บทที่ 26 ยิ้มให้ครั้งแรก
ขณะที่เฉี่ยวเฉินยืนฟังเตียงชิงเอ๋ออธิบายอย่างตั้งใจทั้งที่ยังถือเชือกไว้ในมือยังไม่ขยับผูกรอบเอวของตนเอง
ซานจื่อถือวิสาสะหยิบเชือกในมือของเฉี่ยวเฉิน ทำให้บุรุษอาภรณ์ขาวสะอาดหันมามองชายร่างสูงใหญ่ด้วยความแปลกใจ ซานจื่อไม่กล่าวคำใดเขาใช้เชือกพันรอบเอวของเฉี่ยวเฉินอย่างเบามือทำให้เฉี่ยวเฉินตะลึงยืนแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ชายร่างสูงใหญ่บึกบึนผู้นี้กำลังผูกเชือกรอบเอวให้เขา?
หัวใจของเฉี่ยวเฉินเต้นแรงผิดจังหวะ ไม่เคยมีใครทำอะไรใกล้ชิดให้เขาขนาดนี้มาก่อน แม้กระทั้งเทพพิรุณไท่ปี่หลันผู้เป็นมารดา นางเป็นคนเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว นางสั่งสอนให้เขาทำอะไรด้วยตัวเอง
ครั้งหนึ่งเขาเคยหกล้มเทพวารีเฉินอี้ผู้บิดาจะเข้าไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้นนางยังดุและห้ามไม่ให้ช่วย ทำให้เขาต้องอดทนลุกขึ้นด้วยตัวเอง ฝึกวิชาเรียนรู้กับท่านอาจารย์เพียงลำพังมาตลอดโดยไม่เคยเอ่ยปากของความช่วยเหลือจากผู้ใด ใบหูของเทพหนุ่มอาภรณ์ขาวพริ้วบางตอนนี้เป็นแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว
หลังจากผูกเชือกที่เอวของเฉี่ยวเฉินเรียบร้อยแล้ว ซานจื่อใช้เชือกที่เหลือผูกรอบเอวตัวเองเป็นคนสุดท้าย
เมื่อเห็นว่าทุกคนผูกเชือกรอบเอวเรียบร้อยครบแล้ว เตียนชิงเอ๋อจึงเริ่มออกเดินนำหน้าบนพื้นทะเลทราย โดยทุกคนต้องเดินไปในระยะใกล้กัน ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไปเพราะเชือกเป็นตัวบังคับ ต่างเดินจูงม้าของตนไปเรื่อยๆ ทรายจำนวนมากทำให้การเดินเป็นไปโดยลำบากกว่าปกติ
“อากาศร้อนสุดๆ เจ้าเรียกฝนให้ตกคลายร้อนหน่อยสิ” เซี่ยนเสี่ยวหยูมองดวงตะวันที่แผ่ความร้อนไปทั่วพื้นทะเลทรายกล่าวขึ้นพร้อมกับหันไปมองเฉี่ยวเฉินที่เดินอยู่ไม่ไกล
“เจ้าจะให้ข้าเรียกจริงๆ?” เฉี่ยวเฉินถามเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเพียงล้อเล่นหรือจริงจังกันแน่
“อือ หรือเจ้าไม่ร้อน? ซานจื่อเจ้าร้อนไหม?” เซี่ยนเสี่ยนหยูขานรับเหมือนจะหมดเรี่ยวแรงเพราะความร้อน ก่อนชะโงกหน้าไปถามซานจื่อที่เดินอยู่หลังสุดเพื่อหาพวก
ทันใดนั้นร่างของซานจื่อผลุบหายลงไปใต้พื้นทรายต่อหน้าต่อตาเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างรวดเร็ว
“โอ้ย” เสียงของซานจื่อร้องตกใจก่อนที่ร่างจะหายลงไปใต้พื้นทราย
“โอ้ย” “โอ้ย” “ว้าย” เสียงร้องตกใจสุดขีดของทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมกันเมื่อเชือกที่ผูกเอวตึงดึงรั้งร่างของทั้งสามคนจมดิ่งหายลงไปใต้พื้นทรายต่อจากซานจื่อ เฉี่ยวเฉิน เซี่ยนเสี่ยวหยู และเตียนชิงเอ๋อ
“ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ” ซานจื่อตกลงถึงพื้นเบื้องล่างใต้ผืนทรายเป็นคนแรกโดยมีเฉี่ยวเฉินตกลงมาบนร่างของเขาเป็นคนที่สองโดยไม่ได้ตั้งใจ เซี่ยนเสี่ยวหยูตกลงบนพื้นไม่ห่างเป็นคนที่สามและเตียนชิงเอ๋อหล่นทับบนร่างของเขาอีกทีเป็นคนที่สี่
“ข้าขอโทษ” เฉี่ยวเฉินกล่าวกับซานจื่ออย่างเขินอายเมื่อพบว่าร่างของเขาทับอยู่บนกายของซานจื่อ
ซานจื่อยิ้มอ่อนโยนเป็นการตอบรับ เฉี่ยวเฉินเพิ่งเคยเห็นรอยยิ้มของบุรุษตรงหน้ายิ้มให้เขาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้พบเจอกันมาตลอดการเดินทาง
จากบุรุษที่มีใบหน้าเคร่งขรึมดุดันแต่พอยิ้มแล้วช่างเป็นใบหน้าที่อ่อนโยนน่ามองไม่น้อย พอรู้สึกตัวเฉี่ยวเฉินจึงรีบขยับกายลุกขึ้นทันที
“อู้ยยย” แรงกระแทกทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดใช้มือลูบคลำบริเวณก้นและขาที่รู้สึกเจ็บ
“พี่เป็นอะไรไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูพยุงร่างของเตียนชิงเอ๋อให้ลุกขึ้นอย่างห่วงใย
“อือ” เตียนชิงเอ๋อขานตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ
เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นพื้นที่โล่งกว้างเหมือนถ้ำขนาดใหญ่ แต่พอมองไปอีกด้านทุกคนต้องเงยหน้าตกตะลึงตาค้างเพราะสัตว์ประหลาดลำตัวยาวและใหญ่กว่าสามคนโอบมีเกล็ดสีดำเป็นเงาวาวเหมือนงูแต่ส่วนหัวแยกออกเป็นสามเศียร แต่ละเศียรมีหนวดสองเส้นยาวกวัดแกว่งไปมา
เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่เคยพบไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนมันเหมือนสัตว์ประหลาดสามเศียรหลุดออกมาจากเทพนิยาย พอเจอเข้ากับของจริงตัวเป็นๆ ของงูยักษ์สามเศียรตรงหน้า ณ ขณะนี้ ทำให้เขาขนหัวลุก หวาดกลัว ทำอะไรไม่ถูก ปากอ้าตาค้างตัวแข็งทื่อ
ณ ตอนนี้หนวดยาวสีดำเส้นหนึ่งตรงออกมาจากหัวของงูยักษ์เศียรหนึ่งพันอยู่ที่ขาของซานจื่อ ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาตกลงมาเบื้องล่างใต้ทะเลทรายแห่งนี้
เตียนชิงเอ๋อกับเฉี่ยวเฉินพยายามตั้งสติเรียกกระบี่คู่กายมาไว้ในมือ เตียนชิงเอ๋อฟันเชือกที่รัดเอวระหว่างนางกับเซี่ยนเสี่ยวหยูให้ขาดออกจากกัน เฉี่ยวเฉินก็ฟันเชือกที่รัดเอวระหว่างตัวเขากับเซี่ยนเสี่ยวหยูขาดออกเหมือนกัน แต่เขายังไม่ยอมฟันเชือกระหว่างตนกับซานจื่อ
“ฟันเชือก” ซานจื่อตะโกนบอกเสียงดังเมื่อเห็นเฉี่ยวเฉินไม่มีทีท่าจะฟันเชือกระหว่างตนกับเขาสักที
งูยักษ์สามเศียรใช้นวดเส้นที่รัดขาของซานจื่อดึงร่างของเขารอยขึ้นจากพื้น หมายจะหย่อนร่างของเขาใส่ลงไปในปากหนึ่งที่อ้ารออยู่ก่อนแล้ว
ทำให้ร่างของเฉี่ยวเฉินที่ยังผูกเชือกติดกับกายของซานจื่อลอยติดไปด้วย เฉี่ยวเฉินพยายามควบคุมสติใช้กระบี่คู่กายในมือฟันหนวดงูยักษ์เส้นนั้นขาดสะบั้นทำให้ร่างของซานจื่อเป็นอิสระตกลงบนพื้นพร้อมกับเขา
เฉี่ยวเฉินรีบเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ของซานจื่อโดยไม่ได้กล่าวคำใดด้วยใบหน้าที่เป็นห่วงเป็นใย
“ขอบใจ” ซานจื่อกล่าว เขามองเห็นดวงตาของฝ่ายตรงข้ามมีแววห่วงใยโดยไม่ต้องมีคำกล่าวใด
เฉี่ยวเฉินเห็นซานจื่อปลอดภัยเป็นปกติดี เขาจึงใช้กระบี่ในมือตัดเชือกระหว่างเขากับซานจื่อให้เป็นอิสระต่อกัน
ซานจื่อมองใบหน้าเรียวงามของบุรุษอาภรณ์ขาวสะอาดร่างบอบบางที่ช่วยชีวิตเขาอย่างซาบซึ้ง
เตียนชิงเอ๋อใช้กระบี่ต่อสู้กับอีกสองเศียรของงูยักษ์อย่างแข็งขัน บนเศียรของงูยักษ์ราบเรียบมันมะเมื่อมแต่มีนวดยาวสีดำเงาพุ่งตรงเข้าใส่มัดที่แขนของเตียนชิงเอ๋อทั้งสองข้างตรึงนางไว้กลางอากาศ
งูยักษ์มองเหยื่อที่ตรึงอยู่กลางอากาศด้วยดวงตาแดงก่ำ มันแลบลิ้นสองแฉกสีแดงสด มองเตียนชิงเอ๋อเป็นเหยื่ออันโอชะ เศียรหนึ่งอ้าปากกว้างหมายจะงับร่างของนาง
ซานจื่อใช้ง้าวใหญ่คู่กายต่อสู้กับงูยักษ์อีกเศียร พลาดท่าโดนงูยักษ์ใช้หางที่มีเกล็ดแข็งแกร่งปานเหล็กกล้าฟาดกระเด็นไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรง
“โครม” ทำให้เขากระอักเลือดคำโตออกจากปาก พอขยับร่างกายจะลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หลังและขาจนเขาต้องทรุดกายลงกับพื้นอีกครั้ง
เฉี่ยวเฉินรวบรวมพลังเรียกน้ำออกมาจากฝ่ามือ ให้สายน้ำพุ่งโจมตีเศียรงูยักษ์อย่างแรง
“ตูม” เสียงระเบิดพลังน้ำดังสนั่นทำให้ถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนมีก้อนหินหล่นกระจายเต็มพื้นถ้ำ
แต่ระเบิดพลังน้ำมิอาจระคายผิวของงูยักษ์ ดวงตาของเศียรนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธ มันอ้าปากโชว์เขี้ยวยาวแหลมพุ่งเศียรนั้นหมายจะงับร่างเฉี่ยวเฉินให้ดับดิ้น
เซี่ยนเสี่ยวหยูเพียงคนเดียวที่ยังยืนตะลึงเหมือนคนสติแตกเมื่อมองเห็นงูยักษ์สามเศียรต่อสู้กับทุกคนอย่างดุเดือด เขาพยายามรวบรวมสติมองดูการต่อสู้ของทั้งสามคนกับงูยักษ์สามเศียร์ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นสั่นไหว
มือเท้าของเขาสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาจะสามารถช่วยเหลืออะไรคนทั้งสามได้ทั้งที่ตอนนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ในอันตราย กำลังจะโดนกลืนกิน เขาจะทำอย่างไรดี ทุกคนเป็นคนที่เขารักและห่วงใย ทุกคนต้องไม่ตาย ทุกคนทำเพื่อเขา แล้วเขาล่ะทำอะไรเพื่อพวกเขาได้บ้าง พวกเขาต้องไม่ตายต้องไม่เป็นอะไร
