บทที่ 5 เด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์ (1)
เมื่อคืนพ่อแม่ซุนตัดสินใจเอ่ยตัดบทเพื่อไม่ให้จ้าวอี้เฟยได้เรียกร้องอะไร หลังกินข้าวอิ่มทุกครอบครัวต่างแยกย้ายไปตามห้องนอนของตัวเอง จ้าวอี้เฟยหลังอาบน้ำจึงนอนหลับพักผ่อน
(คะแนนสะสม 5 แต้ม)
เลื่อนดูสิ่งของในระบบยังไม่มีอะไรแรกของรางวัลได้ ไม่สิ แลกได้เพียงไข่ไก่ฟองเดียวซึ่งมันไม่คุ้ม หลังตื่นมาล้างหน้าพร้อมกินข้าวที่ซุนจื่อหร่วนเก็บเอาไว้ให้ ถึงได้ดูภารกิจที่ต้องทำในวันนี้
(ภารกิจสอนหนังสือ : คะแนนสะสม 5 แต้ม )
(ภารกิจทำอาหาร : คะแนนสะสม 1 แต้ม )
(ภารกิจให้อาหารสัตว์ : คะแนนสะสม 2 แต้ม )
“ยังไม่มีกระดาษเลย”
ได้แต่บ่นพร้อมกับดูเงินเก็บของบ้าน มันแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนของบ้านสามที่ได้รับมาจากกองกลางของบ้าน มีทั้งหมด 35 หยวน อีกส่วนคือของจ้าวอี้เฟยทั้งเงินสินสอดที่เคยได้รับจากสามี 100 หยวน และสินเดิมจากบ้านตระกูลจ้าวเป็นจำนวนเงิน 250 หยวน รวมแล้วตอนนี้มีเงิน 385 หยวน
“จ้าวอี้เฟยคนนี้มีเงินเก็บเยอะกว่าที่คิด คูปองอีกหลายปึก ถ้าซื้อเนื้อกินทุกวันก็สามารถซื้อได้เป็นปี พ่อแม่ตระกูลจ้าวก่อนตายยังคิดเผื่อลูกสาว”
คนในชนบทแบบนี้จะไปหาเอาคูปองมากจากไหน ปกติได้รับจากรัฐบาลมีจำกัดต่อคน และแม่ซุนไม่เคยแบ่งให้ นอกจากพ่อแม่จ้าวแล้วจะมีใครรักจ้าวอี้เฟยได้ขนาดนี้อีก
“ของพวกนี้ยังดีว่าจ้าวอี้เฟยฉลาด ไม่ส่งมอบให้แม่สามี”
หลังจากดูเงินในกล่องเหล็ก จ้าวอี้เฟยรีบใช้เศษผ้าเย็บเป็นกระเป๋าเล็ก ๆ บริเวณอกด้านในเสื้อทันที เงินทั้งหมดของบ้านถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่
คูปองบางส่วนแบ่งมาเก็บใส่กระเป๋าด้านในเสื้อ บางส่วนเก็บและซ่อนไว้ที่เดิม ป้องกันคนมาขโมย หลังจากเปลี่ยนชุดจ้าวอี้เฟยถึงยอมออกมาจากห้อง เห็นซุนจื่อหร่วนกำลังเลี้ยงซุนเล่อหน้าหิอง เขาไม่กล้าไปเล่นกับพี่ชายจริง ๆ
“จื่อหร่วน พาน้องชายของลูกไปเปลี่ยนชุด แม่จะพาเข้าอำเภอ”
“...”
ซุนจื่อหร่วนยืนอึ้งเมื่อแม่เลี้ยงแทนตัวเองว่าแม่ลูกกับหล่อน ตั้งแต่แม่เลี้ยงแต่งงานเข้าบ้าน จ้าวอี้เฟยประกาศว่าห้ามสามพี่น้องเรียกตัวเองว่าแม่ ไม่ยอมรับพวกหล่อนเป็นลูก
แต่พอเห็นสายตากดดันถึงได้บอก “ค่ะ”
หน้าบ้านตระกูลซุนสะใภ้ทั้งสองคนกำลังช่วยกันถอนหญ้าเอาไปเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู พอเห็นสามแม่ลูกบ้านสามแต่งตัวดูดี จึงอดค่อนแขวะไม่ได้
“ดูสภาพพวกเธอสิ เมื่อคืนยังสร้างปัญหาให้ แทนที่จะไปทำงานเก็บแต้มช่วยคนอื่น วันนี้กลับวิ่งแจ้นเข้าอำเภอ”
“พี่สะใภ้รองดูมีปัญหากับฉันมากนะคะ ว่าง ๆ ลองไปหาหมอในอำเภอดูไหม ไปตอนนี้ก็ได้ฉันอยากรู้ว่าในหัวพี่สะใภ้รองมีเรื่องอะไรอยู่” จ้าวอี้เฟยตอบโต้ด้วยความรำคาญ
เป่าหนานหรี่ตามองพลางใช้ความอาวุโสสั่งสอน “ไหนบอกอยากส่งจื่อหร่วนไปเรียนไม่ใช่เหรอ เธอควรไปช่วยคนอื่นในบ้านทำงานเก็บแต้ม ไม่ใช่หนีไปใช้เงินครอบครัว”
“ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ไปช่วยลูกชาย ลูกสะใภ้ ลูกสาวของพี่ทำงานเก็บแต้มบ้าง ลูกโตหมดทุกคนแล้วไม่ต้องยุ่งยากเหมือนฉันที่ยังต้องดูแลซุนเล่อ”
พี่ใหญ่ซุนทำงานเป็นทหาร พี่รองซุนเป็นคนงานเหมืองถ่านหิน ซุนเจิ้งเป็นเกษตรกร ไม่ว่าตำแหน่งไหนพวกเขามีรายได้ไม่ต่างกัน อีกทั้งสองสาวบ้านสามทำงานขั้นต่ำได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 7 แต้ม ทุกวัน เทียบเท่าลูกชาย ลูกสาว และลูกสะใภ้จากบ้านใหญ่ บ้านรอง
“สะใภ้สามปากคอเราะร้ายมาก” ลับหลังน้องสะใภ้ โจวถิงเอ่ยกับสะใภ้ใหญ่ของบ้าน
เป่าหนานสีหน้าไม่ค่อยดี “แต่ก่อนหล่อนกล้ามีปากเสียงยังไม่เท่าตอนนี้ คงไม่ใช่ว่าต้องส่งเด็กผู้หญิงบ้านสามเรียนหนังสือจริง ๆ หรอกใช่ไหม”
“เด็กผู้ชายบ้านใหญ่ บ้านรองก็มี จะกังวลอะไร”
สองสะใภ้ตระกูลซุนกำลังถกเถียงแต่สะใภ้เล็กของบ้านก่อนเข้าอำเภอกลับเดินไปยังบ้านตระกูลจ้าว แต่ก่อนมันคือบ้านเดิมของจ้าวอี้เฟย พ่อแม่เสียชีวิตไม่มีลูกชายมันกลายเป็นเธอ
“แม่พาฉันกับน้องชายมาทำอะไรที่นี่คะ”
บ้านตระกูลจ้าวมีสามห้องนอนแต่ว่าเป็นห้องนอนใหญ่ บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างขึ้นมาไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ และจ้าวอี้เฟยพร้อมพ่อแม่ไม่ใช่คนที่นี่ ทั้งสามย้ายมาจากที่อื่น พวกเขาถึงไม่รู้ว่าจ้าวอี้เฟยมีเงินเท่าไร แต่พอเดาฐานะได้
จ้าวอี้เฟยเอื้อมมือหยิบที่หนีบผมบนศีรษะของเธอ มันคือกุญแจเปิดบ้านตระกูลจ้าว ตอนนี้เหลือเพียงดอกเดียวเท่านั้น
การเปิดบ้านในรอบหลายปีทำให้จ้าวอี้เฟยต้องปิดจมูก ฝุ่นคละคุ้งไปทั่วบ้านสองพี่น้องสำลัก “พาน้องชายของลูกออกไปข้างนอกบ้าน”
ข้างในทุกอย่างยังเหมือนเดิมและหลังแต่งงานจ้าวอี้เฟยไม่เคยกลับมาดูบ้านเลย แม้ว่าบ้านตระกูลซุนกับที่นี่ห่างกันไม่ถึงห้านาที
“บ้านนี้ดีกว่าห้องนอนสองห้องนั้นเยอะ”
แต่ว่าบ้านตระกูลซุนไม่ได้แยกครอบครัว หากต้องการย้ายออกมาอยู่บ้านตระกูลจ้าว จำเป็นต้องแยกครอบครัวก่อน ซึ่งค่อยว่ากันทีหลัง จ้าวอี้เฟยยังอยากใช้เงินตระกูลซุนให้คุ้ม
ในห้องนอนของจ้าวอี้เฟยมีตู้เก็บของแม้ข้างนอกดูแย่แต่ข้างในดูดีมาก แผ่นกระดาษหลายแผ่น สมุด และหนังสือหลายเล่มยังอยู่ดี
จ้าวอี้เฟยยังไม่ได้นำกลับบ้านทันที เธอนำมาวางไว้หน้าประตู เอาไว้กลับมาจากอำเภอค่อนพาเด็กทั้งสองคนมาขนกลับบ้าน
