บทที่ 27 มารพยัคฆ์น้อย
“ไม่” เซี่ยนเสี่ยวหยูระเบิดเสียงกึกก้อง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองประกายสีทอง นัยน์ตาสีดำเป็นเส้นตรงแนวขวาง อ้าปากส่งเสียงคำราม
“โครก” ทำให้เห็นเขี้ยวยาวแหลมคมสี่ซี่ชัดเจน มือทั้งสองข้างมีกรงเล็บแหลมคมงอกยาวออกมา ปีกสีส้มแดงเพลิงกางแผ่กว้างทำให้เสื้อผ้าบนร่างท่อนบนขาดกระจุย
“โครก” เสียงคำรามของมารพยัคฆ์ทำให้เศียรงูยักษ์ทั้งสามชะงักหันมาทางต้นกำเนิดของเสียง
ทุกคนมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูต่างตกตะลึง บุรุษร่างผอมบอบบางใบหน้าเรียวงามอ่อนหวานผิวพรรณขาวผุดผ่องราวหยกขาว กลายร่างเป็นมารพยัคฆ์ติดปีกที่มีเขี้ยวเล็บแหลมคมแววตาเป็นประกายดุร้ายไม่หวั่นเกรงสิ่งใดไม่มีคราบเซี่ยนเสี่ยวหยูคนเดิมแม้แต่น้อย
ปีกสีส้มแดงเพลิงขยับขึ้นลงทำให้ร่างของมารพยัคฆ์รอยขึ้นอยู่บนกลางอากาศ สองมือประสานพลังทำให้เกิดลูกไฟสีส้มแดงเพลิงกลางฝ่ามือสองข้าง มารพยัคฆ์กระแทกพลังฝ่ามือที่มีลูกไฟใส่เศียรงูยักษ์ทั้งสามเศียรประดุจปาระเบิดไฟใส่ไม่ยั้งอย่างรวดเร็ว
ลูกไฟสีส้มแดงเพลิงเมื่อกระแทกโดนเศียร์ของงูยักษ์แต่ละเศียร “ตูม ตูม ตูม...” เสียงระเบิดดังกึงก้องสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเปลวไฟลุกไหม้เศียรของงูยักษ์ทั้งสามเศียร
“แกร๊กกกก” งูยักษ์สามเศียรร้องโหยหวนพร้อมดิ้นทุรนทุรายเพราะความปวดแสบปวดร้อนจากเปลวไฟ
มารพยัคฆ์ติดปีกไม่รอช้า กระพือปีกพาร่างพุ่งเข้าใส่งูยักษ์สามเศียรใช้กรงเล็บที่ยาวและแหลมคมฟาดไปที่คอของงูยักษ์ทั้งสามเศียร ทำให้เศียรงูยักษ์ที่กำลังมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่นั้นขาดกระเด็นลงไปกองกับพื้นถ้ำ
แต่ละเศียรกระเด็นกันไปคนละทิศละทางโดยยังมีเปลวไฟลุกไหม้ยังไม่ดับ ไม่นานเศียรของงูยักษ์ทั้งสามก็ถูกเพลิงอัคคีของมารพยัคฆ์ลุกไหม้ไม่เหลือแม้แต่ซากสลายสิ้นเหลือเพียงรอยไหม้สีดำบนพื้นเท่านั้น
“ระวัง” เสียงตะโกนของซานจื่อดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองมารพยัคฆ์ที่ยังบินรอยอยู่กลางอากาศ
ทุกคนคิดว่าร่างของงูยักษ์ที่ไร้เศียรสิ้นชีพแล้ว แต่มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด
ซานจื่อมองเห็นส่วนหางของงูยักษ์กำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่อยู่ในคาบของมารพยัคฆ์ซึ่งกำลังบินรอยอยู่กลางอากาศ
ก่อนที่มารพยัคฆ์จะทันตั้งตัวได้ทัน ปีกสีส้มแดงเพลิงกางปกป้องโอบกอดร่างของเขาไว้ภายในก่อนที่หางของงูยักษ์จะพันรอบกายของเขาจนหายเข้าไปในร่างของงูยักษ์ที่ขดเป็นเกลียว
“โอ้ยยย” เสียงร้องของเซี่ยนเสี่ยวหยูในร่างมารพยัคฆ์เล็ดลอดออกมา ก่อนที่จะเงียบหายไปเมื่อร่างของงูยักษ์ขดม้วนเป็นเกลียวสูงจนร่างของมารพยัคฆ์มิดหายอยู่ด้านใน
“อาหยู” “คุณชายเซี่ยน” “อาหยู” ทั้งสามคนตะโกนเรียกและพยายามพยุงร่างกายของตัวเองที่ได้รับบาดเจ็บ รวบรวมพลังใช้กระบี่และง้าวใหญ่อาวุธคู่กายของตนฟาดฟันลงไปบนเกล็ดสีดำเงาของงูยักษ์ไร้เศียรเพื่อจะช่วยเอาร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูออกมาให้ได้ แต่มันไร้ประโยชน์ พลังของทุกคนรวมกันยังไม่ระคายเกล็ดดำเงาของงูยักษ์แม้แต่น้อย
“อาหยู” เตียนชิงเอ๋อหมดหนทาง น้ำตาไหลนองหน้ารวบรวมพลังและใช้กระบี่ฟาดฟันไม่ยั้งจนหมดแรงก็ยังไร้ประโยชน์
“อาหยู” เฉี่ยวเฉินรวบรวมพลังน้ำและกระบี่ ระเบิดฟาดฟันใส่ร่างงูยักษ์ น้ำตาเอ่อไหลอาบแก้ม
“คุณชายเซี่ยน” ซานจื่อเป็นทหารลูกผสมที่มีพละกำลังและพลังฝีมือสูงกว่าทหารลูกผสมทั่วไป เขารวบรวมพลังเป็นสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ร่างงูยักษ์ไร้เศียร ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความกดดันที่มิอาจช่วยเหลือคนที่เขารักและนับถือได้
ทั้งสามคนดวงตาเศร้าน้ำตานองหน้าร่างกายเหนื่อยหอบหมดเรี่ยวแรง หมดหนทางช่วยเหลือเซี่ยนเสี่ยวหยู หมดหนทางทำลายร่างงูยักษ์ตรงหน้าได้
ซานจื่อประคองร่างของเตียงชิงเอ๋อที่หมดสติล้มพับเพราะความเสียใจและหมดเรี่ยวแรง เขาอุ้มนางมาวางพิงผนังถ้ำ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างของเฉี่ยวเฉินกำลังจะล้มลงกับพื้นเพราะหมดเรี่ยวแรง ซานจื่อรีบเข้าไปประคองร่างบอบบางอาภรณ์ขาวไว้ในอ้อมแขนทันที มองเห็นใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาและยังมีอาการสะอื้นเบาๆ ซานจื่ออุ้มร่างของเฉี่ยวเฉินมาวางไว้ใกล้กับเตียงชิงเอ๋อที่ยังเป็นลมไม่ได้สติ
“อาหยู” เสียงของเฉี่ยวเฉินเครือสะอื้นแผ่วเบา เขาไม่เคยเสียใจมากแบบนี้มาก่อน
ซานจื่อได้ยินชัดเจน เขาเองก็รู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ไม่อาจช่วยคนที่รักและนับถือได้ เขาโอบร่างผอมบางของเฉี่ยวเฉินไว้แนบพิงกายของเขาเพื่อปลอบใจ
งูยักษ์ไร้เศียร์เพราะเศียรทั้งสามของมันถูกเผาไม่เหลือซากไปแล้วเหลือเพียงลำตัวยาวใหญ่และส่วนหาง มันรู้ตัวว่าต้องตายแน่ในครั้งนี้ ดังนั้นมันจึงต้องการเอาคนที่พิฆาตมันให้ตายตกไปตามกันกับมันด้วย มันจึงใช้ลำตัวและส่วนหางของมันขดม้วนเป็นเกลียวรอบกายของเซี่ยนเสี่ยวหยู ฝังร่างของเขาไว้ด้านในร่างที่นิ่งสงบไร้วิญญาณของมัน หมายให้ร่างที่อยู่ด้านในไม่มีอากาศหายใจไม่นานคนที่อยู่ด้านในก็ต้องตายตามมันไปในไม่ช้า
ขณะที่ทุกคนหมดหวังที่จะเอาร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูออกมาจากร่างของงูยักษ์ไร้เศียรได้ ลำแสงสีส้มแดงเพลิงและไอความร้อนรุนแรงเล็ดลอดออกมาจากด้านในเกลียวร่างของงูยักษ์ ทำให้ทั้งสามคนรวมตัวประคองกันออกห่างไปยืนอยู่มุมหนึ่งของถ้ำ เตรียมพร้อมรับมือเพราะไม่รู้ว่างูยักษ์ยังจะมีฤทธิ์เดชอะไรอีก
ภายในเวลาไม่นานเกลียวร่างของงูยักษ์จากสีดำเงากลายเป็นสีส้มแดงเพลิงเพราะโดนความร้อนแผดเผา ทั้งสามคนต่างมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก
“ตูม” ทันทีที่เกิดแรงระเบิดซานจื่อใช้ร่างอันสูงใหญ่เป็นกำบังปกป้องสองร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน
ร่างของงูยักษ์ที่ขดเป็นเกลียวแตกกระจายขาดกระจุยเศษซากเนื้อหนังที่ถูกเผาเป็นเถ้าถ่านดำเกลื่อนกระจายกระเด็นเต็มพื้น ผนังถ้ำ และแผ่นหลังของซานจื่อ
ทุกคนมองเห็นปีกสีส้มแดงเพลิงที่โอบกอดปกป้องร่างของมารพยัคฆ์ไว้ภายในค่อยๆ หดกลับหายไปบนแผ่นหลังเหลือเพียงรอยแดงสองเส้นบนแผ่นหลังเท่านั้น เขี้ยวเล็บแหลมคมค่อยๆ หดกลับสู่สภาพเดิม นัยน์ตาสีเหลืองทองเหมือนสัตว์ป่ากลับคืนเป็นดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเหมือนเดิม
“อาหยู” ทุกคนพุ่งไปที่ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่ตอนนี้ร่างกายกลับสู่สภาพคนปกติดังเดิม
ซานจื่อรีบเข้าไปประคองอุ้มร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ร่างของเขาจะล้มทั้งยืนลงกองกับพื้น
“ขอบใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวเสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยินก่อนหมดสติทุกอย่างดับวูบอยู่ในอ้อมแขนของซานจื่อ
หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่อสู้กับงูยักษ์สามเศียรไปแล้ว ทุกคนยังอยู่ในถ้ำใต้พื้นทะเลทรายเพื่อพักฟื้นร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บและอ่อนล้า
ซานจื่อได้รับบาดเจ็บที่หลังและขาเพราะโดนหางของงูยักษ์ฟาดกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำ เฉี่ยวเฉินช่วยใส่ยาและใช้ผ้าพันแผลรอบอกรอบขาให้เขาจนเรียบร้อย ก่อนถ่ายทอดพลังปราณภายในเพื่อช่วยสมานอาการบาดเจ็บภายในให้หายเร็วขึ้น
ซานจื่อมองเฉียวเฉินในชุดอาภรณ์ขาวพริ้วสะอาดตาที่กำลังตั้งใจใส่ยาและพันแผลให้เขา ดวงหน้าขาวผุดผาดเรียวงามมัวแต่สนใจกับการทายาและพันแผลให้คนเจ็บโดยไม่ได้สังเกตแววตาที่กำลังมองพินิจเขาเงียบๆ เขาถ่ายทอดพลังปราณภายในเพื่อรักษาบาดแผลภายในให้ซานจื่อ
“ขอบใจท่านเทพ” ซานจื่อกล่าวเสียงนุ่มเมื่อเทพหนุ่มถ่ายทอดพลังปราณภายในรักษาเขาเสร็จแล้ว
เฉี่ยวเฉินยิ้มรับไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพราะรู้สึกเหนื่อยล้าไม่น้อยหลังจากสูญเสียพลังปราณภายใน เขานั่งพิงผนังถ้ำหลับตาพริ้มเพื่อพักฟื้น
ซานจื่อมองเห็นอาการอ่อนล้าของเทพหนุ่ม เขาจึงค่อยๆ ขยับกายเข้าไปนั่งใกล้ๆ หวังให้เทพหนุ่มเอียงอิงหัวไหล่หรือลำตัวของเขาเหมือนคืนนั้น
เตียนชิงเอ๋อรู้สึกเจ็บแขนเพราะถูกหนวดงูยักษ์รัดแขนทั้งสองข้างดึงตึงจนเกือบฉีกขาด ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บที่หัวไหล่และแขนทั้งสองข้างไม่หาย นางเพียงใช้ยานวดเบาๆ บริเวณที่เจ็บปวด
เซี่ยนเสี่ยวหยูนอนราบอยู่กับพื้น รู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตา เขายังคงนอนนิ่งเพราะยังรู้สึกอ่อนเพลียจากการใช้พลังมารพยัคฆ์ต่อสู้กับงูยักษ์สามเศียร
เขาเพียงมองดูทุกคนอยู่เงียบๆ มองเห็นเตียนชิงเอ๋อนั่งขยับแขนและหัวไหล่อยู่ใกล้เขา เห็นเฉี่ยวเฉินนั่งหลับตาพิงผนังถ้ำอิงกายข้างซานจื่อที่นั่งติดอยู่กับเขา บนกายของซานจื่อมีผ้าพันแผลพันรอบอกและขาเรียบร้อย
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นทุกคนลำบากเพราะเขาที่อยากเดินทางไปเขาสายรุ้ง เพราะเรื่องส่วนตัวของเขาคนเดี่ยวแท้ๆ ถึงทำให้ทุกคนเกือบสิ้นชีพ ต้องลำบากได้รับบาดเจ็บแบบนี้
เซี่ยนเสี่ยวหยูสัญญากับตัวเอง ‘จะไม่ยอมให้เกิดอันตรายกับคนทั้งสามอีก’ เขาจะปกป้องทุกคนจนสุดความสามารถถึงจะแลกด้วยชีวิตก็ยอม
“ตื่นแล้ว?” เตียนชิงเอ๋อทักขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อมองเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูลืมตา
“เจ้าเป็นยังไงบ้าง?” นางถามอย่างห่วงใย
