บทที่ 22 สัญญาพี่น้องต่างสายเลือด
เซี่ยนเสี่ยวหยูเองก็ให้ความเป็นกันเองกับซานจื่อทหารลูกผสมผู้นี้ไม่น้อย ทำเหมือนซานจื่อเป็นเพื่อนหรือพี่น้องมากกว่าบ่าวรับใช้ธรรมดา
เฉี่ยวเฉินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ร่างของเขาแนบอยู่กับอกแน่นของซานจื่อ เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของบุรุษลูกผสมผู้นี้ได้ และเมื่อเงยหน้ามองสายตาของเขาก็ประสานกับดวงตาคมกริบของซานจื่อที่ดูมีพลังน่าเกรงขาม
บุรุษลูกผสมผู้นี้ไม่ต้องการให้เขาเข้าไปรบกวนเซี่ยนเสี่ยวหยู อะไรที่เกี่ยวกับเซี่ยนเสี่ยวอยูรู้สึกว่าจะอยู่ในสายตาของบุรุษลูกผสมผู้นี้ตลอดเวลา อะไรที่ทำให้เขามีความรักจงรักภักดีกับเซี่ยนเสี่ยวหยูชายหนุ่มที่ดูผอมบางไร้พิษสงผู้นี้มากมายขนาดนี้?
“คุณชายเซี่ยนดูสนิทสนมกับบ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่น้อย” เฉี่ยวเฉินขี่ม้าเข้ามาข้างเซี่ยนเสี่ยวหยู
“ซานจื่อ?” เซี่ยนเสี่ยวหยูหันมามองเฉี่ยวเฉินที่ขี่ม้ามาข้างตน
“เขาไม่ใช่บ่าวรับใช้ของข้าหรอก เขาเป็นเหมือนเพื่อน เหมือนพี่ชายของข้า” เซี่ยนเสี่ยวหยูพูดด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มตลอดเวลา
คำพูดของเซี่ยนเสี่ยวหยูทำให้เฉี่ยวเฉินรู้สึกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะปรับสภาพให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ซานจื่อซึ่งขี่ม้าตามอยู่รั้งท้ายไม่ห่างได้ยินการสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองชัดเจน สภาพจิตใจของเขาบอกไม่ถูกว่าจะรู้สึกดีใจ ดีหรือไม่ กับความรู้สึกที่คุณชายเซี่ยนมีให้เขา มันจะเป็นการไม่เจียมตัวหรือไม่ถ้าเขาจะรู้สึกดีใจ
“เจ้าเรียกข้าอาหยูก็ได้ ไหนๆ เราก็เป็นเพื่อนร่วมทางกันแล้ว” เซี่ยนเสี่ยวหยูพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างจริงใจ
“คุณชายเซี่ยนช่างเป็นคนที่สนิทกับคนง่ายจริงๆ” คำพูดของเฉี่ยวเฉินทีเล่นทีจริงมีรอยยิ้มที่มุมปาก
“งั้นเหรอ? ในเมื่อเราสนิทกันแล้วข้าขอถามหน่อยสิ” เซี่ยนเสี่ยวหยูมีรอยยิ้มบนใบหน้า ดวงตากลมโต นัยน์ตาสดใจ มองเฉี่ยวเฉินอย่างเป็นกันเอง
“เจ้าเป็นเทพเกี่ยวกับอะไร?”
เฉี่ยวเฉินหันมามองหน้าเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างตะลึงค้างชั่วขณะ เขาไม่เคยเจอใครที่กล้าถามคำถามแบบตรงไปตรงมาแบบนี้มาก่อน พอตั้งสติได้จึงตอบ
“ข้าเป็นบุตรของเทพวารีเฉินอี้กับเทพพิรุณไท่ปี่หลัน”
“ฟังดูแล้วพ่อกับแม่ของเจ้าเป็นเทพเกี่ยวกับน้ำทั้งคู่” เซี่ยนเสี่ยวหยูทำท่าคิด นึกสนุกทีเล่นทีจริงขึ้นมาได้
“เจ้าสามารถเรียกน้ำเรียกฝนได้ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้น เคยดูแต่ในภาพยนตร์ได้เจอลูกเทพตัวเป็นๆ จึงอดอยากรู้อยากเห็นอย่างตื่นเต้นไม่ได้
“เอ่อ...ก็พอได้” เฉี่ยวเฉินตอบแบบขัดเขิน เมื่อมองเห็นแววตาเป็นประกายเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็นของเซี่ยนเสี่ยวหยู
“เจ้าลองเรียกให้ข้าดูหน่อยได้ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูอยากเห็นของจริงว่าเรียกน้ำเรียกฝนยังไง
“อาหยูนี่ไม่ใช่เวลาเล่นนะ อย่าชักช้าเร็วๆ หน่อย” เตียนชิงเอ๋อหันกลับมามองด้านหลัง ชายหนุ่มทั้งสามอยู่ห่างจากนางไม่น้อย แต่ก็พอได้ยินเสียงของเซี่ยนเสี่ยวหยูอยู่บ้าง นางจึงหันไปทำเสียงดุ
“คร๊าบบบ” เซี่ยนเสี่ยวหยูขานรับเสียงยาน ทำหน้าสลดเมื่อได้ยินเสียงเตียนชิงเอ๋อดุ แต่พอหันไปทางเฉี่ยวเฉินเขาก็ทำหน้าทะเล้นยิ้มแฉ่งให้
“ไว้มีโอกาสเจ้าต้องทำให้ข้าดูนะ” กล่าวกำชับเฉี่ยวเฉินแล้วรีบขี่ม้าให้เร็วขึ้นไปเคียงข้างเตียนชิงเอ๋อ ยังหันมายิ้มให้เฉี่ยวเฉินอย่างสนิทสนม
ทั้งสี่คนควบม้าไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวจนตะวันตกดินจึงอาศัยพักแรมในป่าริมลำธารสายหนึ่ง
ซานจื่อหยิบผ้าบนหลังม้าเอามาปูใต้โคนต้นไม้ใหญ่ก่อนก่อกองไฟ แล้วลุกเดินออกไปปูผ้าอีกผืนที่โคนต้นไม้ใกล้ๆ แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงหลับตาพักผ่อน ส่วนเฉี่ยวเฉินเดินดูรอบๆ บริเวณใกล้เคียงมีเพียงป่าสัตว์แมลงร้องปกติกับเสียงน้ำในลำธารไหลเอื่อย
‘ปวดระบมไปหมดแล้ว’ เซี่ยนเสี่ยวหยูขี่ม้ามาทั้งวันทำให้เขารู้สึกปวดระบมบันท้ายไม่หาย พยายามใช้มือนวดเอวโยกหน้าโยกหลังบริหารให้หายปวดเผื่อจะช่วยได้บ้าง
“อาหยูมานั่งพักตรงก่อน” เตียนชิงเอ๋อนั่งอยู่บนผ้าที่ซานจื่อปูไว้ให้ใต้โคนต้นไม้ใหญ่นางควักมือเรียก
เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินเข้าไปนั่งพิงโคนต้นไม้เยียดขายาวในท่าที่คิดว่าสบายแต่ก็ยังไม่วายนวดเอวนวดก้นและต้นขา
“เหนื่อยไหม?” เตี่ยนชิงเอ๋อถามอย่างห่วงใยเมื่อเห็นเขาเหยียดขายาว
“นิดหน่อยครับ” เซี่ยนเสี่ยวหยูตอบเพื่อไม่ให้เตียนชิงเอ๋อเป็นห่วงทั้งที่ตอนนี้ระบมไปทั้งตัวแล้ว
“นอนพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางต่อแต่เช้า” เตียนชิงเอ๋อล้มตัวลงนั่งพิงโคนต้นไม้ข้างเซี่ยนเสี่ยวหยู
เซี่ยนเสี่ยวหยูดูพี่สาวนั่งหลับตาท่าทางไม่ค่อยสบายนัก
“เอาหัวหนุนตักข้าดีกว่า” เซี่ยนเสี่ยวหยูประคองศีรษะของเตียนชิงเอ๋อ นางลืมตาขึ้นมองเขา นางยิ้มอ่อนหวานยอมให้เซี่ยนเสี่ยวหยูประคองศีรษะของนางวางบนขาที่เหยียดยาวของเขา
“ขอบใจนะ” เตียนชิงเอ๋อกล่าวแล้วหลับตาพริ้ม
เซี่ยนเสี่ยวหยูถึงจะรู้สึกปวดระบมมากเพียงใดแต่เตียนชิงเอ๋ออุตส่าห์ยอมลำบากนำทางไปเขาสายรุ้งเพื่อเขา อะไรที่เขาพอจะช่วยนางได้เขาจะช่วยพี่สาวที่แสนดีคนนี้
เฉี่ยวเฉินเดินกลับมาหลังจากเดินสำรวจรอบบริเวณ เขามองเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูนั่งพิงโคนต้นไม้หลับตาโดยมีศีรษะของเตียนชิงเอ๋อนอนหนุ่นต้นขาที่เหยียดยาวของเขา
เซี่ยนเสี่ยวหยูลืมตาขึ้น มองเห็นเฉี่ยวเฉินซึ่งกำลังมองมาที่ตนจึงยิ้มให้เขา
“เจ้าง่วงไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูถาม
“นิดหน่อย” เฉี่ยวเฉินตอบตามความจริง
“นอนหนุนตักของข้าอีกข้างก็ได้” เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มพร้อมกับตบบนต้นขาอีกข้างของตนเบาๆ
เฉี่ยวเฉินรู้สึกประหลาดใจกับนิสัยของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่สามารถเข้ากับคนง่ายมีน้ำใจกับคนที่เพิ่งรู้จักกันยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำแต่เขาทำเหมือนรู้จักกับตนมาเป็นแรมปี บอกให้เขานอนหนุนขาได้โดยไม่รังเกลียดหรือเคอะเขิน
เฉี่ยวเฉินยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า แล้วเดินไปนั่งพิงต้นไม้ใหญ่บนผ้าผืนเดียวกับซานจื่อที่อยู่ไม่ไกลกัน ตอนนี้ซานจื่อนั่งพิงต้นไม้หลับตานิ่ง
“เจ้าล่ะง่วงไหม?” เฉี่ยวเฉินหันไปถาม
เซี่ยนเสี่ยวหยูส่ายหน้าเบาๆ
“เจ้ากับคุณหนูเตียนสนิทกันดีจัง” เฉี่ยวเฉินเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องจึงรู้สึกอิจฉาสองพี่น้องดูรักใคร่กันมาก
“อือ ตั้งแต่ข้าอยู่ที่นี่ก็มีพี่ชิงเอ๋อคนเดียวที่คอยเอาใจใส่ดูแลข้า” เซี่ยนเสี่ยวหยูพูดเสียงเบาพอได้ยินใช้มือปัดเส้นผมที่ตกลงมาบังหน้าให้เตียนชิงเอ๋ออย่างเบามือเพราะกลัวนางจะตื่น
“พี่น้องเจ้าล่ะ?” เซี่ยนเสี่ยวหยูหันไปถาม
“ข้าเป็นลูกคนเดียว” เฉี่ยวเฉินบอก
“อ้อ...เจ้ามากับพวกเราแบบนี้ พ่อแม่ของเจ้าไม่เป็นห่วงแย่?”
เฉี่ยวเฉินส่ายหน้า “ท่านพ่อท่านแม่เดินทางเข้าร่วมกองทัพเพื่อไปปราบจอมมารเล่าหู่กับจอมมารโมกุ่ย ฝากข้าไว้กับท่านอาจารย์เยี่ยตี้ ให้ข้าเชื่อฟังท่านให้มากๆ ท่านอาจารย์เยี่ยตี้เคยเป็นอาจารย์ของท่านพ่อมาก่อน ท่านพ่อจึงไว้ใจท่านอาจารย์มาก”
“เจ้ายังดีกว่าหลายๆ คน สำหรับบางคนเกิดมาไม่มีใครเลย ต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยตัวเองจะพึ่งพาอาศัยใครก็ไม่มี” น้ำเสียงของเซี่ยนเสี่ยวหยูฟังแล้วเศร้าและข่มขื่น
“เจ้ายังมีพ่อแม่มีผู้เฒ่าเยี่ยตี้ ดีกว่าใครๆ ตั้งหลายคน” น้ำเสียงและสีหน้าเปลี่ยนเป็นสดใสเหมือนเดิมจนเฉี่ยวเฉินชะงักงันปรับอารมณ์ตามแถบไม่ทัน
“เจ้ากับข้าต่างก็เป็นลูกคนเดียว งั้นเรามาสาบานเป็นพี่น้องกันไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเงยหน้านัยน์ตาเป็นประกายเสนอความคิด
เฉี่ยวเฉินรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะมีพี่น้องในสถานะการณ์แบบนี้ เขายิ้มตอบรับอย่างเต็มใจ มองโดยรวมแล้วเซี่ยนเสี่ยวหยูมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการทั้งรูปร่างหน้าตาและคุณธรรมความดีเท่าที่เขาสัมผัสได้ คืนนั้นเฉี่ยนเฉินกับเซี่ยนเสี่ยวหยูได้จับมือสัญญาเป็นพี่น้องกัน
ยามค่ำคืนอากาศเริ่มหนาวเย็น เตียนชิงเอ๋อนอนหลับโดยมีขาของเซี่ยนเสี่ยวหยูเป็นหมอน เซี่ยนเสี่ยวหยูห่มผ้าผืนบางให้นางเพื่อกันหนาว ส่วนตัวเขานั่งเหยียดขายาวพิงต้นไม้กอดอกให้ความอบอุ่นกับตนเอง
ซานจื่อได้ยินการสนทนาของสองหนุ่มโดยตลอด เขาเพียงหลับตาแต่หูนั้นคอยฟังระวังภัยตลอดเวลา
