บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 ความรู้สึก

ตอนที่ 9

เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกหัวใจเต้นแรง มือสั่นเล็กน้อย รู้สึกแปลกๆ มิอาจบรรยายได้ทำได้เพียงรีบก้มหน้าหลบนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลที่จ้องมองเขาไม่กระพริบ ขยับถอดเสื้อคลุมตัวยาวออกทำให้เห็นแผ่นอกกว้าง ผิวขาวละเอียด ช่วงท้องเป็นรอนมัดกล้าม มีส่วนเว้าไปที่หน้าท้องแบนราบลงไปเบื้องล่างที่สวมกางเกงขายาวสีขาวเนื้อบางปกปิดไว้

เซี่ยนเสี่ยวหยูรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น บนใบหน้าแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูทั้งสองข้าง

เตี่ยนชิงเอ๋อเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูถอดเสื้อคลุมตัวยาวแล้ว นางจึงนำเสื้อเนื้อบางแขนยาวสีขาวตัวใหม่ที่ถือไว้สวมให้เสิ่นกวงจวินอย่างชำนาญ ก่อนเดินไปหยิบเสื้อคลุมแขนยาวสีขาวขลิบทองมาสวมทับให้อีกตัว รัดเข็มขัด ห้อยพู่หยกสีฟ้าขาวที่เอว เป็นอันแต่งตัวเสร็จแล้ว

เสิ่นกวงจวินนั่งที่เก้าอี้มีกระจกบานใหญ่กรอบสีทองตั้งอยู่บนโต๊ะสามารถมองเห็นตัวเขาและเตียนชิงเอ๋อที่กำลังหวีผมมัดสูงใส่เกล้ากวานที่ทำจากหยกสีฟ้าขาวเหมือนพู่ห้อยที่เอว นางทำผมให้เสิ่นกวงจวินอย่างชำนาญ

“ขอบใจ” เสิ่นกวงจวินกล่าวกับเตียงชิงเอ๋อหลังจากแต่งกายทำผมเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่ชำเลืองมองเซี่ยนเสี่ยวหยูแม้แต่น้อย

เตียนชิงเอ๋อสอนเซี่ยนเสี่ยวหยูจัดเก็บที่นอนทำความสะอาดภายในห้องทุกซอกทุกมุมจนสะอาดเรียบร้อยเหมือนเมื่อก่อน

“ต่อไปก็ห้ององครักษ์อี้เฉิงกับองครักษ์เทียนฉี” เตียนชิงเอ๋อกล่าว

เตียนชิงเอ๋อพาเซี่ยนเสี่ยวหยูเดินไปที่จวนขององครักษ์อี้เฉิงที่อยู่ไม่ไกล เดินมาจนถึงหน้าห้องนอนขององครักษ์อี้เฉิง

“พี่ไปทำห้ององครักษ์เทียนฉีเถอะ ข้าทำที่นี่คนเดียวก็ได้” เซี่ยนเสี่ยวหยูบอก

‘แยกกันทำจะได้เสร็จไวๆ จะได้มีเวลาเป็นของตัวเองมากหน่อย’ เขาไม่ใช่คนขี้เกลียดแต่อะไรประหยัดเวลาได้เขาก็อยากจะทำ

“เจ้าแน่ใจ?” เตียนชิงเอ๋อถามเพื่อความแน่ใจ

เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มพร้อมกับพยักหน้า

เตียนชิงเอ๋อไม่กล่าวสิ่งใด ถึงอย่างไรเสียเซี่ยนเสี่ยวหยูก็คุ้นเคยกับองครักษ์อี้เฉิงมาก่อนคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เตียนชิงเอ๋อเดินกลับออกไปแล้ว

เซี่ยนเสี่ยวหยูมองตามหลังเตียนชิงเอ๋อจนลับตาแล้ว เขาสูดลมหายเข้าลึกๆ เพื่อสร้างความกล้าให้กับตัวเองก่อนเคาะ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” โดยไม่รอสัญญาณตอบรับจากด้านใน เซี่ยนเสี่ยวหยูเปิดประตูเดินเข้าไปเหมือนที่เตียนชิงเอ๋อทำตอนที่อยู่ที่ห้องของเทพมังกรเสิ่นกวนจวินก่อนหน้านี้

พอเดินเข้าไปในห้องเซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นองครักษ์อี้เฉิง ร่างกายท่อนบนเปือยเปล่ามองเห็นรอนกล้ามเป็นมัด สวมกางเกงขายาวสีขาวเนื้อบางชั้นในกำลังยืนอยู่หน้ากระจก

องครักษ์อี้เฉิงตกใจเล็กน้อยที่เห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง ถึงเขากับเซี่ยนเสี่ยวหยูจะคุ้นเคยสนิทสนมกันมาก แต่เซี่ยนเสี่ยวหยูก็ไม่เคยเปิดประตูเองเข้ามาแบบนี้

“อ้าว...อาหยู” องครักษ์อี้เฉิงกล่าวทัก ใบหูของเขาเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เขารีบหยิบเสื้อแขนยาวชั้นในเนื้อบางสีขาวมาสวมอย่างรวดเร็ว

“ผิดด้าน” เซี่ยนเสี่ยวหยูมองดูเสื้อที่องครักษ์อี้เฉิงใส่ ตะเข็บเสื้ออยู่ด้านนอกจึงเอ่ยปากบอกแล้วเดินมาช่วยถอดเสื้อออกกลับตะเข็บให้ถูกด้านก่อนช่วยองครักษ์อี้เฉิงสวมใส่ใหม่อีกครั้ง แล้วเดินไปหยิบเสื้อคลุมแขนยาวสีฟ้าตัวนอกในตู้เอามาสวมให้เขาก่อนเดินมาเบื้องหน้าเพื่อสวมเข็มขัดให้เขา

องครักษ์อี้เฉิงมองใบหน้าเรียวงามขาวผุดผ่องของเซี่ยนเสี่ยวหยู ยิ่งรวบผมรัดสูงทำให้ใบหน้านั้นโดดเด่นขาวนวลลออชัดเจนมากยิ่งขึ้น

หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าปกติ ความรู้สึกภายในที่มีต่อเซี่ยนเสี่ยวหยูนั้นลึกซึ้ง

ใบหน้าของเซี่ยนเสี่ยวหยูอยู่เบื้องหน้าห่างจากใบหน้าของเขาแค่คืบ เซี่ยนเสี่ยวหยูสูงแค่หน้าผากขององครักษ์อี้เฉิง

เซี่ยนเสี่ยวหยูกำลังตั้งใจรัดเข็มขัดให้องครักษ์อี้เฉิง ไม่คิดว่าจะต้องระวังตัวอะไร

แขนทั้งสองข้างขององครักษ์อี้เฉิงโอบร่างของเซี่ยนเสี่ยวอยู่ไว้ในวงแขน

“คุณ...เอ่อ...ท่านทำอะไร?” เซี่ยนเสี่ยนหยูตกใจที่มีวงแขนมาโอบรัดร่างของตน

องครักษ์อี้เฉิงไม่กล่าวสิ่งใด เขายิ้มและกระชับวงแขนให้แน่นเข้าไปอีกจนทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูที่ยังไม่ทันตั้งหลักเซจนร่างไปกระแทกกับแผ่นอกขององครักษ์อี้เฉิงอย่างแรง

องครักษ์อี้เฉิงยิ้มอย่างพอใจ “เจ้าก็รู้ว่าข้าคิดยังไงกับเจ้า” เขากล่าวเสียงหวานอ่อนโยนข้างหูเซี่ยนเสี่ยวหยู

‘คิดยังไง ใครจะไปรู้’ “ปล่อยข้า” เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่รับรู้อะไร รู้แต่เพียงว่าต้องหลุดพ้นจากอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้ให้ได้ เขาพยายามขัดขืนเพื่อให้หลุดจากพันธนาการ

“ฟอด” องครักษ์อี้เฉิงก้มหน้ามาหอมแก้มขาวเนียนของเซี่ยนเสี่ยวหยูเพราะอดใจไม่ไหว

“อ่ะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูตกใจตะลึงงง พอตั้งสติได้ความโกรธปะทุอย่างรุนแรงเขาจะไม่ยอมให้ใครมาถูกเนื้อต้องตัว ชีวิตนี้เขามี ‘ต้าเฉิง’ เพียงคนเดียวเท่านั้น

“ปล่อยข้านะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูตะโกนเสียงเข้ม พร้อมกับออกแรงขัดขืนดิ้นสุดกำลังทำให้ทั้งดวงตา จมูก เริ่มแดงเหมือนกำลังจะร้องไห้

องครักษ์อี้เฉิงเห็นแล้วตกใจจึงรีบปล่อยเซี่ยนเสี่ยวหยูเป็นอิสระจากวงแขนของเขา

เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกโกรธและโมโหมาก

“ไอ้บ้า” เซี่ยนเสี่ยวหยูตะโกนใส่หน้าพร้อมกับปล่อยหมัดใส่หน้าองครักษ์อี้เฉิงเต็มแรง แล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที

องครักษ์อี้เฉิงเอามือกุมหน้าตัวเองตรงที่โดนหมัด ทั้งที่ยังรู้สึกเจ็บแต่แววตากับริมฝีปากยังคงรอยยิ้มอย่างมีความสุข

เสิ่นกวงจวินยืนอยู่ไม่ไกลมองเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูวิ่งออกมาจากจวนขององครักษ์อี้เฉิง ทั้งดวงตาและจมูกของเซี่ยนเสี่ยวหยูแดงก่ำเหมือนคนร้องไห้

เซี่ยนเสี่ยวหยูวิ่งออกจากห้องขององครักษ์อี้เฉิง วิ่งออกมาจากจวนของเขา วิ่งมาไกลจนรู้สึกเหนื่อยแล้ว จึงหยุดวิ่ง เดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงด้านหลังของโรงครัวส่วนกลางของเหล่าทหาร

เซี่ยนเสี่ยวหยูทิ้งตัวลงนั่งหลังพุ่มไม้ทำให้ความรู้สึกครั้งอดีตที่เคยนั่งเล่นอยู่หลังพุ่มไม้กับต้าเฉินสมัยยังอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอวี่หว่าน เขากับต้าเฉินชอบพากันไปนั่งเล่นอยู่หลังพุ่มไม้นั้นทุกวันหลังกินข้าวเสร็จแล้ว

ภาพใบหน้าของต้าเฉินที่เคยยิ้มเคยหัวเราะหยอกล้อกระซิบบอกรัก ครั้งเมื่ออยู่ในห้องพักที่ร้านอาหาร

น้ำตาแห่งความรักความคิดถึงก็เอ่อล้นไหลอาบแก้ม เซี่ยนเสี่ยวหยูนั่งชันเข่าก้มหน้าซบกับหัวเข่ากอดขานิ่ง อยากอยู่เงียบๆ ไม่อยากพบไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ‘ต้าเฉินฉันคิดถึงนายจัง’

ท่ามกลางความเงียบ เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ใกล้กับพุ่มไม้

“รบกวนท่านปลอกให้ท่านเสิ่นกวงจวินด้วย” เสียงหวานของผู้หญิงนางหนึ่ง นางกล่าวเสียงเบาไม่อยากให้ใครได้ยินนอกจากคนตรงหน้านาง

“นี่มันผลมูลี่เค่อ เจ้าไปได้มาจากไหน? ฤดูนี้ไม่น่าจะมีแล้ว” เสียงผู้ชายกล่าวด้วยท่าทางแปลกใจ เมื่อเห็นของที่หญิงสาวผู้นั้นยื่นให้

เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกเสียงของผู้ชายคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินมาก่อน เงยหน้ามองผ่านช่องเล็กๆ ของพุ่มไม้ เขาเห็นชายร่างท้วมของคนผู้นั้น เขาก็คือพ่อครัวฮ่งเต๋อที่รับผิดชอบทำอาหารให้เหล่าทหาร คนที่ยืนอยู่ข้างพ่อครัวฮ่งเต๋อเป็นสตรีนางหนึ่ง รูปร่างอ้อนแอ่นอรชรใบหน้างดงามริมฝีปากบางจิ้มลิ้มอยู่ในชุดสีเหลืองปักลายดอกไม้

พ่อครัวฮ่งเต๋อมองผลไม้ทรงกลมสีแดงสดคล้ายผลแอปเปิ้ลสองผลในมือของสตรีนางนั้น ก่อนเอื้อมมือไปหยิบมาถือไว้ในมือตนเอง สตรีนางนั้นหยิบถุงเงินใส่มือของพ่อครัวฮ่งเต๋อ

“ถ้าท่านเสิ่นกวงจวินถามว่าได้มายังไง ฝากท่านแจ้งนามข้ากับเขาด้วย” นางกล่าวเสียงหวานท่าทางเอียงอาย

“ไม่ต้องห่วงไว้ใจข้าได้” พ่อครัวฮ่งเต๋อยิ้มประจบขณะเอาถุงเงินใส่ในแขนเสื้อ

“เจ้าได้ดีแล้ว อย่าลืมพ่อครัวคนนี้ล่ะ” พ่อครัวฮ่งเต๋อกล่าวอย่างนอบน้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สตรีนางนั้นยิ่งทำท่าเขินอายเมื่อได้ยินพ่อครัวฮ่งเต๋อกล่าวหยอกเย้า นางกล่าวลาและรีบเดินจากไป

พ่อครัวฮ่งเต๋อถือผลมูลี่เค่อสองผลเข้าไปในครัวจัดการปอกเปือกล้างน้ำจนสะอาดก่อนหั่นเป็นชิ้นพอคำจัดเรียงใส่จานเรียบร้อย

เขารู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องสวมขึ้นมาจึงรีบวางจานผลมูลี่เค่อไว้บนโต๊ะก่อนรีบเดินอย่างรวดเร็วหายเข้าไปด้านหลังเพื่อเข้าห้องส้วม

เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักผลมูลี่เค่อมาก่อน พอพ่อครัวฮ่งเต๋อปอกเปลือกสีแดงสดออก เนื้อด้านในของผลมูลี่เค่อเป็นสีเหลืองส้มน่ากิน

ขนาดแอบดูอยู่ไกลหลายเมตรยังได้กลิ่นหอมหวานเรียกน้ำลายสอ ยิ่งหั่นเป็นชิ้นพอคำจัดเรียงใส่จานสวยงามยิ่งทำให้อยากลิ้มลองมากขึ้น

เซี่ยนเสี่ยวหยูอยากชิมลิ้มรสว่าเป็นอย่างไร

‘กลิ่นหอมหวานน่ากินรสชาติก็คงอร่อย ไม่อย่างนั้นมังกรน้อยหลานหรงคงไม่ชื่นชอบ’ พอเห็นพ่อครัวฮ่งเต๋อเดินหายเข้าไปด้านในเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปหยิบออกมาชิมสักชิ้น

เพียงแค่คิดยังไม่ทันที่เซี่ยนเสี่ยวหยูขยับกาย สายตามองเห็นชายคนหนึ่งอยู่ในชุดทหารสีเทาคนหนึ่งเดินเข้ามาในครัวเขามองซ้ายมองขวามองไปรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใคร

เขาหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลแกะห่อกระดาษโรยผงอะไรบางอย่างลงบนจานผลมูลี่เค่อ ก่อนจะมองซ้ายมองขวารีบเดินออกไปจากห้องครัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel