บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ระบบเชื่อมต่อ (2)

กลางเดือนสิงหาคม ปี 1975 อากาศตอนกลางวันร้อน อากาศตอนกลางคืนเย็น ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อนแต่บางครั้งมีพายุทะเลทรายจึงมีลม

ในระหว่างที่กำลังปรับสภาพอากาศ ร่างของเด็กผู้หญิงผอมแห้งคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ คิ้วเรียวของเธอขมวดเป็นปม

“คุณอา”

จ้าวอี้เฟยหน้านิ่งมองหล่อนก่อนเอ่ยถาม “มีอะไร”

ซุนจื่อหร่วนลูกสาวคนที่สามของสามีตัวสั่นไม่กล้าตอบ ปีนี้หล่อนอายุ 12 ขวบ แต่ว่าขาดสารอาหาร แตกต่างจากลูกชายของเธอที่ปีนี้อายุ 7 ขวบ แต่ว่าตัวเท่าพี่สาวแล้ว

“มัวแต่ชักช้าอยู่ได้ ไม่พูดฉันจะรู้ไหม”

คำพูดนี้เป็นสิ่งที่จ้าวอี้เฟยชอบพูดกับลูกสาวของสามี ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่และคนอย่างอี้เฟยก็ไม่ใช่คนดีด้วย คนที่ต้องสู้กับบ้านที่เลี้ยงมาหลายสิบปี ไหนจะครอบครัวแท้ที่จอมปลอมนั่นอีก

“หนู หนูเห็นน้องชายไปเล่นกับน้องชายจากบ้านรองอีกแล้วค่ะ”

คำว่าบ้านรองทำให้จ้าวอี้เฟยชะงัก สีหน้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนแต่บอกหล่อนว่า “อย่าไปสนใจเขา ถ้าคำพูดของฉันเขาไม่เชื่อฟังแล้ว”

ซุนจื่อหร่วนมีสีหน้างุนงง “ค่ะ”

บ้านตระกูลซุนในเวลานี้แบ่งออกเป็นสามครอบครัวใหญ่ พี่ใหญ่ซุนเป็นทหารเขามีลูกทั้งหมดสามคน ตอนนี้ลูกชายคนโตของเขาแต่งงานแล้ว ลูกสาวคนกลางใกล้แต่งงานเหมือนกัน ส่วนลูกชายคนเล็กเรียนมัธยมปลาย

พี่รองซุนทำงานในเหมืองถ่านหิน บ้านนี้มีลูกชายสามคน ลูกสาวคนหนึ่ง ค่อนข้างมีปากเสียงในบ้านได้เนื่องจากลูกชายเยอะ แถมห้องนอนในบ้านก็ได้ห้องใหญ่กว่าบ้านใหญ่อีก

ซุนเจิ้งหรือสามีของจ้าวอี้เฟย เขาเป็นลูกชายคนที่สามของบ้าน ไม่มีเงินเดือนเหมือนพี่น้องคนอื่น ทำงานเก็บแต้มในหมู่บ้านตลอด แถมมีเพียงลูกสาวหลังจากอดีตภรรยาของเขาเสียชีวิตตอนซุนจื่อหร่วนหนึ่งเดือน

ตอนสร้างห้องนอนเขายังไม่ได้แต่งงานใหม่ มีเพียงลูกสาวสามคนและยังถูกพ่อแม่สร้างห้องนอกเขตลานบ้านตระกูลซุนไว้ติดกับห้องนอนของพ่อแม่อีกด้วย

ในขณะที่บ้านใหญ่ได้ห้องนอนไป 4 ห้อง บ้านรองได้ห้องนอนไป 4 ห้องเหมือนกัน ต่างกันตรงที่บ้านรองมีห้องใหญ่กว่า

ในบ้านตระกูลซุนมีทั้งหมด 10 ห้องนอน สองห้องที่เหลือคือห้องของพ่อแม่ พวกเขาไม่ยอมให้ซุนเจิ้งได้สักห้องนอน แถมยังสร้างห้องให้ใหม่เพียงสองห้องนอกเขตลานบ้าน ทั้ง ๆ ที่สมาชิกในบ้านเท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้นเด็กสาวทั้งสามคนก็โตแล้ว

จ้าวอี้เฟยนั่งลงเก้าอี้หน้าห้องนอนของบ้านสาม ซุนจื่อหร่วนลูกเลี้ยงรีบไปตักน้ำมาให้ดื่ม สายตาของเธอจ้องหล่อนอยู่นานจนอีกฝ่ายสังเกตได้

“คุณอามีอะไรเหรอคะ”

รอยยิ้มใสซื่อพร้อมทั้งแววตาหวาดกลัวทำให้เธอถอนหายใจออกมา จ้าวอี้เฟยหรือเจ้าของร่างเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ทำให้ได้รับความตามใจและชอบความสบาย แม้ตอนนี้พ่อแม่เสียไปแล้วเธอก็ไม่ยอมทำให้ตัวเองลำบาก และการคลอดลูกชายให้บ้านสามทำให้เธอมีปากมีเสียงได้

อีกฝ่ายยอมแต่งงานเข้าบ้านพ่อม่ายที่สามารถควบคุมได้ง่าย แถมยังเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันอีก น่าเสียดายที่จ้าวอี้เฟยลืมไปว่าซุนเจิ้งกตัญญูครอบครัวแค่ไหน

เสียงร้องไห้ดังขึ้นภายในเขตลานบ้านตระกูลซุน ซุนจื่อหร่วนสะดุ้งเพราะจำได้ว่าเป็นเสียงน้องชายตัวเอง ในขณะคนเป็นแม่เลี้ยงยังดื่มน้ำอย่างสบายใจ

“นั่งลง”

ซุนจื่อหร่วนลังเล หล่อนคือน้องสาวที่อายุน้อยกว่าพี่สาวทั้งสองคน จึงถูกให้อยู่บ้านเลี้ยงน้องชาย ทุกครั้งที่เขาร้องไห้หล่อนจะถูกแม่เลี้ยงลงโทษ

“แต่ว่า...”

“ในเมื่อเขาขัดคำสั่งก็ปล่อยให้โดนตี ยังไงซุนอันไม่กล้าทำให้เขาตายหรอก” อีกไม่นานเดี๋ยวสะใภ้รองก็แยกพวกเขาเอง

สายตาเรียบเฉยของแม่เลี้ยงทำให้ซุนจื่อหร่วนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่กล้าสบตากับจ้าวอี้เฟยตรง ๆ ซึ่งเธอต้องการให้เป็นเช่นนั้น

ซุนเล่อลูกชายคนเล็กของบ้านทำให้เขาถูกคนทั้งครอบครัวตามใจ โดยเฉพาะจ้าวอี้เฟยคนเป็นแม่ สอนให้ลูกชายมองพี่สาวเป็นคนอื่น และไม่ให้เขาไปเล่นกับเหล่าพี่น้องในตระกูลซุน แต่เขายังแอบไปเล่นทุกครั้ง กลับมาบ้านร้องไห้ทุกครั้งเหมือนกัน

จ้าวอี้เฟยนั่งอยู่เก้าอี้ ซุนจื่อหร่วนนั่งอยู่กับพื้น ตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานของคนในบ้านแล้ว เสียงของซุนเล่อยังคงดังต่อเนื่อง

“สะใภ้สาม!”

เสียงตวาดดังจากทางหน้าบ้าน ซุนจื่อหร่วนเด้งตัวลุกขึ้นยืนแต่ลังเลที่จะเดินออกไป ใบหน้าของหล่อนมีความกังวล

“อยู่บ้านไม่ทำงานทำการ ดีแต่ล้างผลาญไปวัน ๆ! ลูกชายของฉันยังต้องอ่านหนังสือ ไอ้เด็กนี่ร้องไห้เหมือนใครตาย”

ตอนแรกเสียงของซุนเล่อเงียบไปแล้วก่อนจะมีเสียงตีสองครั้ง พร้อมกับซุนเล่อที่แผดร้องไห้ออกมาเสียงดังกว่าเดิม ครั้งนี้จ้าวอี้เฟยยังคงนั่งเงียบ ซุนจื่อหร่วนไม่กล้าขยับตัว

แต่ว่าไม่นานมีเสียงคนเดินมาทางหลังบ้านหรือก็คือทางห้องนอนของบ้านสาม เป็นสามพ่อลูกบ้านสามซุนกลับมาจากแปลงนา พร้อมกับซุนเจิ้งอุ้มลูกชายคนเล็กมาด้วย

“น้องสาม!” ซุนเย่ถานพี่สาวคนโตของบ้านวางอุปกรณ์ในมือลงพื้น รีบวิ่งมาดึงแขนน้องสาวพลางกระซิบถาม “คุณอาทำอะไรเธอไหม”

ซุนจื่อหร่วนส่ายหน้า “คุณอาไม่ได้ทำอะไร”

คนเป็นพ่อปล่อยลูกชายลงพื้น เขาขมวดคิ้วก่อนเอ่ยถาม “ทำไมถึงไม่ดูลูก ปล่อยให้เขาร้องไห้รบกวนบ้านใหญ่ บ้านรองทำไม”

จ้าวอี้เฟยตวัดสายตามองเขา “ลูกชายของคุณดื้อเอง ฉันบอกหลายครั้งว่าไม่ให้ไปยุ่งกับบ้านพี่ชายของคุณ เขาฟังฉันไหม”

ซุนม่านถิง ลูกสาวคนรองของสามีเอ่ยขึ้นมา “น้องชายยังเล็กอยู่ คุณอาอย่าโกรธเขาเลยนะคะ”

ไม่ใช่เพียงจ้าวอี้เฟยคนเป็นแม่ที่ให้ท้ายลูกชาย แต่เหล่าพี่สาวของเขาถูกเลี้ยงมาให้ยอมคนอื่นตลอด ไหนจะสามีที่ทำได้เพียงยอมครอบครัว พอจ้าวอี้เฟยที่ควบคุมคนในบ้านได้เข้ามาทำให้พวกเขาหวาดกลัวไปด้วย

“อย่าทำเหมือนเขาเป็นเด็ก!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel