บท
ตั้งค่า

บทที่ 23 ล้อมจับจอมมาร

เขาลืมตาขึ้นมองเมื่อทุกคนเงียบเสียงหลับไหลกันหมดแล้ว เขามองเซี่ยนเสี่ยวหยูที่นั่งพิงต้นไม้กอดอกนิ่งโดยมีเตียนชิงเอ๋อนอนห่มผ้าอยู่ที่ตัก มองเห็นเฉี่ยวเฉินที่นั่งพิงต้นไม้อยู่ข้างเขาหลับตาพริ้มกอดอกเช่นกัน

ซานจื่อลุกขึ้นไปหยิบผ้าบนหลังม้าออกมาอีก 2 ผืน ผืนหนึ่งเดินไปห่มให้เซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างเบามือเพราะกลัวเขาจะตื่น

“ขอบใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูสัมผัสถึงความอบอุ่นของผ้าผืนบางที่ห่มบนกายได้ ลืมตาเห็นซานจื่อกำลังห่มผ้าให้ตนจึงกล่าวเสียงแผ่วเบาอย่างง่วงงุนแล้วหลับต่อ

ซานจื่อยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจแล้วเดินถือผ้าอีกผืนห่มให้เฉี่ยวเฉินอย่างเบามือเช่นกันก่อนทรุดตัวลงนั่งพิงต้นไม้ข้างๆ เขา ซานจื่อหยิบกิ่งไม้ใส่กองไฟเพื่อไม่ให้ดับ ความร้อนจากกองไฟทำให้คลายหนาวได้บ้าง

ขณะนั่งพิงต้นไม้ศีรษะของเฉี่ยวเฉินที่หลับสนิทเอียงมาซบกับหัวไหล่ของเขา ทำให้ซานจื่อตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับกายเพราะกลัวเทพหนุ่มที่กำลังหลับสนิทข้างกายจะตื่น

ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว ซานจื่อรับรู้ถึงไออุ่นบนกายของเฉี่ยวเฉินที่อิงแอบอยู่ข้างกายตนทำให้ความเหน็บหนาวลดลงไปได้มากทีเดียว

ซานจื่อมองศีรษะของเฉี่ยวเฉินที่อิงอยู่บนไหล่ตน เขามองเห็นเพียงหน้าผากที่มีปอยผมบางๆ ขนตายาวเป็นแผง สันจมูกโด่ง แก้มเนียนขาว พร้อมกับได้กลิ่นกายบางๆ ของเทพหนุ่ม เขารู้สึกว่าเป็นกลิ่นกายที่หอมอ่อนๆ น่าสัมผัส ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงผิดปกติโดยไม่รู้สาเหตุ รู้สึกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เช้าวันรุ่งขึ้นเซี่ยนเสี่ยวหยูบอกเรื่องที่เขากับเฉี่ยวเฉินสัญญาเป็นพี่น้องกันแล้วให้เตียนชิงเอ๋อรับรู้

เตียนชิงเอ๋อรู้ดีว่านิสัยของเซี่ยนเสี่ยวหยูเปลี่ยนไปมากแต่ไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปถึงขนาดกล้าสัญญาเป็นพี่เป็นน้องกับคนที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวได้ แต่นางก็พอจะมองออกว่าเฉี่ยวเฉินต้องเป็นคนดีไม่น้อยไม่เช่นนั้นเทพพงศ์ไพรเยี่ยตี้คงไม่ให้ร่วมเดินทางมาด้วย

“เช่นนั้นข้าก็มีน้องชายเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วสิ” เตียนชิงเอ๋อกล่าวพร้อมรอยยิ้มด้วยความยินดี

เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มกว้างร่าเริงสดใสให้พี่สาว เฉี่ยวเฉินยิ้มให้นางเพื่อเป็นการตอบรับเช่นกัน

ซานจื่อมองบุรุษสองคนที่ยืนคุยอยู่กับเตียนชิงเอ๋อ คนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีขาวเหลืองขับผิวขาวสะอาดเนียนใสให้ดูเปล่งปลั่ง อีกคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดหมดจรดทั้งชุดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นคนตระกูลเทพ

ทั้งสองมีรูปร่างสูงผอมบางและใบหน้าเรียวงามใกล้เคียงกัน ต่างกันตรงคนหนึ่งจมูกเล็กโด่งเป็นสัน ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มขนตายาวงอนริมฝีปากบางอมชมพูยิ้มแย้มตลอดเวลา อีกคนจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาคมเรียว ริมฝีปากบางได้รูป ใบหน้าเรียบเฉยมีรอยยิ้มจางๆ บ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่ค่อยกล่าววาจา

เฉี่ยวเฉินรู้สึกได้ว่ามีดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองตนอยู่จึงหันไปมอง ทำให้ประสานกับดวงตาคมดุของซานจื่อที่กำลังมองมาอยู่ขณะนั้น

ซานจื่อหันหน้าไปมองสัมภาระที่กำลังจัดขึ้นบนหลังม้าอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเหมือนว่าการประสานสายตาเมื่อครู่เป็นเพียงเหตุบังเอิญที่หันมาเจอกันเท่านั้น

เฉี่ยวเฉินยังคงมองซานจื่ออย่างสงสัย สักพักจึงตัดใจหันไปฟังเซี่ยนเสี่ยวหยูคุยกับเตียงชิงเอ๋อต่อโดยไม่ได้หันมามองซานจื่ออีก

“ฟู่” ซานจื่อผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อแอบชำเลืองมองเห็นว่าเทพหนุ่มหันไปทางอื่นแล้ว

ผ่านป่าทึบลึกเข้าไปเป็นเทือกเขาทอดยาวมีพื้นที่กว้างสุดลูกตา ถูกล้อมเป็นวงกลมด้วยกองทัพของทหารสามเหล่า ทัพทหารเทพชุดขาว ทัพทหารมารชุดดำ และทัพทหารลูกผสมชุดเทา ทหารทั้งสามทัพทุกคนต่างมีอาวุธครบมือเตรียมพร้อมรบทั้งหน้าตาและท่าทางที่ขึงขัง ทหารทั้งสามทัพยืนล้อมรอบแน่นหนาแบบมดปลวกก็มิอาจเล็ดรอดเข้าออกได้

เบื้องหน้าของทหารเทพมีบุรุษสูงวัยสวมชุดขาวสะอาดตา ผมขาวสีเงินสะท้อนเป็นเงาถูกรวบรัดจัดเก็บเป็นระเบียบสวมกวานทองประดับอัญมณีสีแดงสด คิ้วและหนวดเคราทุกเส้นยาวเป็นสีเดียวกันกับเส้นผมบ่งบอกถึงอายุและความแข็งแกร่งของพลังปราณภายในที่ล้ำเลิศมิอาจคาดเดา

มหาเทพเฉินฉีต้าเก๋าคือนามของเขา เขาเป็นที่เคารพนับถือของทั้งสามเผ่าพันธุ์ เขายืนเป็นประธานอยู่เบื้องหน้าในมือถือไม้เท้าหัวมังกรคาบกงจักรสีเหลืองทองเปล่งประกายรัศมีแสบตา

ขวามือของเขามหาเทพเฉินฉีต้าเก๋าเป็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงสง่าใบหน้าเกลี้ยงเกลานัยน์ตาอ่อนโยนท่าทางใจดีมีเมตตาผิวขาวสะอาดผุดผ่องอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนน้ำทะเล เขาคือเทพวารีเฉินอี้ ข้างกายของเขามีหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนพลิ้วบาง รูปร่างบอบบาง ผิวขาวลออ ริมฝีปากบาง ดวงตาคม ท่าทางเชื่อมั่นตนเองและเข้มแข็งเด็ดเดียวไม่น้อย นามของนางคือเทพพิรุณไท่ปี่หลันซึ่งเป็นคู่ชีวิตของเทพวารีเฉินอี้

ซ้ายมือของมหาเทพเฉินฉีต้าเก๋าเป็นบุรุษวัยกลางคนสวมชุดสีส้มแดงเพลิงใบหน้านิ่งขรึม แววตาดุดันน่าเกรงขาม คิ้วเข้มชี้สูง ผมสีดำมีสีขาวแซมเป็นแนวยาวข้างหู เขาคือเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพที่รักความยุติธรรมตรงไปตรงมาเยี่ยงขวานผ่าซากไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม

เบื้องหน้าของทหารทัพมารมีชายวัยกลางคนสวมชุดดำขลิบทองท่าทางน่าเกรงขามนัยน์ตาสีเหลืองทองเป็นประกาย เขาคือจอมมารมูเหมิงฉีซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่ามารคนปัจจุบัน เขาเป็นจอมมารสายบริสุทธิ์จากเผ่าอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่สืบทอดตำแหน่งอย่างถูกต้อง รักความสงบยึดมั่นคำสัตย์สัญญา ต้องการให้เผ่ามารอยู่อย่างสันติกับทุกเผ่าพันธุ์

เทพมังกรเสิ่นกวงจวินอยู่ในชุดสีขาวขลิบทองยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพทหารลูกผสมอย่างองอาด สง่างาม ใบหน้านิ่งเรียบ นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลเป็นประกายคมกริบ ข้างกายซ้ายขวามีองครักษ์เทียนฉีกับองครักษ์อี้เฉิงอยู่ไม่ห่าง องครักษ์ทั้งสองเตรียมพร้อมจ้องเขม็งไปเบื้องหน้า

กลางวงล้อมพื้นที่กว้างมีชายฉกรรจ์สองคนยืนหันหลังชนกันท่าทางไม่กลัวเกรงฝูงชนตรงหน้าแม้แต่น้อย

คนหนึ่งอยู่ในชุดสีม่วงเข้ม นัยน์ตาสีม่วงเป็นประกายคมกริบ ริมฝีปากมีรอยยิ้มเยาะที่มุมปากตลอดเวลา นามของเขาคือจอมมารโมกุ่ยผู้มีสมญานามว่าเป็นจอมมารสวมรอย เขามีความสามารถแปลงร่างสวมรอยเป็นใครก็ได้ที่เขาต้องการได้อย่างแนบเนียน จัดว่าเป็นจอมมารที่มีฝีมือร้ายกาจที่สุดคนหนึ่งในภพนี้

บุรุษอีกคนอยู่ในชุดสีดำขลิบแดง ดวงตาเรียวคมนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปปิดสนิท ผิวสีเข้ม จัดว่าเป็นบุรุษรูปงามผิวเข้มคนหนึ่ง ใบหน้าของเขานิ่งสงบไม่แสดงความรู้สึก นามของเขาคือจอมมารเล่าหู่ ผู้ที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่แสดงความรู้สึกใด หรือที่เรียกว่าฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา เขาเป็นจอมมารที่ร้ายกาจที่สุดในพิภพแห่งนี้อีกคนหนึ่งเช่นกัน

ทุกคนรู้ดีว่าจอมมารทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันมานาน ถ้าทั้งสองร่วมมือกันยากที่พวกเขาจะต่อกรเป็นที่ยำเกรงและหวาดหวั่นของคู่ต่อสู้ไม่น้อย จอมมารทั้งสองไม่มีท่าทีวิตกกังวลต่อกองทัพของสามเหล่านับหมื่นเบื้องหน้าแม้แต่น้อย

“ท่านจอมมารทั้งสองโปรดยอมจำนนท์แต่โดยดีเถิดจะได้ไม่ต้องสูญเสียพละกำลังโดยเปล่าประโยชน์” มหาเทพเฉินฉีต้าเก๋ากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่น่าเกรงขามด้วยเหตุและผล

“ท่านเป็นถึงมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ทุกเผ่าพันธุ์ต่างยกย่องว่ามีเกียรติ ดูตอนนี้สิ แค่จะจับข้าสองคนถึงขนาดต้องยกทัพนับหมื่นนับแสนมาล้อมจับช่างเป็นผู้กล้าน่านับถือยิ่งนัก” จอมมารโมกุ่ยกล่าวตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“จอมมารโมกุ่ยกล่าวเช่นนี้ก็ไม่ถูก พวกเจ้าเข่นฆ่าผู้คนทุกชนเผ่ามากมาย จนทุกเผ่าต่างต้องการแก้แค้น จึงมารวมตัวกันเพื่อกำจัดพวกเจ้า” จอมมารมูเหมิงฉีกล่าวเสียงดังฟังชัดแทรกขึ้นมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกข้าจะฆ่าคนโดยไร้เหตุผลได้เช่นไร ทำไมพวกเจ้าไม่ถามพวกข้าสักคำว่าพวกข้าต้องฆ่าพวกเขาเหล่านั้นบ้าง?” จอมมารโมกุ่ยหัวเราะเสียงดังก่อนกล่าวหยันอีกครั้ง

“จะกล่าวให้มากความไปทำไม จะทำอะไรก็ทำเลยเถอะ” เสียงหัวหน้าเผ่ามารคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างหมดความอดทน

“ใช่” “ลุยเลย” “มันจะเก่งกาจสักแค่ไหนเชียว” “แก้แค้น” เสียงของทหารทุกเหล่าทัพต่างตะโกนกึงก้อง มือถือชูมือฮึกเหิม

“มารเล่าหู่” เสียงของเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อดังขึ้นท่ามกลางเสียงทหารทั้งสามทัพ ดวงตาเป็นประกายดุดัน ทำให้เสียงทหารทั้งหลายเงียบกริบ เอียงหูฟังว่าเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อจะกล่าวอะไรต่อ

“ชิงชิงอยู่ที่ใด?” เทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อถามเสียงเข้ม ดวงตาดุดันจับจ้องใบหน้าของจอมมารเล่าหู่เขม็งเพื่อรอคำตอบ

คำถามเพียงประโยคเดียวทำให้ทหารทั้งสามทัพต่างมองหน้ากันและกัน บางคนรู้จัก บางคนไม่รู้จัก ‘ชิงชิง?’ คนที่รู้จักจะกระซิบบอกคนที่ไม่รู้จักว่านางเป็นใคร คนที่รู้จักความเป็นมาของเทพธิดาชิงชิงต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดและพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

เทพพิรุณไท่ปี่หลันชำเลืองมองเทพวารีเฉินอี้ผู้สามี ใบหน้าของเทพวารีเฉินอี้ยังคงเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใด ทำให้นางรู้สึกวางใจ หันกลับไปจับตามองสองจอมมารเบื้องหน้าอีกครั้ง

ภายใต้สีหน้าท่าทางที่เรียบเฉยของเทพวารีเฉินอี้ ใครจะรู้ว่าตอนนี้หัวใจของเขากำลังหวั่นไหวเต้นแรงกว่าปกติ เขาเองก็จดจ่อรอคำตอบไม่น้อยไปกว่าเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อ

จอมมารโมกุ่ยที่ยื่นหันหลังชนกับจอมมารเล่าหู่ พอได้ยินคำถามหัวใจของเขาก็กระตุกเต้นแรง แสร้งก้มหน้าปรับสีหน้าที่ตื่นตะลึงเพียงแวบเดียวคนอื่นมิอาจสังเกตเห็นก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองกองทัพตรงหน้าอีกครั้ง

จอมมารเล่าหู่เมื่อได้ยินคำถามสีหน้ายังคงเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใด เขาเพียงก้มหน้าเหมือนใช้ความคิด

‘นางอยู่ที่ใด?’ จอมมารเล่าหู่ยังนิ่งเงียบอยู่นานก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อจะตอบคำถามของเทพอัคคีเซิ่นเฉิงเก๋อ

“เฟี่ยว” ท่ามกลางความเงียบลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่จอมมารเล่าหู่ ปักเข้าที่อกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจพอดี

“โอ๊ะ” ร่างของจอมมารเล่าหู่เซถอยหลังเล็กน้อย กระแทกเข้ากับหลังของจอมมารโมกุ่ยอย่างแรง

“เล่าหู่?” จอมมารโมกุ่ยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเพื่อนร่วมชะตากรรม รีบหันมาประคองเขา

จอมมารเล่าหู่ใช้มือกุมหน้าอกตรงที่โดนลูกธนูปักคา เขายืนยืดตัวตรงเงยหน้าเฉิดอย่างองอาด นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองในตาสีดำตรงกลางเป็นแนวนอนเหมือนสัตว์ป่า

“พวกเจ้า....” จอมมารเล่าหู่คำรามแยกเขี้ยวแหลมคม เขาเริ่มโกรธจนพูดไม่ออก ใช้มือดึงลูกธนูออกจากอกอย่างง่ายดายทำให้เลือดพุ่งกระจายไหลนองเต็มแผ่นอก

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel