บทที่ 7 เผ่าพันธุ์ที่แตกต่าง
อดีตที่ผ่านมาพอพวกเขาทำความเคารพ คุณชายเซี่ยนจะเดินยืดอกเชิดหน้าทำเป็นมองไม่เห็นพวกเขา หรือมองด้วยท่าทางรังเกลียดทุกครั้งจนเป็นเรื่องปกติหรือชินตา
อาการทำอะไรไม่ถูกของเหล่าทหาร เช่นสะดุดขาตัวเอง เดินชนกันเอง อ้าปากค้าง เหม่อลอยฯ ที่เซี่ยนเสี่ยวหยูก้มศีรษะทำความเคารพตอบ
พอเห็นอาการเหล่านั้นของพวกทหาร ทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูอดแย้มยิ้มหรือหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้ ยิ่งทำให้เหล่าทหารที่เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและรักยิ้มบนใบหน้าของเขาที่ออกมาจากความรู้สึกภายในไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ทำให้เหล่าทหารถึงกับละเมอเพ้อฝันตัวลอยกันไปตามๆ กัน
เซี่ยนเสี่ยวหยูยืนมองทหารแต่ละคนเข้าแถวตามสี ‘ช่างแบ่งแยกกันชัดเจนดีจริง’ เขานึกประชดในใจ ‘เวลากินต่างฝ่ายต่างกิน เวลานอนต่างฝ่ายต่างนอน แล้วเวลาออกรบจะมีความร่วมมือกันไหม?’
ทหารเข้าแถวเพื่อเดินไปหยิบถาดหลุมเข้าไปรับอาหารอย่างเป็นระเบียบ
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กเดินเข้าแถวหยิบถาดหลุมเพื่อนำไปรับอาหาร
เขาตัดสินใจเดินไปต่อแถวทหารลูกผสม ทำให้เตียนชิงเอ๋อจับแขนเขาไว้ก่อนเอ่ย “เจ้าจะไปไหน?”
“กินข้าว” เซี่ยนเสี่ยวหยูหันมาบอกพร้อมรอยยิ้มก่อนเดินนำหน้าเข้าไปด้านในกำลังจะเอื้อมหยิบถาดหลุม
“คุณหนูเตียน คุณชายเซี่ยน มาถึงที่นี่มีอะไรให้บ่าวรับใช้ขอรับ?” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม เขาเป็นพ่อครัวใหญ่ของที่นี่ เขาเข้ามาทำความเคารพอย่างนอบน้อมยืนตัวโค้งกุมมือไว้ด้านหน้าตลอด
“พ่อครัวฮ่ง” เตียนชิงเอ๋อทัก ทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้ได้ทันทีว่าเป็นพ่อครัวของที่นี่
“ข้ามาขอข้าวกินสักมื้อ” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ทำให้พ่อครัวฮ่งเต๋อถึงกับตะลึงทำอะไรไม่ถูก
“เดี๋ยวบ่าวจัดอาหารมาให้ขอรับ รบกวนคุณชายเซี่ยนกับคุณหนูเตียนรอสักครู่ขอรับ” พอตั้งสติได้พ่อครัวฮ่งเต๋อรีบกล่าวอย่างลนลาน
“ข้าเข้าแถวต่อกับพวกเขาก็ได้” เซี่ยนเสี่ยวหยูบอกอย่างเกรงใจมองไปทางทหารลูกผสมที่เข้าแถวเป็นระเบียบ
“อย่าทำอย่างนั้นเลยขอรับ โปรดนั่งรอเถิด รู้ถึงหูเบื้องบนบ่าวกลัวรับโทษไม่ไว้” พ่อครัวฮ่งเต๋อกล่าว
“เรานั่งรอเถอะ อย่าทำให้พ่อครัวลำบากใจเลย” เตียนชิงเอ๋อบอกเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างเข้าใจพ่อครัวฮ่งเต๋อ
“รบกวนท่าน เอาอาหารแบบเดียวกับที่พวกเขากินให้เราแล้วกัน” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าว
พ่อครัวฮ่งเต๋อตอบรับ ก่อนทำความเคารพ รีบเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารทันที
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นโต๊ะว่างจึงเดินจูงมือเตียนชิงเอ๋อเข้าไปนั่ง
พวกทหารลูกผสมที่นั่งโต๊ะใกล้เคียงโดยรอบ พอเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูกับเตียนชิงเอ๋อเดินเข้าไปนั่งต่างพากันก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าด้วยความระมัดระวังไม่ให้เสียงดัง
เซี่ยนเสี่ยวหยูชำเลืองมองอาหารในถาดหลุมของทหารแต่ละคน เขาเห็นมีผัดผักที่แทบจะมองไม่เห็นเนื้อสัตว์ ข้าวกล้อง ต้มจืดอะไรสักอย่างที่มองเห็นแต่ผักกะหล่ำกับน้ำใสแจ๋ว
ขณะเดียวกันด้านนอกโรงอาหารชายฉกรรจ์คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบตรงไปหาซานจื่อหัวหน้าชายฉกรรจ์ทั้งสี่ที่ตอนนี้ทุกคนอยู่ในชุดทหารลูกผสม
“ลูกพี่ ลูกพี่” ลูกน้องของซานจื่นเรียกชายร่างสูงใหญ่ผู้เป็นหัวหน้า
“มีอะไร?” ซานจื่อถามสั้นๆ ทุกคนในกลุ่มต่างหันไปมองชายคนนั้นอย่างสนใจ
“คุณชายเซี่ยน...คุณชายเซี่ยน....” เพราะความเหนื่อยทำให้ชายคนนั้นพูดขาดๆ แต่ชี้มือตรงไปในโรงอาหารฝั่งลูกผสม
“คุณชายเซี่ยน เกี่ยวอะไรกับโรงอาหารของเราวะ” ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
“ข้างใน...คุณชายเซี่ยนอยู่ข้างใน”
คำบอกกล่าวของลูกน้องทำให้ซานจื่อ ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบนิ่งเฉย เขารีบเดินตรงไปยังโรงอาหารฝั่งทหารลูกผสมอย่างรวดเร็ว
“รีบตามไปซิ” ลูกน้องคนหนึ่งตบหัวอีกสองคนก่อนรีบวิ่งตามหัวหน้าซานจื่อไปติดๆ โดยมีลูกน้องสองคนที่โดนตบรีบวิ่งตามไปไม่ห่าง
ไม่นานพ่อครัวฮ่งเต๋อก็เดินนำผู้ช่วยสองคนที่ช่วยกันยกถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ ผู้ช่วยพ่อครัวทั้งสองช่วยกันจัดเรียงจานอาหารไว้บนโต๊ะให้เรียบร้อย
“ขอบใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าว ทำให้ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกประหลาดใจ
“คุณชายไม่ต้องเกรงใจ” พ่อครัวฮ่งเต๋อกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะก้มศีรษะทำความเคารพอีกครั้งแล้วพาผู้ช่วยทั้งสองเดินกลับไป
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองดูอาหารบนโต๊ะผัดผักกับเนื้อสับละเอียด ต้มจืดกระหล่ำกับซี่โครงหมู ข้าวสวยสีขาวนวลไม่ใช่ข้าวกล้องที่พวกทหารกิน
เขารู้สึกว่าพ่อครัวตักอาหารเลือกเอาแต่เนื้อสับ ซี่โครงหมู ใส่จานมาให้เขา ถึงจะเป็นอาหารแบบเดียวกันแต่การตักใส่จานให้เขาไม่เหมือนกับที่ตักให้พวกทหาร
พวกเขาได้กินแต่วิญญาณของเนื้อและซี่โครงเท่านั้น ข้าวพวกทหารเป็นข้าวกล้องแต่ของตนเป็นข้าวสวย
เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกกินอาหารตรงหน้าไม่ลงเมื่อนึกถึงอาหารตอนที่เป็นเด็กกำพร้าแล้วโดนพวกรุ่นพี่อย่างโมจินแย่ง การแย่งชิงอาหารต่อหน้าของโมจินกับพวกสมัยที่เขาเป็นเด็กกับการให้เศษอาหารที่ไม่มีเนื้อหนังแบบนี้กับเหล่าทหารมันไม่แตกต่างกันเลยแล้วเหล่าทหารจะมีเรี่ยวแรงไปต่อสู้กับใครได้
“ทำไมไม่กินล่ะ?” เตียนชิงเอ๋อถามเมื่อไม่เห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูแตะอาหารตรงหน้า
เซี่ยนเสี่ยวหยูยังไม่ทันจะเอ่ยปากตอบ พอเงยหน้าขึ้นจากอาหารตรงหน้าก็เห็นชายฉกรรจ์สี่คนอยู่ในชุดทหารลูกผสม
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คือคนที่เตียนชิงเอ๋อบอกว่าเป็นคนทำร้ายเขาจนตกลงไปในแม่น้ำ
พวกเขาเดินเรียงหน้ากระดานตรงมาที่โต๊ะที่เซี่ยนเสี่ยวหยูนั่ง
เซี่ยนเสี่ยวหยูพยายามรวบรวมความกล้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นั่งตัวตรงวางหน้านิ่งเรียบเฉยให้มากที่สุด
เตียนชิงเอ๋อที่นั่งหันหลังฝั่งตรงห้ามกับเซี่ยนเสี่ยวหยูเมื่อเห็นดวงตาของน้องชายมองไปด้านหลังของนางไม่วางตา นางจึงหันไปมองตามสายตาของเขา
เตียนชิงเอ๋อชะงักเล็กน้อยแต่ความไม่พอใจชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนที่เคยทำร้ายเซี่ยนเสี่ยวหยูทำให้นางไม่อยากเห็นหน้าพวกเขาจึงรีบหันหน้ากลับ
“คุณชายเซี่ยน คุณหนูเตียน” ซานจื่อชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเอ่ยเรียกอย่างสุภาพ
ก่อนที่เซี่ยนเสี่ยวหยูกับเตียนชิงเอ๋อจะทันได้กล่าวหรือขยับกาย ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนคุกเข่าก้มศีรษะทำความเคารพเกือบพร้อมกันทำให้สองพี่น้องตกตะลึงกับพฤติกรรมตรงหน้า
“พวกเจ้าทำอะไร?” เตียนชิงเอ๋อซึ่งไม่ค่อยพอใจชายทั้งสี่คนอยู่แล้ว พอตั้งสติได้จึงถามด้วยเสียงเข้มกว่าปกติ
“พวกเรามาขอบคุณคุณชายเซี่ยนที่ไว้ชีวิต” ซานจื่อผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มกล่าวพร้อมกับก้มศีรษะทำความเคารพอีกครั้ง
เซี่ยนเสี่ยวหยูยังรู้สึกงงและประหลาดใจแต่ก็ไม่ลืมรีบลุกขึ้นไปจับไหล่ให้ซานจื่อและทุกคนลุกขึ้น
“ลุกขึ้นก่อน ลุกขึ้น มีอะไรค่อยๆ พูดคุยกัน อย่าทำแบบนี้”
“ขอบคุณคุณชายเซี่ยน” ซานจื่อกล่าวเมื่อมือขาวสะอาดของเซี่ยนเสี่ยวหยูจับหัวไหล่บอกให้เขายืนขึ้นโดยไม่มีท่าทีรังเกลียดแม้แต่น้อย
“ขอบคุณคุณชายเซี่ยน” ชายทั้งสามคนเห็นซานจื่อผู้เป็นหัวหน้ายืนขึ้นพวกเขาจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวขอบคุณ
ทั้งสี่คนยังคงยืนก้มหน้ากุมมืออยู่ด้านหน้าอย่างนอบน้อม
ก่อนที่ใครจะเอ่ยวาจาทหารเทพที่อยู่ในชุดสีขาวผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามายืนตรงหน้าเซี่ยนเสี่ยวหยูกับเตียนชิงเอ๋อด้วยอาการหายใจไม่ทัน เขาก้มศีรษะทำความเคารพก่อนกล่าว
“ท่านเทพเสิ่นกวงจวินให้มาเชิญคุณหนูเตียนกับคุณชายเซี่ยนไปพบขอรับ”
