บท
ตั้งค่า

บทที่ 30 เจ้ายังเจ็บอยู่

พอนึกได้ว่าทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่รู้ว่านอนอยู่ในอ้อมแขนของเทพมังกรผู้นี้มานานแค่ไหน แค่นึกเซี่ยนเสี่ยวหยูก็รู้สึกอับอายและขัดเขินกับความอ่อนแอของตนเอง เขาทำให้ทุกคนลำบากไปหมด ผิวหน้า ลำคอ และใบหูของเขาตอนนี้แดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว

“เอ่อ...ท่าน...ช่วยวางข้าลงก่อนได้ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาขัดเขินและรู้สึกขัดใจที่ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงผิดจังหวะทำให้ไม่กล้ามองหน้าเทพมังกรหนุ่มตรงหน้าจนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น

เสิ่นกวงจวินมองเห็นใบหน้าของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่ตอนนี้แดงระเรื่อจนถึงใบหู เบือนหน้าไปทางอื่นไม่กล้ามองหน้าเขาจะด้วยความขัดเขินหรือเขินอายก็ตาม ริมฝีปากของเสิ่นกวงจวินยกขึ้นอย่างพึงใจก่อนปรับให้เป็นปกติอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เจ้ายังเจ็บอยู่”

“ข้าอยากลุกขึ้นแล้ว ข้าไม่เจ็บแล้ว” เซี่ยนเสี่ยวหยูพยายามกล่าวให้น้ำเสียงเป็นปกติให้มากที่สุดทั้งที่ยังเจ็บปวดแผลที่หน้าอกอยู่มาก แต่เขาจะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นอีก

เสิ่นกวงจวินมองหน้าคนในอ้อมแขนนิ่งและนานเพื่อให้แน่ใจ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเซี่ยนเสี่ยวหยูจ้องเขาเขม็งพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ แกมขอร้อง

เสิ่นกวงจวินมองริมฝีปากบางซีดของคนตรงหน้าที่กำลังแย้มยิ้มบางๆ ให้เขา เขาพยายามระงับความต้องการภายในใจที่อยากจะสัมผัสริมฝีปากบางของคนในอ้อมแขนตรงหน้าแต่กลัวจะกระเทือนบาดแผลที่หน้าอกของเขา ซึ่งเสิ่นกวงจวินรู้ดีว่าบาดแผลนั้นสาหัสแค่ไหนเพียงใดเพราะเขาเป็นผู้ดูแลเอาใจใส่ด้วยตัวเองทั้งสิ้น

เสิ่นกวงจวินค่อยๆ วางร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูลงบนพื้นอย่างเบามือ สังเกตเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูเม้มริมฝีปากกัดฟันแน่นพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดของบาดแผลที่หน้าอกอย่างมาก

เสิ่นกวงจวินรู้ดีว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูหลังจากเกิดอุบัติเหตุตกน้ำครานั้น นิสัยของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างชัดเจน จากคนที่เคยสนิทสนมรักใคร่ระหว่างเขากับองครักษ์อี้เฉิงจนคนคิดว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูจะเลือกใคร แต่ปัจจุบันกลับทำตัวห่างเหินไม่ยอมเข้าใกล้ถ้าไม่จำเป็น

จากคนเย่อหยิงถือตัวปัจจุบันความเย่อหยิงไม่หลงเหลือให้เห็น กลายเป็นผู้ที่เข้าได้กับทุกอย่างเป็นกันเองจนเป็นที่รักและชื่นชมของคนทั้งจวน จากคนที่เชื่อฟังคำพูดของเขาทุกอย่างโดยไม่ถามเหตุผลแต่ปัจจุบันกลายเป็นคนดื้อไม่ยอมฟังใคร ถ้าตัดสินใจอะไรแล้วจะพยายามทำให้ได้ถึงจะมีคนขัดขวางก็ตามและยังมีอีกหลายอย่างที่เซี่ยนเสี่ยวหยูเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เสิ่นกวงจวินแทบทนไม่ได้คือเซี่ยนเสี่ยวหยูจำเขาไม่ได้

ทั้งที่ตัวเองยังเจ็บปวดบาดแผลที่หน้าอกไม่น้อย แต่ก็ยังอยากจะลุกออกจากอ้อมแขนของเขา เสิ่นกวงจวินรับรู้ได้และรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง เพียงแต่เขาไม่อยากขัดใจคนเจ็บ เขาอุ้มคนเจ็บประคองให้ลุกขึ้นยืนอย่างนุ่มนวลและเบามือเพื่อไม่ให้กระเทือนบาดแผล

“ขอบคุณ” เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณเมื่อเท้าแตะพื้น แต่เสิ่นกวงจวินยังไม่ยอมปล่อยเขาเป็นอิสระ

เทพมังกรหนุ่มยังใช้แขนข้างหนึ่งคอยประคองโอบรอบเอวเขามั่นเพราะกลัวเขาจะล้ม เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่ได้ว่าอะไรเพราะตัวเขาเองก็อ่อนเพลียไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเหมือนกันและยังรู้สึกเจ็บแผลที่หน้าอกจนต้องยกมือคอยจับบ่อยครั้งทั้งที่ตอนนี้มีผ้าพันแผลพันเรียบร้อย

เซี่ยนเสี่ยวหยูมองดูตนเองเห็นร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่ามีแต่ผ้าพันแผลพันกายอยู่เท่านั้นทำให้เห็นผิวกายขาวเนียน เขาไม่ได้สนใจผิวกายของตัวเองเลย แต่เขามองสีแดงสดสองจุดที่ซึมทะลุผ้าพันแผลออกมา

ภาพแมงมุมยักษ์ยืนค่อมร่างของเขาและฝังสองเขี้ยวแหลมคมลงบนปีกทะลุถึงเนื้อแผ่นอกเลือดทะลักทะลุสาดกระเซนก่อนที่ร่างกายของเขาจะเป็นอัมพาตไปทั้งตัว โดนใยแมงมุมพันรอบกายอย่างรวดเร็วทุกอย่างมืดสนิท มันอึดอัด เขาหายใจไม่ออก มันเป็นวินาทีแห่งความตาย เหมือนเขากำลังอยู่ในเงื้อมือของมัจจุราชที่กำลังคร่าชีวิตของเขา เซี่ยนเสี่ยวหยูนึกแล้วยังหวาดกลัวร่างกายสั่นเทิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เสินกวงจวินสัมผัสได้ถึงอาการสั่นของเซี่ยนเสี่ยวอยู เขามองเห็นแววตาของความหวาดกลัวและร่างกายที่สั่นเทิ้มของเซี่ยนเสี่ยวหยู เขาพอจะเดาได้ว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูกำลังคิดอะไร

“อ่ะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูสะดุ้งสุดตัวเมื่อแขนของเสิ่นกวงจวินกำลังโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยน ความรักความอบอุ่นแผ่ลึกเข้าสู่ภายในอย่าลืมตัว

เซี่ยนเสี่ยวหยูพยายามตั้งสติสลัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจากส่วนลึกของจิตใจ ‘อาเฉิน’ ฉันมีนายเพียงคนเดียว เขาพยายามบอกกับตัวเองทั้งที่รู้สึกเจ็บแปลบในอกจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจ

“เจ็บแผลมากหรือ?” เสิ่นกวงจวินแสดงความห่วงใยทั้งน้ำเสียงสีหน้าท่าทางอย่างเห็นได้ชัด

เซี่ยนเสี่ยวหยูส่ายหน้าปฏิเสธ “ช่วยพาข้าไปหาคนอื่นหน่อยได้ไหม?” เขาจับแขนของเสิ่นกวงจวินเพื่อยึดให้มั่นขณะยืน ก่อนกล่าวข้อร้องพร้อมส่งแววตาอ้อนวอน

“อือ” เสิ่นกวงจวินขานรับก่อนหยิบเสื้อมาคลุมบนกายของเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างเบามือ

“ข้าจะประคองเจ้าออกไป” เสิ่นกวงจวินกล่าว แล้วแขนข้างหนึ่งก็ประคองโอบรอบลำตัวมือจับเอวผอมบางกระชับ แขนอีกข้างเซี่ยนเสี่ยวหยูยังจับมั่นเพื่อเป็นที่ยึดขณะยืน

เซี่ยนเสี่ยวหยูสัมผัสได้ถึงแขนที่โอบด้านหลังและมือแข็งแรงที่ประคองจับเอวของเขา เขาเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างของเสิ่นกวงจวินที่เรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เขาคลายมือที่จับแขนอีกข้างของเสิ่นกวงจวินออกอย่างสุภาพ

“จับไว้เดี๋ยวล้ม” เสียงเรียบแต่เข้มกว่าปกติดังขึ้นทันทีที่มือของเซี่ยนเสี่ยวหยูคลายออกจากการจับแขนของเขา ทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูต้องจับกระชับแขนแข็งแรงของเสิ่นกวงจวินไว้เหมือนเดิม

เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินออกมาจากกระโจมโดยมีเสิ่นกวงจวินประคองอยู่ข้างกายอย่างใกล้ชิด เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นกระโจมอีกสองหลังตั้งอยู่ไม่ห่างจากกัน ข้างกระโจมมีลำธารขนาดเล็กสายหนึ่ง ท้องฟ้าสว่างสดใสปลอดโปร่ง ลมพัดเย็นสบาย นกร้องแว่วเสียงไพเราะ นึกชมคนหาทำเลที่ตั้งกระโจมได้ดี ปรากฏรอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าของเซี่ยนเสี่ยวหยู

“อาหยู” องครักษ์เทียนฉีเดินออกมาจากกระโจมพอดีร้องทักทันทีที่มองเห็นเซียนเสี่ยวหยู

เมื่อเดินเข้ามาใกล้องครักษ์เทียนฉีโค้งทำความเคารพเสิ่นกวงจวินอย่างนอบน้อมเหมือนทุกครั้ง เขามองเห็นมือของเซี่ยนเสี่ยวหยูจับแขนของเสิ่นกวงจวินมั่นเพื่อพยุงกาย สังเกตเห็นมือของเสิ่นกวงจวินอีกข้างประคองจับอยู่ที่เอวบางของเซี่ยนเสี่ยวหยูมั่น องครักษ์เทียนฉีอดแอบยกยิ้มที่มุมปากไม่ได้

เมื่อก่อนเซี่ยนเสี่ยวหยูดูแลเอาใจใส่เทพมังกรเสิ่นกวงจวินกับองครักษ์อี้เฉิงจนทุกคนสงสัยว่าเขามีใจให้ใครกันแน่ แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์จมน้ำครั้งนั้นเซี่ยนเสี่ยวหยูก็เปลี่ยนมาก จดจำใครไม่ได้เลย ทำอะไรก็ไม่เป็นต้องให้เตียนชิงเอ๋อคอยแนะนำสั่งสอน ความสนิทสนมเอาใจใส่ที่มีให้เสิ่นกวงจวินกับองครักษ์อี้เฉิงก็ดูห่างเหิน ทำให้องครักษ์เทียนฉีไม่รู้ว่าหนุ่มน้อยรูปงามผอมบางตรงหน้าคิดยังไงกับเทพมังกรผู้เป็นนายของตน แต่เขารับรู้ได้ว่าเสิ่นกวงจวินคิดยังไงกับชายหนุ่มรูปงามผอมบางคนนี้

“องครักษ์เทียนฉี” เซี่ยนเสี่ยวหยูทักพร้อมทำความเคารพ

“ซี้ด” เพียงงอตัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบบาดแผลที่หน้าอกจนต้องใช้มือจับ

“เจ็บ?” เสิ่นกวงจวินรีบถามด้วยท่าทางแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเห็นได้ชัด

เซี่ยนเสี่ยวหยูเงยหน้ามองเสิ่นกวงจวินเห็นนัยน์ตาสีฟ้าของเขาแสดงความเป็นห่วงอย่างจริงใจ เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มให้เขาบางๆ พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ก่อนหันไปทางองครักษ์เทียนฉี

“ข้าอยากเจอคนอื่น” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าว

“ชิงเอ๋อนอนพักอยู่ในกระโจมนี้ ส่วนซานจื่อกับเทพหนุ่มน้อยอยู่ในกระโจมนั้น” องครักษ์เทียนฉีกล่าวชี้แจง

“ทุกคนปลอดภัยดีเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” องครักษ์เทียนฉีกล่าวต่อโดยที่เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่ต้องเปลืองแรงถาม

“ขอข้าเข้าไปดูพี่ชิงเอ๋อหน่อยได้ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเอ่ยขออนุญาตองครักษ์เทียนฉีเพราะรู้ว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่รักและห่วงใยเตียงชิงเอ๋อไม่น้อยไปกว่าตน

“ได้สิ พอนางรู้สึกตัวก็บ่นอยากเจอเจ้า เป็นห่วงเจ้าตลอดเวลา” องครักษ์เทียนฉีกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง

องครักษ์เทียนฉีเดินนำมาถึงหน้ากระโจม เซี่ยนเสี่ยวหยูหยุดอยู่หน้ากระโจมเงยหน้ามองเสิ่นกวงจวินที่ยังประคองตนไม่ปล่อย เสิ่นกวงจวินชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของเซี่ยนเสี่ยวหยู

“ทำไมไม่เข้าไปล่ะ?” เสิ่นกวงจวินรู้สึกแปลกใจจึงเอ่ยถาม

“ขอข้าเข้าไปเพียงลำพังได้ไหม? พวกท่านเป็นบุรุษข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวแกมขอร้อง

เสิ่นกวงจวินคิดทบทวนความเหมาะสมควรไม่ควรแล้วจึงเอามือออกจากการประคองร่างผอมบางออกอย่างขัดต่อความรู้สึก เขาอยากจะประคองกอดร่างนี้ไปตลอดกาล

เซี่ยนเสี่ยวหยูก้าวเดินเข้าไปในกระโจมเพียงลำพังช้าๆ อย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะกระเคือนบาดแผลซึ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย เขามองเห็นเฉียนชิงเอ๋อนอนหลับตาพริ้มอยู่บนแคร่ที่ปูด้วยผ้าเนื้อนุ่ม เขามองพิจารณารอบกายของหญิงสาวผู้ที่เขารักเหมือนพี่สาวด้วยความเป็นห่วง พอเห็นว่าร่างกายของนางปลอดภัยไม่มีส่วนไหนได้รับบาดเจ็บก็รู้สึกโล่งใจ

“พี่ชิงเอ๋อ” เซี่ยนเสี่ยวหยูนั่งลงบนแคร่ข้างกายหญิงสาว

เฉียนชิงเอ๋อได้ยินเสียงที่คุ้ยเคย นางลืมตาขึ้น มองเห็นดวงหน้าขาวเนียนดวงตากลมโตนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มชัดเจนกำลังยิ้มให้นาง

“อาหยู” เตียนชิงเอ๋อรีบพยุงกายลุกขึ้นนั่งทันที ใช้สองมือสัมผัสดวงหน้าของชายหนุ่มที่นางรักเยี่ยงน้องชายแท้ๆ ตรงหน้า น้ำตาแห่งความดีใจรักและห่วงใยเอ่อไหล

“อาหยูเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เตียนชิงเอ๋อมองเสื้อที่คลุมตรงบริเวณหน้าอกของเขา องครักษ์เทียนฉีบอกนางว่า ‘อาหยูถูกแมงมุมยักษ์กัดที่หน้าอกอาการสาหัสไม่น้อย’ ทำให้นางรู้สึกเป็นกังวลนึกเป็นห่วงตลอดเวลา

‘เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก ท่านเสิ่นกวงจวินเฝ้าดูแลเขาด้วยตัวเองตลอดทั้งวันทั้งคืนตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว’ องครักษ์เทียนฉีคอยบอกอาการเจ็บของเซี่ยนเสี่ยวหยูให้นางรับรู้ทุกวัน จึงทำให้นางพอเบาใจได้บ้าง แต่ถ้าไม่ได้เห็นกับตาก็ยังวางใจไม่ได้ทั้งหมด

“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว พี่ล่ะเป็นอย่างไรบ้าง?” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทั้งที่ยังเจ็บปวดบาดแผลไม่น้อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel