บท
ตั้งค่า

บทที่ 24 กรงเล็บพยัคฆ์

“ลูกธนูแค่นี้คิดว่าจะทำอะไรข้าได้?” จอมมารเล่าหู่หยิบลูกธนูในมือที่ยังมีเลือดสีแดงสดไหลหยดอยู่ที่ปลายลูกศรเหล็กแหลม

เขาหันหน้ามองทหารมารที่ถือคันธนู ซึ่งตอนนี้ทหารมารผู้นั้นหน้าตาตื่นตัวสั่นเทิ่ม เมื่อเห็นว่าลูกธนูที่เขายิงออกไปนั้นไม่สามารถปลิดชีพของจอมมารเล่าหู่ตรงหน้าได้

“เฟี่ยว” จอมมารเล่าหู่กระดิกนิ้วเพียงแผ่วเบาลูกธนูพุ่งออกจากมือตรงไปยังทหารมารผู้นั้นทันที

“อ๊ากก” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของทหารมารผู้นั้นดังขึ้นเมื่อลูกธนูปักที่อกของเขาซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับของจอมมารเล่าหู่อย่างจัง ทำให้ทหารมารผู้นั้นล้มลงสิ้นลมร่างสลายกลายเป็นเถ้าธุลีดินท่ามกลางสายตาของเพื่อนทหารมารด้วยกัน

“ฆ่ามัน” “พวกเราบุกเลย” “ฆ่ามันเลย” เสียงทหารมารต่างตะโกนก้องเพราะความโกรธแค้นที่เห็นเพื่อนทหารมารถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา

ทหารมารมองหน้ากันและกันก่อนร่วมแรงวิ่งบุกไปข้างหน้าตรงเข้าใส่สองจอมมารโดยไม่รอฟังคำสั่งหรือคำทักท้วงของหัวหน้ามารที่ยืนคุม

ทหารเทพและทหารลูกผสมมองเห็นทหารมารวิ่งบุกไปข้างหน้าโดยไม่ยำเกรง พวกเขาจะยืนเฉยอยู่ได้อย่างไร ถ้าทหารมารจับจอมมารทั้งสองได้ พวกเขาจะต้องได้หน้าได้ตาทำตัวเหนือพวกตน

ทหารเทพ ทหารลูกผสมต่างมองหน้าทหารเผ่าเดียวกันและพยักหน้าให้กันเป็นสัญญาณก่อนวิ่งบุกไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวเกรงเช่นกัน จำนวนทหารสามเหล่าทัพมากนับพันนับหมื่นจะพ่ายแพ้จอมมารเพียงสองคนได้อย่างไร ความคิดฮึกเหิมกับจำนวนพวกทหารด้วยกันทำให้วิ่งบุกไปข้างหน้าอย่างไม่กลัว

จอมมารโมกุ่ยประสานพลังไว้ที่ฝ่ามือยันออกไปเบื้องหน้าอย่างแรง ลมพายุสายหนึ่งกระแทกเหล่ากองทัพทหารนับพันกระอักเลือดร่างปลิวกระจายลอยไปกระแทกซึ่งกันและกันล้มระเนระนาดเกลื่อนพื้น

ดวงตาสีเหลืองทองของจอมมารเล่าหู่ส่องประกายวับวาว แยกเขี้ยวแหลมคม มีเขาคล้ายกระทิงแหลมคมงอกออกมาจากศีรษะ ขนสีดำงอกยาวออกมาปกคลุมทั่วใบหน้า มือเท้าทั้งสี่ข้างมีเล็บสีดำเงาแหลมคมงอกยาวออกมา

“โครก” จอมมารเล่าหู่ในร่างพยัคฆ์อ้าปากคำรามเสียงดังกึกก้องไปไกลหลายลี้ ทำให้ทหารทั้งสามเหล่าทัพต่างเจ็บปวดแก้วหูจนเลือดไหลออกมาด้านนอกหลายร้อยคน ทุกคนต้องเอามือปิดป้องหูเพื่อลดการได้ยินและบรรเทาความเจ็บปวด บางคนคนความเจ็บปวดไม่ไหวล้มลงไปนอนกับพื้นดิ้นทุรนทุราย

ผู้นำเทพมารที่พลังปราณภายในระดับสูงย่อมทนต่อเสียงคำรามของจอมมารเล่าหู่ได้ระดับหนึ่ง ถึงจะไม่เจ็บปวดทรมานมากเหมือนเหล่าทหารระดับล่างแต่ก็รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย

เทพวารีเฉินอี้มองเห็นเหล่าทหารล้มระเนระนาดเพราะพลังฝ่ามือของจอมมารโมกุ่ยและเสียงคำรามของจอมมารเล่าหู่ เขารวบรวมพลังเรียกน้ำจากสายน้ำที่อยู่ไม่ไกลให้ไหลเป็นสายหมุนเป็นวงกลมลอยพุ่งตรงโถมเข้าปะทะใส่ต้านพลังฝ่ามือของจอมมารโมกุ่ยอย่างแรง แรงปะทะของน้ำจำนวนมากทำให้จอมมารโมกุ่ยร่างลอยกระเด็นตกกระแทกกับพื้นเปียกปอนไปทั้งตัว

เทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อจ้องมองจอมมารเล่าหู่ด้วยดวงตาดุดันเกลียดชังและเครียดแค้น เขาประสานฝ่ามือเข้าหากันก่อให้เกิดลูกไฟดวงใหญ่สีส้มแดงเพลิงสว่างเจิดจ้า เขาขว้างลูกไฟดวงนั้นออกไปโดยแรง ทำให้ลูกไฟพุ่งตรงไปยังร่างของจอมมารเล่าหู่อย่างรวดเร็ว

จอมมารเล่าหู่มองเห็นลูกไฟดวงใหญ่กำลังพุ่งตรงมาหาตนอย่างรวดเร็ว เขารีบยกมือสองข้างที่มีกรงเล็บยาวสีดำแหลมคมขึ้นปล่อยพลังแสงสีดำต้านลูกไฟให้แตกกระจายกลางอากาศก่อนจะกระทบร่างของเขาได้อย่างหวุดหวิด นัยน์ตาสีเหลืองทองของเขาจ้องประสานกับนัยน์ตาของเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อ ต่างฝ่ายต่างไม่หลบสายตาเหมือนมีสายฟ้าแห่งความเครียดแค้นและเกลียดชังสองสายพุ่งประสานกันให้แตกหักโดยไม่มีคำกล่าวใด

จอมมารโมกุ่ยพยุงกายของตนลุกขึ้นยืนมองไปทางเทพเวรีเฉินอี้บุรุษผิวขาวสะอาดรูปร่างสูงสง่าใบหน้าเรียวงามเกลี้ยงเกลายืนสง่า ข้างกายมีเทพพิรุณไท่ปี่หลันผู้ภรรยายืนอยู่ไม่ไกล มุมปากของจอมมารโมกุ่ยปรากฎรอยยิ้มเยาะมิอาจคาดเดา

“เทพวารีเฉินอี้รูปงามและฝีมือร้ายกาจสมคำร่ำลือ” จอมมารโมกุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

“มิน่าสตรีน้อยใหญ่ต่างหมายปอง” ประโยคนี้กล่าวออกไปสายตาก็มองไปที่เทพพิรุณไท่ปี่หลัน

“แต่ข้าได้ยินมาว่าสตรีที่ท่านหมายปองกลับไม่สนใจท่าน ไม่รู้ข้าได้ยินมาผิดหรือไม่?” จอมมารโมกุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันดวงตายิ้มเยาะ วาจากล่าวกับเทพวารีเฉินอี้แต่สายตามองไปที่เทพพิรุณไท่ปี่หลัน

คำพูดของจอมมารโมกุ่ยทำให้เทพพิรุณไท่ปี่หลันรู้สึกไม่พอใจ นางมองหน้าเทพวารีเฉินอี้ผู้สามีซึ่งยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉยเหมือนคนไร้อารมณ์ เขาไม่ได้หันมามองนาง สายตายังคงจับจ้องจอมมารโมกุ่ยนิ่ง นางหันไปมองจอมมารโมกุ่ยที่ยังส่งสายตายิ้มเยาะให้นางกับสามีอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านพี่รีบจับมันโดยเร็วเถิดปล่อยให้มันพล่ามอะไรไม่เข้าหูอยู่ได้” เทพพิรุณไท่ปี่หลันเป็นคนใจร้อนแต่นางก็มีจิตใจดีเทพวารีเฉินอี้ผู้สามีรู้ดีกว่าใคร

“ท่านพี่ไม่จัดการข้าจัดการเอง” เทพพิรุณไท่ปี่หลันมองเห็นสามียังเงียบไม่ยอมเคลื่อนไหว นางผู้มีความอดทนน้อยจึงกล่าวก่อนสะกิดปลายเท้ากระโดดร่างรอยออกไป

“ปี่หลัน” เทพวารีเฉินอี้เรียกนางแต่ช้าไปแล้วร่างของนางรอยออกไปยืนอยู่เบื้องหน้าของจอมมารโมกุ่ยแล้ว

จอมมารโมกุ่ยตั้งใจมองเทพพิรุณไท่ปี่หลันตรงหน้าด้วยสายตาเยาะหยัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นางไม่พอใจโกรธเคืองมากๆ ยิ่งโกรธมากเท่าไหร่สติของนางก็จะยิ่งน้อยลง การควบคุมตัวเองก็จะลดลงตามไปด้วย

เป็นไปตามความคาดหมายเทพพิรุณไท่ปี่หลันใช้ร่มพิรุณเมฆาอาวุธคู่กายฟาดฟันใส่จอมมารโมกุ่ยไม่ยั้งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จอมมารโมกุ่ยมีพลังปราณภายในสูงส่งเขาสามารถคล่องแคล่วว่องไวหลบหลีกร่มพิรุณเมฆาของนางได้อย่างฉับไว ทำให้เทพพิรุณเกิดบันดาลโทสะมากขึ้นทวีคูณ นางกางร่มพิรุณเมฆาออกอย่างรวดเร็วทำให้อาวุธลับเข็มสายฝนพิฆาตขนาดเล็กยาวประมาณ 2 ชุ่น ประดุจสายฝนพุ่งออกมาจากก้านตรงกลางของร่มพิรุณเมฆาพุ่งเข้าใส่จอมมารโมกุ่ยนับร้อยสาย จอมมารตกใจแต่ก็พยายามตั้งสติหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วได้สำเร็จ

จอมมารทั้งสองหันหลังชนกันอีกครั้ง “ข้าจะสกัดพวกเขาไว้ เจ้าหนีไปก่อน” จอมมารโมกุ่ยกระซิบพอได้ยินสองคน

“ไม่ ไปด้วยกัน ตายด้วยกัน” จอมมารเล่าหู่กระซิบตอบ

“รอดคนหนึ่งยังมีโอกาสมาช่วยได้ ดีกว่าตายทั้งคู่” จอมมารโมกุ่ยกระซิบใบหน้ายิ้ม

จอมมารทั้งสองรักใคร่เหมือนเป็นพี่น้อง ทั้งสองร่วมต่อสู้ช่วยเหลือกันมานานหลายหมื่นปีมาแล้ว

ทหารทั้งสามเหล่าทัพลุกขึ้นยืนตั้งหลักได้อีกครั้งต่างโกรธแค้นที่จอมมารทั้งสองทำให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตายไปตามๆ กัน ต่างพากันกรูเข้าโจมตีโรมรันอีกครั้ง

สองจอมมารใช้พลังภายในตอบโต้โดยไม่ต้องสัมผัสตัว มันไม่ยากที่จะรับมือกับเหล่าทหารทั้งสามเหล่าทัพ แต่เทพพิรุณไท่ปี่หลัน เทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อ และจอมมารมูเหมิงฉีต่างเข้าร่วมโจมดีด้วย ทำให้จอมมารทั้งสองยากจะรับมือ พลาดโดนพลังของเทพมารทั้งสามไปหลายกระแสจนได้รับบาดเจ็บ

จอมมารโมกุ่ยเห็นจอมมารเล่าหู่พยายามเอาร่างกายของเขาบังพลังที่พุ่งมาทำร้ายตนหลายกระแสจนได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อย โดนลูกไฟอัคคีของเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อกระแทกหน้าอกจนกระอักเลือดคำโต

จอมมารมูเหมิงฉีได้ยังหวะฟันง้าวใหญ่ใส่จอมมารเล่าหู่ที่กำลังกระอักเลือดหมายจะซ้ำ แต่จอมมารโมกุ่ยมองเห็นเขาใช้แส้สีดำมีฟันเหมือนเลื่อยรับง้าวใหญ่ก่อนที่จะฟันโดนตัวจอมมารเล่าหู่ ทำให้เทพพิรุณไท่ปี่หลันไม่พอใจดึงด้ามของร่มพิรุณเมฆาออกมาเป็นกระบี่เงาวาววับพุ่งเข้าไปประชิดตัวจอมมารโมกุ่ยหมายจะใช้กระบี่แทงร่างของเขา

จอมมารโมกุ่ยรอจังหวะนี้มานานแล้ว เมื่อเทพพิรุณไท่ปี่หลันเข้าประชิดตน เขาได้จังหวะพลิกกายหมุนไปกระกบอยู่ด้านหลังของนางอย่างรวดเร็ว

“โอ๊ะ” เทพพิรุณไท่ปี่หลันรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอ จอมมารโมกุ่ยใช้ปลายนิ้วเช็ดหยดเลือดที่ซึมออกมาเพียงเล็กน้อยไม่ถึงหยดที่ต้นคอของนางอย่างฉับไว ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากอกเสื้อปาลงกับพื้นทันที

“ตูม” เสียงระเบิดดังสนั่น ควันสีขาวคละคลุ้งกระจายรอบตัวเทพพิรุณไท่ปี่หลันกับจอมมารโมกุ่ยไปชั่วขณะ ทำให้ทุกคนหยุดมือเพราะกลัวพลาดไปโดนพวกเดี่ยวกันและเทพพิรุณไท่ปี่หลัน

ขณะนั้นจอมมารเล่าหู่ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย เพราะเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อกับจอมมารมูเหมิงฉีพยายามร่วมกันโจมตีเขาเพียงผู้เดียว โดยเฉพาะเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อมุ่งโจมตีเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรงตลอดเวลา

เทพมังกรเสิ่นกวงจวินสังเกตการต่อสู้ของทั้งสองคน พบว่าเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อพยายามโจมตีอย่างรุนแรงและรวดเร็วสุดพลังเพื่อให้อีกฝ่ายสิ้นชีพ แต่จอมมารเล่าหู่ทำเพียงรับมือหลบหลีกไม่ตอบโต้รุนแรง ทั้งที่ดูโดยรวมแล้วทั้งรูปร่างอายุและฝีมือของจอมมารเล่าหู่น่าจะเหนือกว่าเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อไม่น้อย

‘บาดเจ็บจนหมดแรง? แต่ก็ไม่น่าเป็นไปได้’ เทพมังกรเสิ่นกวงจวินตัดสินใจเข้าไปช่วยเทพอัคคีอีกแรง

จอมมารเล่าหู่มองเห็นบุรุษผิวขาวรูปร่างสูงสง่าน่าเกรงขามกระโดดพลิ้วกายลงมาอยู่เบื้องหน้า ร่วมมือกับเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อเพื่อสู้รบกับตน จอมมารเล่าหู่ต่อสู้ประมือกับเทพมังเสิ่นกวงจวินโดยไม่คิดออมมือ

ขณะที่เทพอัคคีพยายามปล่อยลูกไฟอัคคีใส่จอมมารอีกแรง แต่จอมมารเล่าหู่หลบหลีกไม่ยาก เขาใช้กายของเทพมังกรเสิ่นกวงจวินเป็นโล่กำบังทุกครั้ง ทำให้เทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อปล่อยลูกไฟโจมตีเขาไม่ง่าย

เทพมังกรเสิ่นกวงจวินมองเจตนาของจอมมารเล่าหู่ที่ใช้ตนเป็นโล่กำพังออก นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลส่งประสานกับองครักษ์ทั้งสองเพียงแวบเดียว ซึ่งองครักษ์ทั้งสองต่างก็เข้าใจความหมายช่วยกันบุกเข้าประชิดตัวจอมมารเล่าหู่ทันที

องครักษ์เทียนฉีอยู่ด้านหน้าองครักษ์อี้เฉิงอยู่ด้านหลัง สององครักษ์ประสานกันเป็นหนึ่งทำให้จอมมารเล่าหู่ที่อยู่ตรงกลางพยายามต้านกระบี่ในมือขององครักษ์ทั้งสองที่ฟาดฟันเขาพัลวัน

จังหวะหนึ่งจอมมารเล่าหู่ใช้พลังฝ่ามือกรงเล็บพยัคฆ์ฟาดใส่องครักษ์เทียนฉีอย่างแรงหมายจะเอาชีวิต เทพมังกรเสิ่นกวงจวินปล่อยพลังแหวนมังกรขึ้นบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็วก่อนแปลงร่างกลายเป็นมังกรเกล็ดสีเงินสะท้อนแสงเลื้อยพุ่งพันร่างขององครักษ์เทียนฉีไว้ภายในเพื่อไม่ให้โดนกรงเล็บพยัคฆ์ของจอมมารเล่าหู่

“ควับ” กรงเล็บพยัคฆ์ฟาดไปบนลำตัวมังกรเต็มกำลัง เกล็ดมังกรสีเงินถูกกรงเล็บฉีกขาดเป็นทางยาวสามสี่เส้นเจาะลึกถึงเนื้อด้านในเลือดไหลสาดกระเซ็น ดวงตาสีทองของเทพมังกรบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ

องครักษ์เที่ยนฉีที่ถูกเทพมังกรเงินเสิ่นกวงจวินม้วนรัดไว้ภายในกายรับรู้ได้ทันที ถ้ากรงเล็บของจอมมารเล่าหู่ฟาดมาที่ตน เขาจะต้องสิ้นชีพทันทีเพราะมีความรุ่นแรงไม่น้อย ขนาดเทพมังกรเสิ่นกวงจวินผู้เป็นนายกลายร่างเป็นมังกรมีเกล็ดที่แข็งเกร็งดุจเพชร กรงเล็บของจอมมารเล่าหู่ยังสามารถทะลุเกล็ดมังกรเข้าไปถึงเนื้อด้านในได้

“ท่านเทพ” องครักษ์เทียนฉีรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวภายในอย่างมาก เมื่อเห็นอาการเจ็บปวดของผู้เป็นนาย ดวงตาของเขาแดงก่ำพร้อมกับน้ำใสเอ่อคลอ

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์เทพมังกรเสิ่นกวงจวินได้รับบาดเจ็บเพราะโดนกรงเล็บของจอมมารเล่าหู่ฟาดใส่ พลังแหวนมังกรสีขาวสว่างใสจากจุดเล็กๆ ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าตอนนี้ขยายตัวเป็นห่วงใหญ่วงกว้างสีขาวสว่างใส และแยกตัวออกจากกัน จากหนึ่งห่วงเป็นห้าห่วง มันกำลังรอยตกลงมาคล้องรอบกายของจอมมารเล่าหู่อย่างรวดเร็ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel