บทที่ 4 สะใภ้ใหญ่เอาแต่ใจ
“ตื่น!”
เข้าสู่วันที่เจ็ดของการทะลุมิติมาอยู่ในร่างสะใภ้ใหญ่บ้านหลิว เวินจื่อหนิงยังคงเป็นเวินจื่อหนิง สิ่งที่เธอพูดว่าจะไม่ทำอาหารให้คนที่ไม่ช่วยกันก็คือไม่ทำจริง ๆ และตีสี่ยังเป็นเวลาที่ทุกคนในบ้านหลิวต้องตื่น ใครไม่ช่วยก็แค่ไม่ได้กินเท่านั้น
หลิวซือเหยียนอ้าปากหาวก่อนเขี่ยถ่านในเตาด้วยความเกียจคร้าน “ทำไมแม่ต้องให้ฉันมาทำอาหารด้วย ปกติสาย ๆ ถึงได้ออกไปทำงาน เหนื่อยก็เหนื่อย ชีวิตไม่เคยได้รับความบัดซบขนาดนี้มาก่อน!”
“บัดซบเหรอ? แค่ให้มาช่วยทำอาหารมื้อเช้าคิดว่าบัดซบ ถ้าหล่อนแต่งงานออกจากบ้านไป หลังแต่งงานสภาพคงหนักกว่านี้อีก ซือเหยา ซือเหยียน โต ๆ กันแล้ว”
ซูหัวรีบพยักหน้าและหันไปบอกกับหลิวซือเหยียน “ใช่แล้วน้องสาวรอง”
หลิวซือเหยาที่อยู่นอกห้องครัวกลอกตามองบน หล่อนกำลังหั่นผักปากเอ่ยบ่นไปด้วย “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะบังคับพวกเราเลย ตั้งแต่พี่สะใภ้ใหญ่แท้งครั้งที่สามก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนคนก่อน”
เฝิงหรานที่ล้างผักอยู่ข้างกับน้องสาวสามีข้างนอกห้องครัวรีบเอ่ย “น้องสาวใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่โมโหร้ายมาก ถ้าไม่รีบจัดการหล่อน พวกเราก็ต้องตื่นเช้ามาทำงานบ้านแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นะ”
“ฉันให้ช่วยทำอาหารก็แล้วไป ยังนินทาคนอื่นอยู่ได้!”
คนที่นั่งทำอาหารในครัวส่งมอบตะหลิวให้กับน้องสะใภ้ ส่วนตัวเองเดินออกมาข้างนอกมองดูน้องสะใภ้กับน้องสาวสามีกำลังนินทาตัวเองอยู่
เฝิงหราน หลิวซือเหยาสะดุ้ง ก่อนหันมาหาสะใภ้ใหญ่ของบ้าน สายตาของพวกหล่อนจ้องไม้เรียวในมือเวินจื่อหนิงที่ไม่เคยวาง
“พี่สะใภ้ใหญ่โมโหทำไมเนี่ย” หลิวซือเหยาหน้างอ
“ถ้าขยันทำงานบ้านเหมือนขยันนินทาคน ฉันคงไม่ต้องเหนื่อยใจ”
เวินจื่อหนิงหยิบเอาผักที่ถูกล้างและหั่นเรียบร้อยเข้าไปในครัว ผู้หญิงสองคนที่ยืนนินทาพี่สะใภ้ต่างสบตากันก่อนแยกย้ายกันไป เพราะเวินจื่อหนิงแบ่งงานให้ทุกคนทำ ใครทำเสร็จแล้วก็ไปทำธุระเรื่องของตัวเอง
ตึง!
หลิวสวี่เซียวกำลังนั่งนวดแขนที่หาบน้ำใส่โอ่งเพิ่งเสร็จหันมามองภรรยา “โมโหอะไรถึงมาลงที่ผิม พี่สะใภ้ช่วงนี้อารมณ์ไม่มั่นคง คุณก็อย่าวุ่นวาย แทนที่จะโมโหเอาเวลามานวดแขนให้ผมดีกว่า”
“พี่สะใภ้ พี่สะใภ้ ใช่สิ ฉันเป็นสะใภ้รองไม่ใช่สะใภ้ใหญ่ของบ้าน บ้านของคุณก็เอาแต่เข้าข้างหล่อน ไม่เหมือนฉันเป็นสะใภ้รอง ฐานะต่ำกว่าพี่สะใภ้ใหญ่ แถมสะใภ้สามก็ถูกแม่สามีดันหลังอีก” เฝิงหรานโมโห ใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“...”
“ฉันกำลังตั้งท้องลูกชายให้คุณ หลานชายคนโตของบ้าน พ่อแม่สามีไม่เอาใจใส่ แถมยังบอกให้เชื่อฟังพี่สะใภ้ ชีวิตนี้อัปยศจริง ๆ”
หลิวสวี่เซียวมองแขนที่มีรอยไม้เรียวของตัวเองอย่างโมโห “จะให้ผมทำยังไง! พี่สะใภ้ใหญ่ไม่รู้ผีเข้าอะไร ขนาดผมขู่พี่สะใภ้ยังไม่กลัว แถมยังตีผมอีก ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไปมีแรงเหมือนวัว ทั้งที่แต่ก่อนสู้ใครไม่ได้เลย”
“พูดถึงเรื่องนี้ก็น่าแปลก พี่สะใภ้ใหญ่เด็ดขาดกว่าเมื่อก่อนมาก” เฝิงหรานพึมพำ
เพราะเวินจื่อหนิงไม่ยอมทำมื้อเช้า ซูหัวถูกพี่สะใภ้บังคับ ทำให้เฝิงหรานถูกแม่สามีบังคับให้ตื่นมาทำอาหารเช้า ไป ๆ มา ๆ พี่น้องบ้านหลิวต่างต้องช่วยกันทำงานบ้านตอนเช้าและตอนเย็น ทำให้พ่อแม่หลิวไม่ต้องมาทำงานบ้านแต่ถึงอย่างนั้นพอถึงเวลาก็ตื่นอยู่ดี
“ฉันอยากหัวเราะจริง ๆ พี่สะใภ้รองมัวแต่เอาเปรียบพวกเรามาตลอด ปากก็อ้างว่าท้องลูกชาย ไม่สะดวกทำนั่นทำนี่ แต่พอพี่สะใภ้ใหญ่กุมอำนาจของบ้านหล่อนก็สู้ไม่ได้” ซูหัวคุยกับสามี
หลิวสวี่ซุนถอนหายใจ “พวกเราทำตัวเงียบ ๆ ในบ้านก็พอ พี่สะใภ้ใหญ่มอบหมายงานให้ทุกอย่างอย่างเท่าเทียม แบบนี้พวกเราก็ไม่ถูกเอาเปรียบ น้องสาวใหญ่ น้องสาวรองจะแต่งงานออกไปแล้วควรเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง คุณก็แค่ดูแลตัวเองมีลูกชายให้ผมก็พอ”
“คุณพูดถูก”
นิสัยคนทั้งบ้านเป็นคนยังไงหลิวสวี่ซุนย่อมรู้ดี พ่อแม่ของเขามีนิสัยร้ายกาจขนาดไหนและข่มสะใภ้ทุกคน แต่ครั้งนี้กลับสู้สะใภ้ใหญ่ไม่ได้ แถมยังเอาน้องสาวที่ค่อนข้างเอาแต่ใจสองคนอยู่หมัดเขาก็ไม่มีอะไรที่ต้องเข้าไปวุ่นวาย
เรื่องในบ้านอย่าเข้าไปวุ่นวาย และอาศัยตามแรงลมไปก็พอ ซูหัวเป็นสะใภ้สามถ้ามีปากเสียงจะโดนพี่สะใภ้โขกสับและเป็นสะใภ้เล็ก ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็ปล่อยให้คนอื่นมีเรื่องกันไป
บ้านรอง บ้านสาม ต่างมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง พอ ๆ กับลูกสาวคนเล็กของบ้านหลิวทั้งสองคน พวกหล่อนรีบเดินไปหาพ่อแม่พร้อมกับบ่นพี่สะใภ้ใหญ่
หลิวซือเหยานั่งลงข้างแม่หลิวพร้อมกับกอดแขนแม่เอาไว้ "แม่ต้องรีบจัดการพี่สะใภ้ใหญ่นะ หล่อนเอาแต่ใจเกินไปแล้ว วัน ๆ บังคับให้ทุกคนมาทำงานบ้าน”
“ใช่ แต่ก่อนฉันกับพี่สาวเคยได้รับความอัปยศเช่นนี้ที่ไหนกัน พ่อแม่เคยบอกว่าอยู่บ้านตัวเองทำตัวสบายได้ หลังแต่งงานจึงค่อยทำงานหนัก แล้วนี่อะไร”
พ่อหลิวยกมือขึ้นนวดขมับ “เฮ้อ สะใภ้ใหญ่เอาแต่ใจจริง ๆ”
“แต่เพราะสะใภ้ใหญ่ทำให้ช่วงนี้พวกเราไม่ต้องฟังสะใภ้รองกับสะใภ้สามบ่น ไม่ต้องเข้าข้างใคร แถมทุกคนช่วยกันทำงานบ้าน ฉันก็ไม่วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน” แม่หลิวนึกถึงผลที่ตามมา
คนในบ้านเยอะ ปัญหาก็เยอะตามมาเช่นกัน ยิ่งแต่งสะใภ้เข้าบ้านแต่ละบ้านยิ่งมีปัญหา บ้านหลิวเองมีปัญหาทุกวัน แต่หลังจากสะใภ้ใหญ่ลุกมาคุมอำนาจในบ้านทุกคนล้วนมีปัญหาน้อยลง ทำให้แม่หลิวยอมปล่อยสะใภ้ใหญ่กุมอำนาจ
“แม่”
แม่หลิวเอ่ย “แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ทำเกินไป แม่สามีอย่างฉันยังทำอะไรหล่อนไม่ได้เลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้หล่อนเชื่อฟังแม่สามี ไม่เคยบ่นหรือมีปัญหาเลย”
“หล่อนต้องโกรธที่ตัวเองแท้งลูกแน่”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา” หลิวซือเหยียนถามด้วยความไม่เข้าใจ “ปกติสะใภ้ในบ้านทุกคนล้วนต้องทำงานบ้าน แต่พี่สะใภ้รับงานของพี่สะใภ้คนอื่นไปทำจนแท้งเอง”
“ไม่ต้องพูดแล้ว” พ่อหลิวโบกมือ สีหน้าของเขามืดครึ้ม บอกภรรยาว่า “พรุ่งนี้ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ติดต่อหาเจ้าใหญ่ บอกเขาให้กลับมาจัดการภรรยาของเขาซะ”
“เข้าใจแล้ว”
“พวกฉันยังต้องทำงานบ้านอีกนานแค่ไหน” หลิวซือเหยาเอ่ยถาม
แม่หลิวขมวดคิ้วก่อนบอกลูกสาว “ช่วงนี้ตามใจหล่อนไปก็แล้วกัน ถ้าไม่เชื่อฟังก็ทนถูกตีไป ยังไงพี่สะใภ้ใหญ่ของพวกลูกคงไม่ทำถึงตายหรอก”
“แม่”
“ไปเถอะ จะได้ไปทำงานแล้ว”
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเปลี่ยนชุดและออกไปทำงานที่แปลงนาพร้อมกัน ทุกคนล้วนมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป และรีบทำเวลา
ซูหัวเดินข้างเวินจื่อหนิงหล่อนบอกว่า “พี่สะใภ้เก่งจริง ๆ พี่สะใภ้รองไม่กล้าเอาเปรียบพวกเราเหมือนแต่ก่อนแล้ว”
เวินจื่อหนิงกลอกตามองบน “ไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉัน”
“ก็ได้ ๆ”
