บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เรียกร้องความเท่าเทียม (1)

เสียงตวาดเรียกสติของจ้าวอี้เฟยทำให้พ่อลูกทั้งห้าคนสะดุ้ง ไม่เว้นแม้แต่ซุนเล่อที่ไม่เคยถูกแม่ตะคอก เขารีบเดินมาหาแม่พร้อมเอ่ยฟ้องหลังถูกป้าสะใภ้ตี

“แม่! ป้าสะใภ้รองตีผม เจ็บไปหมดเลยครับ” เขายื่นแขนบริเวณถูกตีมาให้แม่ดู

จ้าวอี้เฟยมองเขานิ่ง ๆ หันไปบอกซุนจื่อหร่วน “ไปเอาไม้เรียวมา”

“...”

“ไม่ได้ยินคำสั่งของฉันเหรอ!”

พอถูกตวาดอีกรอบซุนจื่อหร่วนถึงได้สติ รีบไปหยิบเอาไม้เรียวในห้องนอนของพ่อกับแม่เลี้ยงออกมา หล่อนถูกตีทุกวันจึงรู้ว่าเก็บไว้ที่ไหน หลังยื่นให้แม่เลี้ยงจึงหลับตารอความเจ็บเหมือนแต่ก่อน

แต่ว่า...

“โอ้ย! ฮึก”

คนที่ได้รับความเจ็บจากไม้เรียวคือซุนเล่อ จ้าวอี้เฟยไม่เคยตีลูกชายของตัวเอง ต่อให้หงุดหงิดแค่ไหนจะตีเพียงซุนจื่อหร่วน

ซุนเจิ้งตะลึงรีบเข้ามาห้าม “อี้เฟยทำอะไรน่ะ? ซุนเล่อเขาเล่นซนจนถูกพี่สะใภ้ตีมาแล้ว อย่าตีเขาอีกเลย ไม่ใช่ว่าแต่ก่อนคุณไม่เคยตีเขาเหรอ”

“ไม่ให้ตีเขาจะจำได้ยังไง” จ้าวอี้เฟยเอ่ยด้วยความหงุดหงิด ทิ้งไม้เรียวลงพื้น ยิ่งมองเห็นหน้าสามียิ่งอยากทุบมากกว่าเดิม “พาเขาไปให้พ้นหน้าของฉันเลยนะ!”

ซุนเจิ้งเป็นเกษตรกร ปีนี้เขาอายุ 37 ปี แม้ไม่ได้อ้วนแต่หน้าตาเขาไม่ได้ดี ใบหน้าคล้ำมาก ชาติก่อนจ้าวอี้เฟยรังเกียจชีวิตที่น่าอดสูของตัวเอง ผู้ชายในชนบทจึงกลายเป็นความรังเกียจ

หน้าห้องนอนบ้านสามไม่มีใครขยับตัว เป็นซุนเจิ้งที่เห็นภรรยาหงุดหงิด กลัวลูกชายถูกตีอีกเขาถึงได้พาซุนเล่อเดินเข้าไปในห้อง ส่วนลูกสาวทั้งสามคนรีบไปทำงานบ้านตอนเย็น

บ้านตระกูลซุนมีสามครอบครัว พวกเขาไม่ได้แยกบ้าน เงินทุกหยวนหลังทำงานคือเงินกองกลางของบ้าน อาหารต้องกินรวมกันลานหน้าบ้านตระกูลซุน สะใภ้ในบ้านไม่มีใครทำงาน พวกหล่อนให้เหตุผลว่าสามีทำงานมีเงินเดือน

ยกเว้นจ้าวอี้เฟยบอกว่าอยู่บ้านเลี้ยงลูก แต่ความจริงแล้วเป็นซุนจื่อหร่วนที่อยู่บ้านเลี้ยงน้องชายคนเดียวตลอด ส่วนคนอื่นในบ้านที่ไม่ได้เรียนหนังสือช่วยกันทำงานเก็บแต้ม ทุกสิ้นปีทุกบ้านจะได้รับส่วนแบ่งจากกองกลาง

“เย่ถาน”

ซุนเย่ถานกำลังแบกตะกร้าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วของคนในบ้านสามไปซัก ใบหน้าของหล่อนมีความฉงนแต่ถึงอย่างนั้นรีบเดินมาหาแม่เลี้ยง

“คะ?”

“พาจื่อหร่วนไปช่วยซักผ้าเถอะ”

“แต่ว่า...” ซุนเย่ถานลังเล “ไม่ให้หล่อนช่วยดูแลน้องชายเหรอคะ”

“บอกให้เขาไปช่วยพ่อของเขาหาบน้ำใส่โอ่ง ถ้าเขาไม่ทำเย็นนี้ไม่ต้องกินข้าว”

“คุณอาคะ ซุนเล่อยังเด็กอยู่ ฉันกับจื่อหร่วนซักผ้าเสร็จจะช่วยคุณพ่อหาบน้ำเองค่ะ” ซุนเย่ถานรีบบอก ไม่ใช่แม่เลี้ยงบอกเหรอว่าน้องชายยังเด็กอยู่

จ้าวอี้เฟยถอนหายใจให้กับคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่ง เด็กในยุคนี้หากเป็นผู้ชายเริ่มช่วยคนในบ้านทำงานตั้งแต่ 5 ขวบ

“เด็กผู้ชายบ้านอื่นทำได้ น้องชายของเธอต้องทำได้เหมือนกัน ถ้าไม่ให้เขาทำหลังจากนี้พวกเธอจะเป็นคนใช้เขา”

“ค่ะ”

สองพ่อลูกออกไปหาบน้ำใส่โอ่งในบ้าน ซุนเย่ถาน ซุนจื่อหร่วนไปซักผ้าในแม่น้ำ ซุนม่านถิงไปช่วยคนอื่นทำกับข้าวในครัว ส่วนจ้าวอี้เฟยเป็นคนเดียวในบ้านที่ว่าง และไม่ยอมไปช่วยคนอื่นทำงานเดินเข้าห้องนอน

รีบปิดประตูพร้อมทั้งสัมผัสข้อมือเบา ๆ เพื่อดูภารกิจ “ภารกิจแรกคือปกป้องลูกสาวจากคำพูดคนอื่น? คำพูดของคนในบ้านสินะ รางวัลรับคะแนนสะสมจำนวน 5 แต้ม”

คะแนนสะสมสามารถแลกรางวัลในระบบได้เท่ากับคะแนนทำงานในหมู่บ้าน หากจ้าวอี้เฟยอยากได้คะแนนต้องทำภารกิจให้เรียบร้อย

คะแนนในระบบต่างกับคะแนนสะสมในหมู่บ้านเล็กน้อย คะแนนทำงานสามีจะแลกได้ทุกสิ้นปี ส่วนของจ้าวอี้เฟยสามารถแลกได้ตลอด แต่ว่าคะแนนสะสมต้องมีให้แลก

(ภารกิจปกป้องลูกสาว : คะแนนสะสม 5 แต้ม )

(ภารกิจทำอาหาร : คะแนนสะสม 1 แต้ม )

(ภารกิจให้อาหารสัตว์ : คะแนนสะสม 2 แต้ม )

นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกหลายภารกิจให้ทำ ซึ่งจ้าวอี้เฟยคิดว่าทุกวันจะมีภารกิจหลักให้ทำ คะแนนสะสมมากกว่า 5 แต้มขึ้นไป ภารกิจอื่นจะมีคะแนน 1-2 แต้ม

“คุณหนูตระกูลอี้อะไร อี้เฟยลูกสาวแม่บ้านชนบทอะไร จ้าวอี้เฟยผู้หญิงที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีอะไร นี่ฉันต้องทำภารกิจพวกนี้จริง ๆ เหรอ ให้ตายสิ ชีวิตใหม่ลำบากอะไรขนาดนี้” จ้าวอี้เฟยพึมพำกับตัวเอง ถึงเคยเริ่มต้นชีวิตใหม่มาก่อน มันนำมาเทียบตอนนี้ไม่ได้เลย

“อี้เฟย”

ใบหน้าของจ้าวอี้เฟยหันไปมองประตูเมื่อสามีมาเคาะเรียก เธอรีบเก็บระบบให้เรียบร้อยก่อนเปิดประตูออกไป ซุนเล่อยืนซ่อนตัวข้างหลังพ่อของเขา ไม่กล้าเข้าใกล้แม่

“ซุนเล่อไม่เคยหาบน้ำมาก่อน เขาลื่นล้มมือเป็นแผลหมดแล้ว”

จ้าวอี้เฟยปรายตามองลูกชาย “ยังกล้าขัดคำสั่งของแม่อยู่อีกไหม”

“...” เด็กชายไม่ตอบและเลือกที่จะเงียบ

“ฮึ” จ้าวอี้เฟยแค่นเสียงขึ้นจมูก “คำพูดของฉันในเมื่อเขาไม่ฟัง ต่อจากนี้หากเขาร้องไห้ฉันจะตีเขาให้เจ็บ จนกว่าจะเชื่อฟัง”

“อี้เฟย” ซุนเจิ้งเอ่ยเรียกชื่อภรรยาอีกครั้ง “ปกติเธอไม่เคยตีเขา”

“ใช่ เพราะแบบนั้นเขาถึงได้ขัดคำสั่งของฉันยังไงคะ ทุกครั้งที่เล่นกับพี่ชายในบ้านเขาร้องไห้ตลอด ในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ต้องโดนตี”

ซุนเล่อเถียงแม่ “ผู้ชายเล่นกันแรง ๆ อยู่แล้ว แม่เป็นอะไรไป”

“แล้วร้องไห้ทำไม”

น้ำเสียงเย็นชาจากผู้เป็นแม่ทำให้เขาสะดุ้ง ซุนเล่อไม่เคยโดนแม่ดุและตีมาก่อนจึงกลัวแม่ขึ้นมา ความกล้าก่อนหน้านี้หายไปพร้อมกับเกาะชายเสื้อพ่อ

ซุนเจิ้งบอก “ถึงเวลากินข้าวแล้ว”

“อืม”

บ้านตระกูลซุนกินข้าวพร้อมกันทุกเช้าและมื้อเย็น หากไม่ยอมออกไปกินก็ต้องอดอาหาร ทุกวันตอนเย็นบ้านตระกูลซุนจะมีปากเสียงทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel