บทที่ 5 คำนินทา
“ดูสิ บ้านหลิวช่วงนี้อยู่ในโอวาทของสะใภ้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิงในบ้าน ทุกคนมีหน้าที่ทำงานบ้าน ทำงานนอกบ้าน ช่างน่าอายจริง ๆ เป็นที่ขบขันไปทั้งหมู่บ้านแล้ว”
“สองสามีภรรยาหลิวคิดอะไรอยู่ ให้สะใภ้ในบ้านเป็นใหญ่น่าขายหน้าจริง ๆ”
แค่บ้านหลิวเดินออกมาทำงานพร้อมกันกลุ่มใหญ่ เสียงนินทาก็ดังเข้าหูให้ได้ยิน ตอนแรกบ้านหลิวต่างอับอาย แทบมุดหัวอยู่แต่ในบ้าน แต่ว่าเวลาผ่านไปก็สามารถเก็บสีหน้าได้ แม้จะมีเสียงบ่นในใจก็ตาม
“โง่เขลา พ่อหลิวแม่หลิวอายุไม่น้อย ลูกชาย ลูกสาว ลูกสะใภ้ล้อมหน้าล้อมหลัง แต่ดันอยู่ในโอวาทสะใภ้ใหญ่ของบ้าน ใช้ได้ที่ไหน”
“ว่าไม่ได้นะ ปกติบ้านหลิวจะมีเสียงดุด่าทุกเช้า ทุกเย็น แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็แทบไม่ทะเลาะกันเลย ถ้าบ้านของฉันเป็นแบบนั้นคงดีไม่น้อย แต่แม่สามีของฉันดันเข้าข้างแต่น้องสะใภ้ เฮ้อ”
สะใภ้ไช่ที่แต่งงานเข้ามาในหมู่บ้านและคลอดลูกชายให้บ้านสามีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอิจฉา “หล่อนไม่แม้แต่จะคลอดลูกให้บ้านสามีได้ด้วยซ้ำ แต่กุมอำนาจบ้านสามีได้ขนาดนี้ช่างหน้าอิจฉาจริง ๆ”
“พูดก็พูดเถอะ ขนาดสะใภ้จ้วงคลอดลูกชายให้บ้านสามีห้าคน ผลสุดท้ายยังถูกหย่าอ้างว่าลูกเยอะสร้างปัญหา วาสนาคนไม่เท่ากัน”
ป้าสะใภ้สามหลิว พี่สะใภ้ของพ่อหลิวเดินมาหาแม่หลิวด้วยใบหน้าเยาะเย้ย “น้องสะใภ้ห้า ว่าก็ว่าเถอะ เชื่อฟังลูกสะใภ้แบบนี้น่าอายมาก น้องสะใภ้ห้าอย่าทำให้สะใภ้ตระกูลหลิวอับอายไปมากว่านี้ได้ไหม”
แม่หลิวยังไม่ทันอ้าปาก เวินจื่อหนิงเดินขวางทางป้าสะใภ้สามหลิว “ใครจะเหมือนป้าสะใภ้สามล่ะคะ ลูกสะใภ้สี่คนคลอดลูกสาวพร้อมกัน ป้าสะใภ้สามคงดีใจมากใช่ไหมคะ ถึงต้องทำงานบ้านทุกอย่างเอง”
ป้าสะใภ้สามหลิวสะอึกเพราะถูกจี้ใจดำ ลูกสะใภ้สี่คนท้องและคลอดไล่เลี่ยกัน ก่อนหน้านี้ป้าสะใภ้สามหลิวอวดทุกคนว่าสะใภ้ต้องคลอดหลานชายให้ นอกจากจะมีแต่หลานสาวแล้วระยะนี้ป้าสะใภ้สามหลิวต้องทำงานบ้านคนเดียว เพราะสะใภ้ทุกคนร่างกายอ่อนแอมาก
“น่าขันจริง ๆ มีแต่ลูกสาว ไม่มีลูกชายสืบสกุล”
ปีที่แล้วมีนโยบายลูกเดียวออกมาเพื่อลดจำนวนประชากรและไม่ให้ขาดแคลนไปมากกว่านี้ ชาวบ้านอนุญาตให้มีลูกอีกคนได้กรณีลูกคนแรกเป็นผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นถ้าพวกเขามีลูกอีกคนก็ไม่แน่ว่าอาจจะได้ลูกสาวอีก ทำให้พวกเขาใช้วิธีคุมกำเนิดหรือทำหมัน
“ป้าเหลียงเป็นผู้หญิงและมีลูกสาวเหมือนกัน ทำไมถึงต้องดูถูกผู้หญิงด้วย ก่อนนี้ทำให้ลูกสาวต้องหย่าสามี นอกจากจะไม่ยอมให้หล่อนกลับมาอยู่บ้านแล้วยังโกรธที่หล่อนไม่ยอมส่งของมาให้เหมือนทุกเดือนอีก”
แทบทุกบ้านในหมู่บ้านล้วนหน้าบาง ลูกสาวที่แต่งงานออกไปก็เหมือนน้ำที่ถูกสาด ตอนลูกสาวทำผลประโยชน์ให้บ้านก็ดีกับหล่อน แต่ถ้าหมดประโยชน์หรือหย่าขาดก็ไม่รับกลับบ้าน
แม่หลิวสะกิดลูกสะใภ้สองที “สะใภ้ใหญ่ อย่าหาเรื่องพี่สะใภ้สาม ถึงจะเป็นความจริงแต่บ้านพี่ชายพ่อสามีของเธอคนเยอะ”
เวินจื่อหนิงบอกแม่สามี “วางใจเถอะ คนแบบนี้ฉันจัดการเอง”
“อย่าคิดว่าสามีเป็นทหารแล้วจะกร่างได้นะ”
“ฉันทำอย่างนั้นเหรอ?”
หลิวซือเหยาที่ไม่เคยเข้าข้างพี่สะใภ้ใหญ่ก็เข้าข้างเวินจื่อหนิง “พี่สะใภ้พูดถูก วุ่นวายเรื่องบ้านคนอื่นไม่สู้วุ่นวายเรื่องลูกตัวเองจะดีกว่า ได้ยินว่าพี่สามเหลียงจะแต่งงานกับแม่ม่าย ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ แม่ม่ายก็หนีไป”
“หลิวซือเหยา!”
“ป้าเหลียง”
ป้าเหลียงสะบัดแขนเสื้อพร้อมกับแค่นเสียงขึ้นจมูก “เฮอะ เป็นแค่สะใภ้แต่งเข้ามาใหม่ยังกล้าหาเรื่องผู้อาวุโส บ้านหลิวได้สะใภ้ที่ดีจริง ๆ ดูสิ แม้แต่หลิวซือเหยาลูกสาวบ้านหลิวก็เป็นไปกับเขาด้วย”
คนที่เดินเท้าไปทำงานต่างแยกย้ายกันไป บ้านหลิวเกาะกลุ่มกัน หลิวซือเหยียนหันมาหาพี่สะใภ้ใหญ่แล้วหัวเราะ “พี่สะใภ้ใหญ่เก่งจริง ๆ ผู้อาวุโสในหมู่บ้านเหยียดหยามบ้านหลิวของพวกเราตลอด”
เวินจื่อหนิงถอนหายใจ “ช่างพวกเขาเถอะ”
ทุกคนมุ่งหน้าไปแปลงนาเพื่อทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าหมู่บ้าน และแบ่งงานกันทำ เฝิงหรานตั้งท้องอยู่จึงได้ทำงานง่าย ๆ ไม่ให้ยกของหนัก และรับแต้มทำงานน้อยลง ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันก็ดีกว่าที่หล่อนจะอยู่บ้าน
“อากาศร้อนมาก”
เวินจื่อหนิงมองเฝิงหรานพึมพำ เธอหันไปหาซูหัวที่อยู่ไม่ไกล “สะใภ้รองไปพักเถอะ อีกหน่อยค่อยออกมาทำงาน สลับกับสะใภ้สาม”
ซูหัวหันมายิ้มให้ “ขอบคุณ”
ทุก ๆ สองชั่วโมง ทุกคนจะได้พักประมาณสิบนาที แต่ว่าบ้านหลิวมีคนกำลังท้อง จึงต้องแบ่งงานกันทำเพื่อไม่ให้เอาเปรียบคนท้อง แม้ก่อนหน้านี้เวินจื่อหนิงจะไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้ แต่เด็กในท้องเป็นผู้บริสุทธิ์
“พี่สะใภ้”
เวินจื่อหนิงเหลือบมองหลิวซือเหยียน ใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยเหงื่อแถมหน้ายังแดงมากด้วย “อีก 5 นาที ทำต่อเถอะ”
หญิงสาวเกือบโวยวายแต่สายตาเห็นเวินจื่อหนิงมีไม้เรียวจึงไม่กล้าทำอะไร เพราะก่อนหน้านี้หลิวซือเหยียนต้องการขัดขืน ผลที่ได้รับคือหล่อนถูกพี่สะใภ้ตีจนน่องแตกจนไม่กล้าสร้างปัญหา
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมบ้านหลิวถึงได้อยู่ในโอวาทของเวินจื่อหนิงขนาดนี้ เวินจื่อหนิงไม่ได้ขู่แต่เธอพูดจริงและทำจริง
“ทุกคนพักกันเถอะ”
ผ่านไปไม่กี่นาทีเวินจื่อหนิงที่นับเวลาในใจชวนทุกคนไปนั่งพัก นั่นก็คือพักหลังจากเฝิงหรานไปนั่งเล็กน้อยจะได้ลุกมาทำงานพร้อมกัน สองสะใภ้ยื่นกระบอกน้ำที่ทำจากไม้ไผ่ให้สามีของตัวเอง
เวินจื่อหนิงเห็นว่าน้ำของตัวเองหมดแล้วจึงจะไปกรอกอีกเลยหันไปถามน้องสาวสามี “พวกเธอมีใครจะไปกรอกน้ำไหม”
“ไม่ไป” หลิวซือเหยียนบอกว่า “พี่รองกรอกน้ำมาให้พวกเราแล้วค่ะ”
“อ้อ”
เวินจื่อหนิงไม่เซ้าซี้ต่อเพราะรู้ว่านี่เป็นการต่อต้านกลาย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของน้องชายสามีจะกรอกน้ำมาให้เธอเหมือนกัน เวินจื่อหนิงจึงเดินไปกรอกน้ำสะอาดใส่กระบอกไม้ไผ่
“น้องสะใภ้ห้า สะใภ้ใหญ่บ้านของเธอบ้าไปแล้วเหรอ ฉันจะไม่เอาความหรอกที่หล่อนต่อว่าฉันตอนเช้า แต่ถ้ายังปล่อยให้หล่อนหลงระเริงในอำนาจ ควบคุมบ้านสามีไปเรื่อย ๆ ตระกูลหลิวครอบครัวอื่นจะมีหน้าในหมู่บ้านไหม”
แม่หลิวขมวดคิ้วมุ่นก่อนเอ่ย “ฉันก็ไม่อยากจะพูดหรอกค่ะ แต่ว่าตั้งแต่สะใภ้ใหญ่เข้ามาควบคุมบ้านก็ไม่วุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน”
“ฉันหวังดีกับน้องสะใภ้นะ” ป้าสะใภ้สามหลิวจีบปากจีบคอพูด “ครั้งก่อนสะใภ้ใหญ่ตีหลานสาวรองจนเลือดออก ต่อไปคงไม่ใช่ว่าลงมือกับพ่อแม่สามีหรอกนะ ต้องรีบเรียกหลานชายใหญ่กลับมาจัดการหล่อน ไม่อย่างนั้นบ้านหลิวของพวกเธอจะวุ่นวายมากกว่านี้”
“นี่เรื่องในบ้านของพวกฉัน”
“ฉันรู้ว่าเป็นเรื่องในบ้านของพวกเธอ แต่ชื่อเสียงตระกูลหลิวจะเอาไปไว้ที่ไหน”
เวินจื่อหนิงเดินกลับมาได้ยินบทสทนาทั้งหมดแต่ว่าตอนเดินกลับมาถึงป้าสะใภ้สามหลิวก็รีบเดินจากไปแล้ว เธอจึงทำเป็นไม่ได้ยินเพราะถ้าหลิวสวี่ซานมาถึงจะเป็นประโยชน์กับเธอด้วย
“ได้ยินหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าจะแบ่งแปลงนาให้ทุกบ้านในคอมมูนรับผิดชอบ บ้านไหนรับผิดชอบงานตัวเองเสร็จก่อนจะไปทำอะไรต่อก็ได้” หลิวสวี่เซียวเอ่ยตอนที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวไปทำงาน
เวินจื่อหนิงพยักหน้า “นั่นยิ่งดีกับพวกเราเลย”
เพราะเป็นระบอบคอมมูนต่อให้แบ่งสัดส่วนกันทำแต่ถ้าบ้านไหนเสร็จก่อนก็ต้องไปช่วยบ้านอื่นทำอีก ทุกคนจึงค่อย ๆ ทำไม่ได้เร่งรีบ ยิ่งใช้เวลานานยิ่งได้แต้มเยอะ แต่ถ้าแบ่งกันอย่างชัดเจนเธอก็สามารถกำหนดเวลางานของทุกคนในบ้านได้
