บท
ตั้งค่า

บทที่ 21 เฝ้าดูแลประคับประคอง

พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำใกล้จะลับฟ้า ทั้งสามคนควบม้ามาถึงหน้าประตูค่ายเทพมาร ทั้งสามลงจากหลังม้า เซี่ยนเสี่ยวหยูกับซานจื่อรออยู่ที่ม้าปล่อยให้เตียนชิงเอ๋อเดินเข้าไปหาทหารเทพสองคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูนางพูดอะไรกับพวกเขาสักพักทหารทั้งสองจึงเปิดประตูค่ายให้ทั้งสามคนเข้าไปด้านในแต่โดยดี

เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินผ่านประตูค่ายเข้าไปด้านใน เขามองไปรอบๆ ด้านในค่ายมีการสร้างที่พักแบบเรียบง่าย ถึงจะอยู่ในค่ายเดียวกันก็สามารถมองออกว่าโซนไหนเทพโซนไหนมาร เพราะสีขาวสีดำแบ่งกันอย่างชัดเจน

เตียนชิงเอ๋อเดินนำเข้าไปในเรือนสีขาวหลังไม่ใหญ่นัก เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินเคียงคู่ไปกับซานจื่อทั้งสองเดินตามหลังเตียงชิงเอ๋อทิ้งระยะห่างเล็กน้อย

ทหารเทพผู้หนึ่งออกมาต้อนรับบอกให้รอสักครู่แล้วเขาก็เดินหายเข้าไปด้านใน ไม่นานทหารเทพคนเดิมเดินออกมาพร้อมกับเทพหนุ่มชุดขาวผิวขาวใสหน้าตางดงามเขาแต่งกายมองรู้ว่าไม่ใช่ทหารเทพชั้นล่าง

“เชิญทางนี้ครับ ท่านอาจารย์กำลังรอท่านอยู่” เทพหนุ่มกล่าวอย่างนอบน้อมกับเตียนชิงเอ๋อ ก่อนชำเลืองมองชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางเพียงแวบเดียวโดยไม่ได้ใส่ใจนัก หมายแค่ให้รู้ว่าเดินทางมาทั้งหมดกี่คน

เทพหนุ่มเดินนำเข้าไปด้านในจนมาถึงห้องหนึ่ง ประตูเปิดกว้างรอไว้อยู่แล้ว เข้าไปด้านในสามารถมองเห็นชายชราหนวดเครายาวรกรุงรังอยู่ในชุดสีเขียวนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะอย่างสง่างาม

“คารวะท่านเทพเยี่ยตี้” เตียนชิงเอ๋อประสานมือทำความเคารพอย่างอ่อนน้อม ทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูกับซานจื่อประสานมือทำความเคารพตาม

ดูจากสภาพแล้วเซี่ยนเสี่ยวหยูพอจะเดาได้ว่าผู้เฒ่าท่านนี้ก็คือเทพพงศ์ไพรที่เตียนชิงเอ๋อเคยเล่าให้ฟัง เซี่ยนเสี่ยวหยูมองหนวดเคราที่รกรุงรังแล้วอดยิ้มไม่ได้ ‘รกรุงรังเหมือนป่าดงดิบ’

“พรืด” หลุดหัวเราะพรืดออกมาจนได้เพราะกลั้นไม่อยู่ ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียวกันด้วยความสงสัย

“ขออภัยบังเอิญคิดอะไรเพลินไปหน่อย” เซี่ยนเสี่ยวหยูรีบกล่าวพร้อมยิ้มเขินอายเล็กน้อยเอามือลูบท้ายทอยไปมาแก้เขิน

เทพหนุ่มมองหน้าเซี่ยนเสี่ยวหยู เขาเพิ่งสังเกตว่าชายหนุ่มผู้นี้มีผิวขาวเนียนใสผุดผ่องใบหน้าเรียวงดงามรูปไข่ ขนตายาวงอนดวงตากลมโต นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเล็กเป็นสัน ริมฝีปากบางอมชมพู ลำคอเรียวยาว รูปร่างผอมบอบบาง ยามยิ้มเขินอายเมื่อครู่ทำให้ใบหน้านั้นน่ารักชวนมอง

ซานจื่อเห็นแววตาของเทพหนุ่มแปลกหน้ากำลังมองเซี่ยนเสี่ยวหยูนิ่งและนานอย่างพิจารณา ทั้งยังมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเขา

ซานจื่อรู้สึกไม่ค่อยพอใจจึงขยับร่างกายอันสูงใหญ่ล่ำสันของเขาเพียงเล็กน้อยเพื่อยืนบังร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยู ไม่ให้เทพหนุ่มแปลกหน้ามองเห็นคุณชายเซี่ยนของเขา เมื่อขยับกายยืนบังสายตาของเทพหนุ่มแล้วซานจื่อก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“นี่คงเป็น...” เทพพงศ์ไพรเยี่ยตี้มองเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างพินิจก่อนกล่าว

“เจ้าค่ะ เซี่ยนเสี่ยวหยูน้องชายของข้าเอง” เตียนชิงเอ๋อตอบทันที

“พวกเรากำลังเดินทางไปเยี่ยมท่านอาจารย์ที่เขาสายรุ่งเจ้าค่ะ” เตียนชิงเอ๋อกล่าว

“อือ” เทพพงศ์ไพรเยี่ยตี้ขานรับรู้ พลางเอามือลูบเคราขาวเบาๆ ก่อนกล่าว

“หนทางไม่ใกล้เลย คงใช้เวลาหลายสิบวันอยู่ ให้เฉี่ยวเฉินติดตามไปด้วยก็แล้วกัน” ชายชราหันไปทางเทพหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“ขอบคุณท่านเทพที่เป็นห่วงพวกเราเจ้าค่ะ พวกเราแวะมาคารวะท่านตามคำแนะนำของท่านลุงเฉินเทียนเก๋อไม่คิดรบกวนท่านเทพเฉี่ยวเฉินหรอกเจ้าค่ะ” เตียนชิงเอ๋อกล่าวอย่างนอบน้อมและเกรงใจ

‘ท่าทางสง่าผ่าเผยสมเป็นเทพ’ เซี่ยนเสี่ยวหยูเอียงกายแอบชำเลืองมองเทพหนุ่มในชุดขาวสะอาดที่ยืนสง่าอยู่ไม่ไกล โดยมีซานจื่อยืนกั้นอยู่ตรงกลาง

“ให้เฉี่ยวเฉินไปด้วยเถอะให้เขาออกไปหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ จะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง วันๆ อยู่แต่ในค่ายทุกวันน่าเบื่อจะตายไป ให้เขาไปเป็นเพื่อนพวกเจ้าเผื่อหนทางข้างหน้าขรุขระไม่ราบเรียบอย่างที่คิด”

เตียนชิงเอ๋อเข้าใจความหมายของเทพพงศ์ไพรเยี่ยตี้ดี นางจึงไม่ปฏิเสธ กล่าวขอบคุณพร้อมทำความเคารพอย่างนอบน้อม

ค่ำคืนนั้นทั้งสามคนได้พักอยู่ในเรือนของเทพพงศ์ไพรเยี่ยตี้ ห้องรับรองแต่ละห้องกว้างไม่มากนักเหมาะสำหรับพักคนเดียว

เซี่ยนเสี่ยวหยูนอนไม่หลับเพราะความแปลกที่และรู้สึกเจ็บปวดระบมที่ก้นจากการขี่ม้ามาทั้งวัน

เขาออกมาเดินเล่นหน้าห้องได้ยินเสียงน้ำไหล เซี่ยนเสี่ยวหยูเป็นคนชอบน้ำตกลำธาร เมื่อได้มองสายน้ำที่ไหลไม่หยุดนิ่ง เขาจะรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย

เขาเดินไปตามเสียงน้ำไหลจนมาถึงสวนหย่อมเล็กๆ ไม่ไกล เสียงน้ำดังมาจากน้ำพุสายเล็กๆ ไหลออกมาจากกำแพงหินไหลลงแอ่งน้ำเล็กที่มีต้นไม้เลื้อยเกาะตามริมแอ่งน้ำ ต้นไม้น้ำขนาดเล็กชูกิ่งก้านเขียวขจีมองแล้วสดชื่นสบายตา

เซี่ยนเสี่ยวหยูนั่งลงบนพื้นหินข้างแอ่งน้ำมองผิวน้ำที่กระเพื่อมตลอดเวลา เพราะสายน้ำพุที่ไหลอย่างต่อเนื่อง มองเห็นใบหน้าของตนเองสั่นไหวไม่อยู่นิ่งบนผิวน้ำ มองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มผิวเข้ม ‘ต้าเฉิน’ ยื่นหน้ามาเคียงคู่อยู่ข้างแก้มของเขาบนผิวน้ำ ทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มบางๆ บนใบหน้าแต่ดวงตายังคงเศร้า

“ตอนนี้ฉันมีความกล้ามากกว่าแต่ก่อน เป็นเพราะนายใช่ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูใช้มือควักน้ำใส่ใบหน้าของต้าเฉินบนผิวน้ำให้กระจายออก แล้วภาพใบหน้าของต้าเฉินก็กลับมารวมกันเหมือนเดิม

“นายไม่อยู่ ฉันต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง” เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้ม เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มีดาวระยิบระยับ

“ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?” เสียงของเซี่ยนเสี่ยวหยูเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย ตามมาด้วยเสียงสะอื้นไห้

“ฉันคิดถึงนาย ฉันอยู่ตรงนี่ นายจะหาฉันเจอไหม? เราจะมีวันได้เจอกันไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูยกมือขึ้นปาดน้ำตา

เขาจมน้ำตายเมื่อชาติก่อนแล้วมาเกิดในร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูในชาตินี้ เขาคิดว่าต้าเฉินตายในชาติก่อนแล้วไปเกิดใหม่อยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วจะมีวันได้เจอกันไหม เซี่ยนเสี่ยวหยูสะอึกสะอื้นเบาๆ สักพักเซี่ยนเสี่ยวหยูก็ลุกขึ้นเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง

มุมมืดไม่ห่างจากสวนหย่อมน้ำพุ เฉี่ยวเฉินอยู่ในชุดอาภรณ์ขาวสะอาดตา เขายืนมองเซี่ยนเสี่ยวหยูนั่งเล่นตรงแอ่งน้ำ เขาได้ยินสิ่งที่เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวโดยตลอด

เขาไม่ค่อยเข้าใจความหมายในคำกล่าวเหล่านั้นนัก แต่พอเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูปาดน้ำตาร้องให้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก เขารู้สึกตกตะลึง สงสาร และอยากจะเข้าไปปลอบ

เพียงขยับกายเพื่อจะก้าวเดินออกไป มือใหญ่ของใครบางคนจับแขนเขากระชากเบาๆ ทำให้ร่างของเฉี่ยวเฉินที่ยังไม่ทันระวังตัวเซกระแทกเข้ากับอกของเจ้าของมือใหญ่นั้น และยังไม่ทันเปล่งเสียงใดมือใหญ่อีกข้างปิดปากของเขาไว้

ร่างสูงบางของเฉี่ยวเฉินแนบอยู่กับอกของชายร่างสูงใหญ่ เฉี่ยวเฉินตกใจไม่น้อยเขาเงยหน้ามองทำให้สายตาประสานกับสายตาของชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่มัดกล้ามที่แข็งแรงนั้น

เฉี่ยวเฉินจำเขาได้ดี เขาเป็นคนที่ร่วมเดินทางมากับเซี่ยนเสี่ยวหยู ซานจื่อส่ายหน้าเบาๆ นัยน์ตาจ้องหน้าเฉี่ยวเฉินไม่กระพริบ ก่อนเอามือที่ปิดปากของชายหนุ่มออก เฉี่ยวเฉินรู้สึกว่านัยน์ตาของบุรุษตรงหน้าช่างแข็งกร้าวดุดันน่ากลัวเกรง

เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสี่คนกล่าวลาเทพพงศ์ไพรก่อนออกเดินทาง ควบม้าออกนอกประตูค่ายเทพมาร

หลังจากควบม้ามาเป็นระยะเวลานานพอสมควรต้องให้ม้าพักบ้าง โดยการเปลี่ยนจากการวิ่งเป็นเดิน

เตียนชิงเอ๋อขี่ม้าอย่างเชี่ยวชาญชำนาญและเพราะรู้เส้นทางดีกว่าใครนางจึงขี่ม้าอยู่ด้านหน้าสุดตลอดเส้นทาง

เฉี่ยวเฉินขี่ม้าด้วยท่าทางองอาดสง่างามอย่างชำชาญ เขาขี่ม้าถัดมาเป็นคนที่สอง

เซี่ยนเสี่ยวหยูยังรู้สึกปวดระบมบั้นท้ายทำให้ขี่ม้าได้ช้ากว่าใคร ซานจื่อสังเกตเห็นท่าทางเจ็บปวดบั้นท้ายของเซี่ยนเสี่ยวหยูนึกสงสารอยู่มาก เขาขี่ม้ารั้งท้ายสุดเหมือนเดิมเพื่อดูแลความปลอดภัยของทุกคนโดยเฉพาะคุณชายเซี่ยน

ซานจื่อมีความรักและห่วงใยคุณชายเซี่ยนผู้นี้ไม่น้อย เซี่ยนเสี่ยวหยูมีน้ำใจกับเขาและพรรคพวก ทั้งที่พวกเขาเป็นทหารลูกผสมที่ต่ำต้อย ไม่คิดแค้นเคืองทั้งที่ตัวเขากับพรรคพวกเคยคิดเอาชีวิต ครั้งเมื่อนำเขาไปโยนทิ้งแม่น้ำ

เขาคิดว่าคุณชายเซี่ยนผู้นี้ช่างมีจิตใจงดงาม กิริยาท่าทางสง่างาม รูปร่างผอมบาง ใบหน้างดงามยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา มีความเป็นกันเองไม่ถือตัว เขาอยากปกป้องตอบแทนชายหนุ่มผู้นี้แม้ชีวิตก็ให้ได้ตลอดไป

“คุณชายเซี่ยน” ซานจื่อขี่ม้าตีคู่เข้ามาใกล้

“ฮือ” เซี่ยนเสี่ยวหยูขานรับแล้วหันมามองอย่างสงสัย

“ใช้เบาะรองนั่งอันนี้เถอะขอรับ” ซานจื่อหยิบเบาะรองนั่งที่ดูแล้วทั้งหนาและนุ่ม

“อื่อ” เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ้มอย่างพอใจ หยุดม้าทำท่าจะลงจากหลังม้า

“ให้ข้าช่วยนะขอรับ” ซานจื่อกล่าวอย่างนอบน้อม

เซี่ยนเสี่ยวหยูหันมามองซานจื่อที่ยืนรออยู่ข้างม้า

“ขอบใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวยิ้มก่อนจะจับบ่าของซานจื่อ ซานจื่อยกมือขึ้นจับเอวของเซี่ยนเสี่ยวหยูอุ้มลงจากหลังม้าอย่างง่ายดาย

พอเซี่ยนเสี่ยวหยูลงจากหลังม้าแล้ว ซานจื่อรีบหยิบเบาะรองนั่งวางบนหลังม้าผูกให้แน่นหนา

“คุณชายรองนั่งดูขอรับ” ซานจื่อหันมาบอกเมื่อจัดการกับเบาะบนหลังม้าเรียบร้อย

“อื่อ ขอบคุณนะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูขานรับพร้อมรอยยิ้มแต่ไม่ลืมกล่าวขอบคุณ

เซี่ยนเสี่ยวหยูใช้เท้าเหยียบที่วางเท้าเพื่อจะขึ้นหลังม้า ยังไม่ทันดึงตัวขึ้น ร่างของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้น ซานจื่อประคองเอวของเขาด้วยสองมือยกขึ้นนั่งบนหลังม้าอย่างง่ายดายอีกครั้ง เซี่ยนเสี่ยวหยูหันมายิ้มตาหยีพร้อมกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

เฉี่ยวเฉินมองเห็นความสนิทสนมของเซี่ยนเสี่ยวหยูผู้เป็นนายกับซานจื่อผู้เป็นบ่าวแล้วทำให้เขานึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย

ตั้งแต่เริ่มออกเดินทางทุกครั้งที่มีการขึ้นลงจากหลังม้าเขาจะเห็นซานจื่อผู้มีรูปร่างสูงใหญ่คอยอุ้มประคองเอวของเซี่ยนเสี่ยวหยูทุกครั้ง ดูแล้วซานจื่อจะให้ความเคารพห่วงใยคอยช่วยเหลือเซี่ยนเสี่ยวหยูอยู่ตลอดเส้นทางไม่ห่าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel