บทที่ 29 กำลังจะตาย
เขาร้องออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธและเสียใจ ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองส่องประกายนัยน์ตาสีดำเป็นเส้นตรงแนวขวาง ขนสีน้ำตาลแดงงอกปกคลุมใบหน้า เขี้ยวแหลมคมงอกยาว คำรามกึงก้อง เล็บมือเล็บเท้าแหลมคมงอกยาว
“โครก” เสียงคำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวอยู่ภายในถ้ำ
สองมือประสานรวบรวมพลังลูกไฟดวงใหญ่สีส้มแดงเพลิงสองลูกรอยอยู่บนฝ่ามือ เขาขว้างลูกไฟออกไปอย่างแรงใส่แมงมุงยักษ์ แต่แมงมุมยักษ์ปล่อยใยเป็นสายพุ่งออกไปปะทะต้านลูกไฟอย่างจังแบบไม่เกรงกลัว
‘มันไม่กลัวไฟ’ สะเก็ดไฟกระเด็นกระจายไปทั่ว จนเกือบโดนใยแมงมุมที่ห่อหุ้มร่างของเตียนชิงเอ๋อ เฉี่ยวเฉินและซานจื่อ
แมงมุมยักษ์พ่นน้ำสีเขียวเป็นละอองฝอยออกมาจากปากใส่เซี่ยนเสี่ยวหยูที่อยู่ในร่างมารพยัคฆ์เป็นการโต้ตอบ มารพยัคฆ์กระโดดหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วแต่ยังเร็วไม่พอระอองฝอยสีเขียวกระเด็นไปที่แขนของเขา
ก่อนที่ละอองน้ำสีเขียวจะโดนแขนของมารพยัคฆ์ ปีกสีส้มแดงเพลิงกางทะลุเสื้อขาดกระจุยออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อปกป้องคลุมแขนด้านซ้ายข้างนั้นของเขาทำให้ปีกโดนละอองน้ำสีเขียวละลายเป็นแผลหลายจุด
“โอ๊ะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูสะดุ้งร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้เจ็บปวดที่ร่างกายแม้แต่น้อยแต่เขาเจ็บปวดเข้าไปในอกลึกตรงหัวใจ
เซี่ยนเสี่ยวหยูตั้งสติรวบรวมพลังลูกไฟสองดวงไว้บนสองฝ่ามือเตรียมขว้างใส่แมงมุมยักษ์อีกครั้ง แต่เมื่อนึกถึงสะเก็ดไฟที่อาจกระเด็นไปโดนไยแมงมุมที่ห่อหุ้มร่างของเตียนชิงเอ๋อ เฉี่ยวเฉิน และซานจื่อ ใยแมงมุมนั้นอาจติดไฟลุกไหม้ครอบพวกเขาได้
เซี่ยนเสี่ยวหยูในร่างมารพยัคฆ์เลือกที่จะวิ่งล่อแมงมุมยักษ์ลึกเข้าไปด้านในของถ้ำ ยิ่งลึกยิ่งมืดสนิท ดวงตาสีเหลืองทองเป็นประกายขวางเยี่ยงสัตว์ป่า มันเป็นดวงตาที่ทำให้เขาสามารถมองเห็นในที่มืดได้ แมงมุมยักษ์มันก็สามารถมองเห็นในที่มืดได้เหมือนกัน มารพยัคฆ์วิ่งมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำซึ่งเป็นทางตัน
มารพยัคฆ์เบี่ยงกายกระโดดออกมาอยู่ด้านนอกทำให้แมงมุมยักษ์เป็นฝ่ายอยู่ด้านในหลังติดผนังถ้ำแทน เขาสร้างลูกไฟไว้บนฝ่ามือสองข้างปล่อยพลังกระแทกลูกไฟใส่แมงมุมยักษ์ไม่ยั้งทันที
“ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม...” เสียงระเบิดกระทบร่างแมงมุมยักษ์ดังกึกก้องสะเก็ดไฟกระเด็นกระจายไปทั่วจนพื้นถ้ำสะเทือนเลื่อนลั่น ลูกไฟมีทั้งโดนตัวแมงมุมยักษ์บ้างผนังถ้ำบ้างจนฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วจนมองไม่เห็นว่าร่างแมงมุมยักษ์ตอนนี้มีสภาพเป็นยังไง
ฝุ่นควันยังฟุ้งกระจาย ใยสีขาวหลายสายพุ่งออกมาพันที่ขาของมารพยัคฆ์ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว แมงมุมยักษ์กระชากดึงขาของเขาอย่างแรงทำให้มารพยัคฆ์ล้มหงายหลังกระแทกนอนกับพื้นอย่างจัง โชคดีที่ปีกสีส้มแดงเพลิงโอบกอดร่างของมารพยัคฆ์ไว้ทำให้เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
แมงมุงยักษ์ไม่รอช้ากระโดดออกมาจากฝุ่นควันยืนค่อมอยู่บนร่างของมารพยัคฆ์ที่ยังนอนหงายหลังอยู่บนพื้นโดยมีปีกโอบกอดร่างของเขาไว้ เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นขาทั้งแปดที่มีขนสีดำยุบยับล้อมรอบตัวเขาเหมือนลูกกรง มองเห็นส่วนท้องที่มีขนสีดำหยาบเยี่ยงเพดาน ยังไม่ทันคิดหาหนทางหลบหนีสองเขี้ยวแหลมคมของแมงมุมยักษ์ฝังลงบนปีกแทงทะลุปีกเข้าไปถึงหน้าอกของเซี่ยนเสี่ยวหยูในร่างมารพยัคฆ์
“อ๊ากกกก” เซี่ยนเสี่ยวหยูร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ครั้งนี้เขาเจ็บที่แผ่นอกตรงที่โดนเขี้ยวแมงมุงแทง มันเจ็บลึกเข้าไปข้างในตรงหัวใจควบคู่กัน มันสร้างความทรมานให้กับเขามากทวีคูณ เลือดสีแดงสดจากแผ่นอกไหลทะลัก ทะลุออกมาผสมกับเลือดส่วนปีกที่พุ่งกระจายนองเต็มพื้น
เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นทวีคูณ เมื่อสองเขี้ยวของแมงมุมยักษ์กดฝังลึกลงไปในแผ่นอกของเขามากขึ้นทุกที
“อ๊ากกกก” เสียงร้อยอย่างเจ็บปวด ราวกับแผ่นอกจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ เจ็บปวดที่หน้าอกเจ็บลึกถึงหัวใจมันทรมานเหลือเกิน ความเจ็บปวดทั้งภายในภายนอกสร้างความทรมานให้กับเซี่ยนเสี่ยวหยูจนแทบขาดใจ
“อ๊ากกกก” เซี่ยนเสี่ยวหยูร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานสุดขีดเกินจะต้านเมื่อมีสารอะไรบางอย่างจากสองเขี้ยวของแมงมุมยักษ์ไหลเข้าไปในร่างของเขา มันทำให้ร่างกายของเขารู้สึกชาไร้ความรู้สึกเหมือนคนเป็นอัมพาตไม่สามารถกระดุกกระดิกไร้เรี่ยวแรง
ดวงตาสีเหลืองทองเป็นประกายของมารพยัคฆ์จับจ้องมองเห็นแมงมุงยักษ์กำลังถอนสองเขี้ยวแหลมคมออกจากแผ่นอกและปีกของเขา ยิ่งทำให้เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
แมงมุมยักษ์เริ่มพ่นใยสีขาวออกมาทางปากและใช้สองขาหน้ายกร่างของมารพยัคฆ์ที่มีปีกโอบกอดร่างของเขาไว้ ขึ้นจากพื้นหมุนร่างของเขาให้สัมพันธ์กับใยแมงมุงสีขาวที่พ่นออกมาจากปากพันรอบกายของเขาทีละเส้นทีละชั้น
เซี่ยนเสี่ยวหยูในร่างพยัคฆ์ไม่อาจกระดิกส่วนไหนได้ ภายนอกรู้สึกแข็งชาไปทั้งตัวแม้แต่ลิ้นก็แข็งขยับไม่ได้ แต่ภายในทรวงอกตรงหัวใจยังเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ตลอดเวลา
เขามองเห็นใยสีขาวของแมงมุมยักษ์พันรอบกายโดยการหมุนร่างของเขาช้าๆ และเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเวียนหัว เขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกนอกจากสีขาวของใยแมงมุมยักษ์ และเมื่อมันพันร่างของเขาจนมิดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าการหมุนร่างของเขาก็หยุดลง
เซี่ยนเสี่ยวหยูในร่างมารพยัคฆ์ขณะนี้ไม่สามารถมองอะไรเห็นนอกจากความมืด และรู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจ ลมหายใจเริ่มติดขัด หายใจไม่ออก ‘กำลังจะตาย’ เป็นความคิดสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะก็ดับวูบเหมือนจอทีวีถูกถอดปลั๊กกระทันหัน
ท่ามกลางความมืดดวงตากลมโตของเซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นเปลวไฟสีส้มแดงเพลิงแต่ไกล และกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ จนสามารถมองเห็นชัดเจนว่าสิ่งนั้นไม่ใช่เปลวไฟแต่เป็นนกฟินิกส์ที่มีปีกสีส้มแดงเพลิงเหมือนปีกที่อยู่ด้านหลังเขาตอนกลายร่างเป็นมารพยัคฆ์ และเหมือนรอยสักบนแผ่นหลังของต้าเฉิน
“ต้าเฉิน นายใช่ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเปล่งเสียงถามออกไปทั้งที่มั่นใจว่าต้องใช่
“ต้าเฉิน” เขาเดินเข้าไปหาพร้อมยื่นมือออกไปหมายจะได้สัมผัสเพียงปลายขนก็ได้
นกฟินิกส์มองเซี่ยนเสี่ยวหยูดวงตาเป็นประกาย มันกางปีกกว้างเหมือนกำลังจะโอบกอดร่างของเขา
‘ตึก ตึก ตึก ตึก...’ เซี่ยนเสี่ยวหยูได้ยินเสียงดังจังหวะเหมือนกำลังตีกลอง
นกฟินิกส์ตะแคงเอียงหัวฟังท่าทางมันทำเหมือนได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน มันหยุดการเคลื่อนไหว มันมองเซี่ยนเสี่ยวหยูเพียงครู่ก่อนบินพุ่งหายเข้าไปตรงหน้าอกของเขาเหมือนทุกครั้ง
‘ตึก ตึก...’ เสียงจังหวะตีกลองยังดังอยู่ตลอดเวลา และเหมือนดังอยู่ใกล้มาก มากจนได้ยินชัดเจน และเพิ่มมาด้วยเสียงน้ำไหลเสียงนกร้องมันดังแว่วอยู่ไม่ไกล ความรู้สึกเหมือนกำลังฝัน
‘ตายแล้ว?’ เซี่ยนเสี่ยวหยูถามตัวเอง ความรู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่บนอะไรบางอย่างที่อ่อนนุ่มและอบอุ่น มีบางสิ่งกำลังประคองกระชับร่างของเขาไว้ให้นอนอยู่บนสิ่งที่อ่อนนุ่มนั้น
เซี่ยนเสี่ยวหยูขยับกายเพราะอยากเปลี่ยนท่านอนให้สบาย แต่พอขยับเขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกขึ้นมาทันที
“อือ...ซี๊ด...” เขารู้สึกเจ็บและปวดที่หน้าอกจนต้องครางออกมาเบาๆ คิ้วขมวดเข้าหากันใบหน้าบิดเบี้ยวบ่งบอกถึงอาการเจ็บปวดทรมานจากบาดแผลที่หน้าอก
“เจ็บแผล?” เสียงเอ่ยถามอย่างห่วงใยและอ่อนโยน
‘เสียง?’ เซี่ยนเสี่ยวหยูเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน ‘เราตายไปแล้วไม่ใช่? หรือว่ายังไม่ตาย?’ เซี่ยนเสี่ยวหยูคิดทบทวนถามเองตอบเองอยู่ในใจ และเพื่อขจัดความสงสัยเขาจึงพยายามลืมตาขึ้นช้าๆ
สิ่งแรกที่เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นคืออาภรณ์สีขาวขลิบทอง มีเพียงผู้เดียวที่สวมใส่อาภรณ์เช่นนี้
‘หลานหรง’ จิตใต้สำนึกตะโกนบอกดังลั่น ทำให้อาการสลึมสลือของเขาหายไปเกือบหมดสิ้นทันที
เสิ่นกวงจวินกำลังก้มมองใบหน้าที่ซีดขาวเพราะเสียเลือดมากของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความกังวลและห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยนเสี่ยวหยูเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของอาภรณ์ทำให้ดวงตากลมโตนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาสบประสานเข้ากับดวงตาเรียวคมนัยน์ตาสีฟ้า
เพียงชั่วขณะเซี่ยนเสี่ยวหยูมั่นใจว่ามองเห็นดวงตาของเทพมังกรเป็นประกายวาววับดีใจ แต่เพียงแวบเดี่ยวแววตาคู่นั้นก็ปรับเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยจนเกือบบึ้งตึงเหมือนกำลังโกรธเคือง เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ฉับไวของเทพมังกรหนุ่มตรงหน้าแต่เซี่ยนเสี่ยวหยูก็พยายามทำใจดีสู้เสือยิ้มให้เขาทั้งที่ยังอ่อนแรง
“ท่าน...มาอยู่ที่นี่...ได้ยังไง?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งอ่อนล้าแทบไม่ได้ยิน
“ปวดแผลมากไหม?” เสิ่นกวงจวินไม่ได้ตอบคำถาม แต่ถามกลับด้วยความเป็นห่วงใย
“อือ” เซี่ยนเสี่ยวหยูขานรับแผ่วเบาขณะยกมือขึ้นจับบาดแผลบนหน้าอกที่มีผ้าพันแผลเรียบร้อย
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองโดยรอบก็พบว่าร่างกายของเขานอนอยู่ในอ้อมแขนของเสิ่นกวงจวิน เสียงกลองที่เขาได้ยินก็คือเสียงหัวใจเต้นของเสิ่นกวงจวิน สิ่งที่ประคองกระชับไม่ให้เขากลิ้งตกลงมาก็คือฝ่ามือของเทพมังกรหนุ่ม
