บทที่ 3 คนแปลกหน้า
ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูล้มอยู่ในอ้อมแขนของเทพมังกรเสิ่นกวงจวิน เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนเหมือนไฟบนร่างในอ้อมแขน ใบหน้าแดงเพราะความร้อนริมฝีปากซีดขาวไร้เลือดฝาด
เซี่ยนหยูตกใจมากที่ตนถูกชายแปลกหน้าประคองไว้ในอ้อมแขน เขาไม่เคยให้ใครสัมผัสร่างกายใกล้ชิดแบบนี้มาก่อนนอกจากอาเฉินคนเดียว
“ขอบคุณ” เซี่ยนหยูรีบกล่าวเสียงแหบแห้งแผ่วเบาและพยายามจะลุกออกจากอ้อมแขนของบุรุษแปลกหน้า แต่เซี่ยนหยูก็ต้องตกตะลึงเมื่อร่างของเขาลอยขึ้นจากพื้น
เสิ่นกวงจวินใช้แขนอีกข้างช้อนร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูอุ้มไว้ในอ้อมแขนแนบกับอกกว้าง
“คุณ...จะทำอะไร? ปล่อยผมลง!” เซี่ยนหยูพยายามขัดขืนทั้งที่ไม่มีเรี่ยวแรงและเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง เขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักอกของบุรุษชุดขาวขลิบทองเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของเขา
เซี่ยนหยูไม่เคยให้คนอื่นที่รู้จักสัมผัสกายใกล้ชิดแบบนี้เลย แล้วนี่เขาเป็นใครไม่เคยเห็นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกำลังอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน
เซี่ยนเสี่ยวหยูพยายามออกแรงขัดขืนก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบหมดสติไป
“อาหยู อาหยู” เสิ่นกวงจวินตกตะลึงกับอาการขัดขืนของเซี่ยนเสี่ยวหยูจนหมดสติในอ้อมแขนเขา
เขาเรียกชื่อเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างคุ้นเคยด้วยอาการตื่นตระหนกก่อนจะรีบอุ้มร่างผอมบางที่หมดสติของเซี่ยนเสี่ยวหยูกระโดดเหาะตรงไปยังจวนปราสาทขององครักษ์เทียนฉี โดยมีองครักษ์อี้เฉิงกระโดดเหาะตามไปไม่ห่าง
องครักษ์เทียนฉีรีบเข้าไปประคองหญิงสาวนามเตียงชิงเอ๋อให้ลุกขึ้นยืนอย่างทะนุถนอม ดวงตาอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักและห่วงใย
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” น้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลอบอุ่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับหญิงสาว
เตียนชิงเอ๋อส่ายหน้า นางไม่ได้สนใจตนเองเพราะความรู้สึกทั้งหมดตอนนี้เป็นห่วงเซี่ยนเสี่ยวหยูที่สุด
“ข้าเป็นห่วงอาหยู” นางเอ่ยอย่างร้อนใจ องครักษ์เทียนฉีรู้ดีว่าเตียนชิงเอ๋อรักเซี่ยนเสี่ยวหยูเหมือนน้องชายแท้ๆ เขาปลอบใจนางและรีบพานางเหาะตามเสิ่นกวงจวินผู้เป็นนายไปโดยเร็วทันที
เซี่ยนหยูรู้สึกตัวลืมตาพบว่าตัวเองเดินอยู่ท่ามกลางหมอกควันสีขาวทำให้มองไม่เห็นอะไรเลย เขาพยายามใช้มือคลำทางเดินไปข้างหน้า จนมองเห็นแสงสีแดงส้มเป็นประกายส่องอยู่เบื้องหน้าจึงรีบเดินเข้าไป แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมองเห็นนกตัวนั้น ตัวที่สักอยู่บนหลังของต้าเฉิน เซี่ยนหยูยิ้มดีใจเพราะในความคิดของเขานกตัวนี้คือต้าเฉินที่จะพาเขาโบยบินไปทุกที่ที่เขาต้องการ
“อาเฉิน” น้ำตาแห่งความดีใจไหลอาบแก้ม เขารีบเดินเข้าไปหาทันที นกตัวนั้นมองเซี่ยนหยูนิ่งดวงตาเป็นประกายมันค่อยๆ กางปีกออกกว้าง ฉับพลันนกตัวนั้นบินพุ่งตรงเข้าใส่เซี่ยนหยูและหายวับเข้าไปในหน้าอกของเขา
เซียนหยูสะดุ้งตื่นตกใจอีกครั้งเมื่อนกตัวนั้นบินพุ่งหายเข้าไปในหน้าอกเขา
พอลืมตารู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องกว้างแตกแต่งเรียบง่ายด้วยโทนสีอ่อนสะอาดตา
มองออกไปกลางห้องเห็นร่างของหญิงสาวนางหนึ่งนอนฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะกลางห้อง เซี่ยนหยูคิดทบทวนเหตุการณ์จำได้ว่าหญิงสาวผู้นี้คือสาวสวยที่อยู่กับเขาที่ริมแม่น้ำ
‘ไม่ใช่ความฝัน’ เขาพยายามลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่บ้างจนต้องใช้มือกุมขมับ
“เจ้าตื่นแล้ว? รู้สึกดีขึ้นหรือยัง? หิวไหม? พี่ทำโจ๊กใส่เผือกที่เจ้าชอบไว้ให้” เตียงชิงเอ๋อรู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงขยับกายลุกนั่งของเซี่ยนเสี่ยวหยู
นางรีบลุกขึ้นเดินเข้ามานั่งบนเตียงข้างกายเขาเอามืออังหน้าผากลำคอและจับมือเขามากุมไว้ ความร้อนในกายของเซี่ยนเสี่ยวหยูลดลงมากแล้วทำให้นางรู้สึกคลายกังวลลงบ้างน้ำตาเอ่อไหลด้วยความดีใจ
เซี่ยนหยูปล่อยให้หญิงสาวปฏิบัติกับตนโดยไม่ขัดขืน มองดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของหญิงสาวทำให้รับรู้ได้ว่านางคงรักเจ้าของร่างนี้ไม่น้อย
เซี่ยนหยูเห็นน้ำตาของหญิงสาวไหลนองหน้า จึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยนและเบามือ เขายิ้มให้นางบอกเป็นนัยว่าเขาสบายดีแล้ว
“เจ้าหิวไหม? เดียวพี่ไปเอาโจ๊กมาให้เจ้ากิน” หญิงสาวบอกพร้อมกับลุกขึ้นเปิดประตูเดินออกไป
เซี่ยนหยูนั่งอยู่บนเตียงโดยมีเตียนชิงเอ๋อคอยป้อนโจ๊กให้กินจนหมดถ้วย ดื่มน้ำ เช็ดปากเรียบร้อยแล้ว เตียงชิงเอ๋อเห็นสีหน้าของเซี่ยนเสี่ยวหยูดูมีเลือดฝาดดีขึ้นจึงอดที่จะถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งไม่ได้
“ทำไมเจ้าถึงไม่บอกความจริงกับท่านเสิ่นกวงจวินว่าเกิดอะไรขึ้น?”
‘เสิ่นกวงจวิน? ใคร?’ ในความคิดเซี่ยนหยูไม่รู้จักใครสักคน
เซี่ยนหยูยิ้มบางตามนิสัยเดิมของเขาโดยไม่พูดอะไร
เตียนชิงเอ๋อมองรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกแปลกใจ เพราะเซี่ยนเสี่ยวหยูเป็นคนไม่ยอมคน เขาจะพูดทุกอย่างที่เขารู้สึกดีหรือไม่ดีให้นางรับรู้และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของคนที่เขารู้สึกไม่ดีด้วย
เขารังเกลียดทุกคนที่ชอบมองเขาด้วยสายตาลวนลาม ชื่นชอบชื่นชมรูปร่างหน้าตาภายนอกของเขา
“พี่รู้ว่าพวกเขาเป็นคนทำร้ายเจ้า” เตียนชิงเอ๋อพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูยังคงเงียบไม่เอ่ยคำใดนอกจากยิ้มให้นาง
“ทำไม?” เซี่ยนหยูนึกถึงชายฉกรรจ์สี่คน ทำไมพวกเขาต้องคิดทำร้ายเจ้าของร่างนี้
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ชิงเอ๋อข้าเข้าไปได้ไหม?” เสียงของบุรุษที่เตียงชิงเอ๋อคุ้นเคย
เตียงชิงเอ๋อเดินไปเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก เซี่ยนหยูมองเห็นชายหนุ่มในชุดเขียวยืนอยู่หน้าประตู ก่อนที่เขาจะขยับกายเบี่ยงไปทางซ้ายทำให้มองเห็นชายหนุ่มในชุดสีขาวขลิบทอง
เซี่ยนหยูจำเขาได้
ทันทีที่เตียงชิงเอ๋อเห็นเสิ่นกวงจวินนางก็รีบถอยหลบข้างประตูก้มหน้าทำความเคารพอย่างนอบน้อม
“ท่านเสิ่นกวงจวิน” นางทักทายเสียงแผ่วเบา
นางไม่คิดว่าเทพมังกรเสิ่นกวงจวินผู้ยิ่งใหญ่ถือเนื้อถือตัวจะมาเยือนถึงห้องนอนของเซี่ยนเสี่ยวหยู
และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ท่านเสิ่นกวงจวินมา จึงทำให้นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
เสิ่นกวงจวินใบหน้ายังคงเรียบเฉย สายตามองเข้าไปในห้อง เขามองเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูอยู่ในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวเนื้อบางและกางเกงขายาวสีขาวเนื้อเดียวกัน เซี่ยนเสี่ยวหยูกำลังมองมาทางเขาด้วยสายตานิ่งเฉย เหมือนมองคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
‘มาทำไม?’ เซี่ยนหยูมองนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลของบุรุษชุดขาวขลิบทองที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
เตียงชิงเอ๋อเดินออกไปจากห้องก่อนปิดประตูห้องให้เรียบร้อย
เซี่ยนหยูจำได้ว่าเขาคนนี้อุ้มตนทั้งที่ตนพยายามขัดขืน
เสิ่นกวงจวินเดินเข้าไปนั่งบนเตียงจนแทบจะเบียดกับเซี่ยนเสี่ยวหยูที่นั่งอยู่ก่อน
‘ที่นั่งมีตั้งเยอะ’ เซี่ยนหยูนึกขัดใจ
เขาพยายามขยับกายออกห่างตามความเคยชินที่ไม่ต้องการใกล้ชิดกับชายใด
ทันทีที่เซี่ยนเสี่ยวหยูขยับกายเสิ่นกวงจวินคว้าเอวผอมบางของเขาไว้อย่างถือวิสาสะ
“โอ๊ะ” เซี่ยนหยูตกใจอุทาน
ร่างผอมบางของเขานั่งลงไปบนตักของบุรุษชุดขาวขลิบทอง โดยไม่ได้ตั้งตัวทำให้ร่างของเซี่ยนหยูเอนจะล้มจึงต้องรีบใช้สองแขนคว้าต้นคอของเสิ่นกวงจวินไว้แน่น
เสิ่นกวงจวินใช้แขนประคองร่างผอมบางของเซี่ยนเสี่ยวหยูไว้บนตักของเขา เมื่อเห็นชายหนุ่มใช้สองแขนกอดต้นคอตนไว้แน่น ดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย ริมฝีปากยกยิ้มอย่างพอใจ
