บทที่ 6 เด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์ (2)
เพียงแค่เดินออกมายังไม่ถึงครึ่งทาง ซุนเล่อหันไปบอกพี่สาว “เดินไม่ไหวแล้ว จื่อหร่วนอุ้มฉันด้วย”
“หล่อนคือพี่สาวของลูก ต่อจากนี้ต้องเรียกพี่สาม ถ้าเหนื่อยต้องนั่งพักไม่ใช่ให้พี่สาวอุ้ม ลูกตัวใหญ่กว่าพี่สาวอีก”
จ้าวอี้เฟยไม่ได้พูดเล่น ตัวของซุนเล่อเรียกได้ว่าอวบ ส่วนซุนจื่อหร่วนหล่อนผอมมาก อายุห่างกัน 5 ปี แต่ตัวเท่ากัน ถ้าเป็นเมื่อก่อนจ้าวอี้เฟยคงให้ลูกเลี้ยงอุ้มลูกชาย
ทั้งสามนั่งพักเป็นระยะจนเข้าไปถึงตัวอำเภอ ผู้คนไม่ได้พลุกพล่าน ส่วนหนึ่งคือช่วงกลางวันคนทำงาน และไม่มีใครต้องการใช้เงิน อีกไม่กี่เดือนจะเข้าฤดูหนาวต้องประหยัดเอาไว้
ร้านอุปกรณ์การเรียนนอำเภอมีเพียงร้านเดียว เป็นร้านค้าของรัฐบาลไม่สามารถค้าขายตามใจได้ จ้าวอี้เฟยก้าวเข้าไปในร้าน มีพนักงานขายเดินออกมาแนะนำ
“ลูกชายของเธอจะเข้าโรงเรียนเหรอ ฉันแนะนำปากกาตัวนี้ ทุกคนในโรงเรียนล้วนใช้ปากกาที่ฉันแนะนำทั้งนั้น” หญิงสาวในชุดเรียบร้อยเอ่ยแนะนำ พร้อมยื่นปากกาที่นักเรียนทุกคนต้องซื้อมาให้
“ลูกสาวของฉันเป็นคนเรียนหนังสือ อะไรที่เหมาะกับเด็กผู้หญิงแนะนำให้หล่อนด้วย” จ้าวอี้เฟยเลือกชี้นิ้วไปหาซุนจื่อหร่วนแทน
พนักงานขายเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ใบหน้าของหล่อนมีแต่ความดูถูก “จะส่งเด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์เรียนหนังสือเหรอ? ส่งเด็กผู้ชายตรงหน้าไม่ดีกว่าหรือไง”
คำว่า เด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์ มันทำให้ซุนจื่อหร่วนก้มหน้าลง
จ้าวอี้เฟยหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความโกรธ “เป็นแค่พนักงานขายมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกลูกค้า ไม่ว่าฉันจะส่งใครเรียนหรือซื้อให้ใคร เธอไม่ใช่คนตัดสินใจ”
ลำพังแค่คนในตระกูลซุนเธอก็ปวดหัวมากพอแล้ว ยังมีคนนอกมาหนักหัวแทนแบบนี้ใครจะยอม
พนักงานขายหน้าถอดสี ไม่คิดว่าลูกค้าจะใส่ใจเด็กผู้หญิง “ขอโทษค่ะ”
จ้าวอี้เฟยดันหลังซุนจื่อหร่วน “เลือกเอาสิ่งที่ลูกอยากได้ เอาไปฝากพี่สาวทั้งสองของลูกด้วย หลังจากนี้แม่จะสอนพวกเขาเรียนหนังสือเอง ลูกต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนด้วย”
“ค่ะ”
ซุนจื่อหร่วนเป็นเด็กผู้หญิงที่ว่าง่ายมาก หล่อนเลือกสิ่งของราคาถูกมากกว่าความสวยงาน พอจ้าวอี้เฟยดูแล้วมันสมราคาถึงยอมจ่ายเงิน
“ทั้งหมด 6 หยวน”
หลังจ่ายเงินจ้าวอี้เฟยพาสองพี่น้องไปสหกรณ์ประจำอำเภอเพื่อซื้อของ นาน ๆ เข้าอำเภอและคิดว่าคงไม่ได้มาบ่อย จ้าวอี้เฟยอยากซื้ออะไรไปบำรุงร่างกายเด็กสองคนนี้ ส่วนสามคนที่ทำงานคงต้องหาทางอีกที
“พี่สาว นมผงพวกนี้แพงมากนะ ลูกชายของพี่อายุเท่าไรแล้ว”
“7 ขวบ”
“ฮะ!” พนักงานในสหกรณ์ตาโต เอ่ยแนะนำด้วยความใจเย็น “น้องชายอายุ 7 ขวบแล้ว ทำไมยังต้องให้กินนมผงอยู่เลย แบบนี้สิ้นเปลืองนะคะ”
จ้าวอี้เฟยเข้าใจในความหวังดี แต่ว่าตอนนี้เธอหานมสดไม่ได้ กินนมผงก็ไม่ได้แย่ อย่างน้อยช่วยเพิ่มน้ำหนักเหล่าลูกสาว
“ฉันจะซื้อไปทำอะไรไม่ต้องสนใจหรอก”
ซุนเล่อสงสัย “แม่จะให้ผมกินนมผงพวกนี้เหรอครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”
“แม่ซื้อไปย่อมต้องให้พวกลูกดื่มอยู่แล้ว” จ้าวอี้เฟยตอบลูกชาย พลางส่งของให้ลูกเลี้ยงถือ “จื่อหร่วนอยากซื้ออะไรไหม”
“ไม่มีค่ะ”
ปากลูกเลี้ยงบอกไม่มีแต่ถึงอย่างนั้นจ้าวอี้เฟย เลือกซื้อขนมหลายอย่าง ทั้งลูกอม ขนมหวาน น้ำตาลทรายแดง และถั่วเขียว ทั้งหมดวันนี้รวมอุปกรณ์การเรียน จ้าวอี้เฟยจ่ายไปทั้งหมด 20 หยวน
“ตระกูลซุนของฉันนี่ดีจริง ๆ บ้านสามแทบไม่ได้ทำอะไร สะใภ้สามออกไปผลาญเงินเล่นอีกแล้ว” แม่ซุนกลับเข้าบ้านเพราะปวดหัว ดันเห็นสามแม่ลูกที่มีข้าวของเต็มมือกลับบ้าน
จ้าวอี้เฟยตอบอีกฝ่ายนิ่ง ๆ “เงินกองกลางของบ้านแม่แบ่งให้แต่ละครอบครัวแล้ว ย่อมกลายเป็นเงินส่วนตัว ฉันไม่ได้ใช้เงินของพวกคุณสักหน่อย”
“คิดจะส่งจื่อหร่วนเรียนหนังสือจริงเหรอ” แม่ซุนขมวดคิ้วมองหนังสือและกระดาษที่สีเริ่มเหลือง
“ใช่”
“ไม่ได้นะ!”
บ้านตระกูลซุนถือว่าไม่ได้ลำบาก ตอนนี้คนเรียนหนังสือสองคน ซุนจินอี้จากบ้านใหญ่ ซุนเจาจากบ้านรอง และกำลังจะมีซุนอันจากบ้านรองเร็ว ๆ นี้ แต่หากเรียนเพิ่มอีกคนต้องขัดสนเป็นแน่
จ้าวอี้เฟยมองแม่สามีและพี่สะใภ้ทั้งสองด้วยความเฉยชา “ถ้าไม่ให้จื่อหร่วนเรียนหนังสือ ฉันก็จะทำให้ซุนอันเรียนหนังสือไม่ได้เหมือนกัน”
“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน” โจวถิงเอ่ยขึ้นมา “อยากให้ลูกสาวบ้านสามเรียนหนังสือก็รอแยกครอบครัว”
“อยากแยกเหรอ?” สำหรับจ้าวอี้เฟยคิดว่าการแยกบ้านเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบ้านสามเลยต่างหาก “พ่อแม่เห็นด้วยกับพี่สะใภ้รองเหรอ”
แม่ซุนรีบโบกมือ และออกความคิดเห็น “พูดถึงเรื่องแยกบ้านกันทำไม แต่จื่อหร่วนเป็นเด็กผู้หญิง ถ้าซุนเล่อคงคิดอีกที”
“เฮอะ”
จ้าวอี้เฟยไม่ได้พูดอะไรต่อพาเด็กทั้งสองคนเดินอ้อมไปหลังบ้านเพื่อกลับห้อง ข้าวของหลายอย่างที่ซื้อมาถูกแยกออก
“จื่อหร่วน เอาขนมพวกนี้ไปเก็บไว้ในห้อง” หลังแบ่งให้ลูกชาย จ้าวอี้เฟยนำไปให้ลูกสาวทั้งสามคนหมด แม้ไม่เยอะแต่เด็กเหล่านี้ไม่เคยกิน
“ขอบคุณค่ะ”
ซุนจื่อหร่วนสัมผัสได้ว่าแม่เลี้ยงของหล่อนเปลี่ยนไปมาก พอรับขนมถึงได้วิ่งเอาไปเก็บในห้อง ไม่กล้ากินก่อนพี่สาวอีกด้วย
