะมาเลยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นมาไม่กี่วันก็ต้องกลับแล้ว อีกอย่างเขาก็เพิ่งกลับมาด้วย”

ทุกวันนี้ที่แม่หลิวยอมปล่อยไปตามน้ำก็เพราะว่ารอวันที่ลูกชายจะกลับมา อีกอย่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะเวินจื่อหนิงที่บ้านจึงสงบขนาดนี้

เฝิงหรานมาช่วยเวินจื่อหนิงทำงาน หล่อนบอกว่า “พี่สะใภ้ใหญ่เคยได้รับความเจ็บปวดจากการแท้งมาก่อน คงรู้ดีว่าการท้องสักครั้งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“...”

เมื่อเห็นว่าพี่สะใภ้ไม่ต้องการพูดคุยด้วย เฝิงหรานพูดต่ออีกสองสามคำก่อนเดินไปหาสามี

“เฮ้อ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel