บทที่ 19 หาคำตอบชาติกำเนิด
“เมื่อประมาณสามหมื่นปีก่อนเทพธิดาชิงชิงเดินทางไปหาท่านอาจารย์บนเขาสายรุ้ง นางกับท่านอาจารย์เป็นเพื่อนรักกันมายาวนาน
ตอนนั้นข้าอายุยังน้อยยังไม่รู้ประสีประสาอะไรมากนัก เทพธิดาชิงชิงได้อาศัยอยู่กับท่านอาจารย์บนเขาสายรุ้งเป็นเวลาหลายปี
นางคอยสั่งสอนเอาใจใส่ข้าเหมือนเป็นอาจารย์ของข้าอีกคนหนึ่ง นางทั้งสวย ใจดี พูดจาอ่อนหวานไพเราะ ข้าคอยดูแลปรนนิบัตินางเยี่ยงเป็นอาจารย์ของข้าเหมือนกัน
วันหนึ่งนางบอกข้าว่าจะต้องเข้าไปอยู่ในห้องบำเพ็ญชาญกับท่านอาจารย์เพียงลำพังประมาณสามสี่เดือน ข้าไม่รู้ว่านางเข้าไปทำไมข้าไม่กล้าถาม ข้าได้แต่เฝ้ารอให้นางออกมา
เวลาผ่านไปประมาณสามเดือนเศษ ประตูห้องเปิดออกนางไม่ได้เดินออกมาแต่เป็นท่านอาจารย์ที่อุ้มห่อผ้าไว้ในอ้อมแขนเดินออกแทน
อาจารย์วางห่อผ้าที่อุ้มบนโต๊ะ ตอนนั้นข้าเห็นมารพยัคฆ์น้อยดวงตาเป็นประกายสีเหลืองทอง มีเขี้ยวแหลมคมน้อยๆ สี่ซี่ เล็บมือเล็บเท้างอกยาวทั้งแหลมทั้งคม ท่านอาจารย์บอกว่ามารพยัคฆ์น้อยเป็นลูกที่เทพธิดาชิงชิงให้กำเนิด
ตอนนั้นข้ารู้สึกแปลกใจมาก นางมีลูกได้ยังไงข้าไม่เคยเห็นท้องนางโต หรือมีร่างกายส่วนไหนบ่งบอกว่าจะมีลูก
นางอยู่บนเขาสายรุ้งกับข้ากับท่านอาจารย์ประมาณสามร้อยปีก่อนจะให้กำเนิดเจ้า เจ้ายังเป็นทารกยังควบคุมพลังมารในตัวเองไม่ได้จึงกลายเป็นมารพยัคฆ์น้อยตลอดเวลา
เทพธิดาชิงชิง..เอ่อ..นางไม่อยากเห็นเจ้าอยู่ในสภาพมารพยัคฆ์น้อย นางจึงขอให้ท่านอาจารย์ช่วยผนึกพลังมารในตัวเจ้าไว้
หลังจากท่านอาจารย์ช่วยผนึกพลังมารในตัวเจ้าแล้ว เจ้าก็มีสภาพเหมือนคนปกติธรรมดาอย่างทุกวันนี้ ตอนที่พลังมารในตัวเจ้าถูกผนึกไว้ ใบหน้าของเจ้าข้าว่าเหมือนเทพธิดาชิงชิงแม่ของเจ้ามากเชียวล่ะ” เตียนชิงเอ๋อหยุดมองหน้าเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างพิจารณาก่อนยิ้มหวานเหมือนเคยแล้วกล่าวต่อ
“ตอนนี้ยิ่งโตข้าว่าเจ้ายิ่งเหมือนนาง 8-9 ส่วนเลยทีเดียว”
“ทำไมข้าถึงกลายเป็น...มารพยัคฆ์นั่นอีก?” เซี่ยนเสี่ยวหยูถามอย่างสงสัย ไม่มีแววเศร้าหรือวิตกเรื่องชาติกำเนิดเหมือนเมื่อก่อน
“ท่านอาจารย์เคยบอกว่าผนึกนี้จะหายไปต่อเมื่อเจ้าตกอยู่ในความเป็นความตาย หรืออันตรายถึงชีวิต ผนึกจะทำลายตัวเองเพื่อให้เจ้าใช้พลังเพื่อปกป้องตนเองได้ ตอนนั้นข้ายังเด็กลืมไปเลยว่าพลังของเจ้าถูกผลึกไว้ ข้าคิดว่าผนึกน่าจะถูกทำลายไปตอนเจ้าตกน้ำ ตอนนั้นข้าใช้พลังเอาตัวเจ้าขึ้นมาจากน้ำ เจ้าหยุดหายใจไปแล้ว สักพักอยู่ๆ เจ้าก็ฟื้นขึ้นมา” เตียนชิงเอ๋อยังจำเหตุการณ์ตอนที่นางไปถึงแม่น้ำได้
ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูจมอยู่ใต้แม่น้ำ นางยืนอยู่ริมแม่น้ำวาดแขนรวมรวบพลัง ทำให้เกิดแสงสีขาวพุ่งไปที่ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยู ร่างของเขาลอยขึ้นมาจากน้ำ ลอยอยู่กลางอากาศ นางวาดแขนลงทำให้แสงสีขาวที่อุ้มร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูลดต่ำลงจนร่างของเขานอนราบกับพื้นหญ้าริมแม่น้ำนั้น
ร่างของเขาไม่ไหวติง นอนนิ่งใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากซีดขาวไร้เลือดฝาด นางทั้งตะโกนทั้งเขย่าร่างที่ปราศจากลมหายใจให้ฟื้น จนนางหมดหวัง จู่ๆ ร่างของเซี่ยนเสี่ยวหยูก็ลุกขึ้นสำลักน้ำเป็นการใหญ่
“เทพธิดาชิงชิงเป็นแม่ข้า แล้วพ่อข้าเป็นใคร?” เซี่ยนเสี่ยวหยูให้ความสนใจชาติกำเนิดของเจ้าของร่างเดิมมาก
แต่ตอนนี้ร่างนี้เป็นของเขา ชาติที่แล้วเขาเป็นเด็กกำพร้าและตอนนี้เขากำลังจะมีทั้งพ่อและแม่ เขาอยากมีพ่อแม่เหมือนคนอื่น
เขาเคยคิดไว้ว่าถ้าสักวันเขาได้มีพ่อแม่เหมือนคนอื่น เขาจะกตัญญูเลี้ยงดูท่านทั้งสองอย่างดี ทำทุกอย่างให้พวกท่านมีความสุขที่สุด
เตียนชิงเอ๋อมองเซี่ยนเสี่ยวหยูที่แสดงท่าทางตื่นเต้นอยากรู้อย่างเห็นได้ชัด นางรู้สึกแปลกใจกับอาการแสดงออกของชายหนุ่มที่นางรักเหมือนน้องชาย นางเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เกิดไม่เคยเห็นความกระตือรือร้นตื่นเต้นแบบนี้ของเขามาก่อน
“ท่านอาจารย์ไม่เคยบอกข้าว่าใครเป็นพ่อของเจ้า ข้าเองก็ไม่กล้าถาม ตั้งแต่แม่ของเจ้ามาอยู่กับท่านอาจารย์ ข้าก็ไม่เคยได้ยินนางเอ่ยถึงพ่อเจ้าเลย” เตียงชิงเอ๋อกล่าวอ่อนโยนอย่างระมัดระวัง
พอได้ยินคำตอบหน้าของเซี่ยนเสี่ยวหยูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาการสลดผิดหวังชั่วครู่เปลี่ยนเป็นอาการกระตือรือร้นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาคิดอะไรขึ้นมาได้
“ข้าอยากไปเขาสายรุ้งไปถามแม่ข้าด้วยตัวเอง” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวเสียงดังฟังชัดพร้อมรอยยิ้มสดใส
“หลังจากให้กำเนิดเจ้า เทพธิดาชิงชิงก็มีร่างกายเจ็บป่วยอ่อนแอลงเรื่อยๆ เพียงไม่กี่ปีร่างของนางก็สิ้นสลาย” เตียนชิงเอ๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า นางเองก็รักและนับถือเทพธิดาชิงชิงไม่น้อย
เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกผิดหวังและเศร้าสลดอีกครั้งความหวังที่จะได้เห็นหน้าผู้ให้กำเนิดสลายหายไปในพริบตา เมื่อรู้ว่าผู้ให้กำเนิดจากไปแล้ว
“งั้นเราไปถามท่านอาจารย์ก็ได้” ไฟแห่งความหวังยังไม่มอดเชื้อ เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์เป็นคนรักสันโดษพอแม่ของเจ้าสิ้น นางต้องการเก็บตัวบำเพ็ญเพียรเหมือนเคย นางขอให้ผู้เฒ่าเยี่ยตี้เทพพงศ์ไพรพาข้ากับเจ้าเดินทางมาที่แดนมังกรหลงเฉินเฉิงนี้ เพื่อเอามาฝากให้ท่านองครักษ์เทียนเฉิงเก๋าซึ่งเป็นเพื่อนกับท่านอาจารย์ช่วยรับเลี้ยง”
“พี่ชิงเอ๋อ ท่านบอกว่าเมื่อสามหมื่นปีก่อนท่านยังเล็ก แล้วตอนนี้ท่านอายุเท่าไรแล้ว?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเกิดความสงสัยขึ้นในใจ จึงเอ่ยถาม
“ห้าหมื่นกว่าปีแล้ว” คำตอบของเตียงชิงเอ๋อ ทำให้ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มของเซี่ยนเสี่ยวหยูเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ ‘ดูเหมือนหญิงสาวอายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า’
“ข้าอายุสองหมื่นปีได้ไหม?” เซี่ยนเสี่ยวหยูลองคำนวณระยะเวลาดูแล้วจึงเอ่ยถาม
“น่าจะประมาณนั้น อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดของเจ้า” เตียนชิงเอ๋อกล่าว
‘วันเกิด?’ โลกเดิมเซี่ยนหยูเป็นเด็กกำพร้าไม่รู้ว่าตัวเองเกิดวันไหน ทำให้ไม่เคยมีการจัดงานวันเกิดสักครั้ง
สำหรับความรู้สึกที่รู้ว่าตัวเองมีวันเกิดมันทำให้เขาดีใจอย่างบอกไม่ถูก มันช่างวิเศษจริงๆ แต่ตอนนี้เรื่องที่สำคัญกว่าวันเกิดคือผู้ให้กำเนิดคือใคร
“ท่านว่าตอนนี้ท่านอาจารย์ออกมาจากบำเพ็ญเพียรหรือยัง?” คำถามของเซี่ยนเสี่ยวหยูทำให้เตียนชิงเอ๋อหันมามองหน้าเขา ทำให้นางมองเห็นดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มเป็นประกาย
เตียนชิงเอ๋อเดินแกมวิ่งอย่างรีบร้อนไปที่ห้องของเซี่ยนเสี่ยวหยูโดยมีสาวใช้สองคนวิ่งตามไปไม่ห่าง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก อาหยู เปิดประตูให้พี่หน่อย” เมื่อถึงหน้าประตูห้อง นางเคาะและตะโกนเรียกเสียงดังอย่างร้อนใจ
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านใน เตียนชิงเอ๋อลองผลักประตูซึ่งเป็นไปตามคาดประตูถูกล็อกกลอนจากด้านใน
ปกติเซี่ยนเสี่ยวหยูไม่เคยล็อกประตู เขาจะปล่อยให้เตียนชิงเอ๋อและสาวใช้เข้ามาทำโน่นทำนี่ภายในห้องให้เขาได้ตลอดเวลา แต่วันนี้เขาล็อกประตูจากด้านใน
เตียนชิงเอ๋อรู้สึกเป็นกังวลไม่สบายใจ นางเล่าเรื่องราวในอดีตให้เขาฟัง อาจทำให้เขาคิดมากหรือไม่? หรือเขาโกรธนางที่ปฏิเสธไม่ยอมพาเขาไปเขาสายรุ้งเพื่อพบท่านอาจารย์
“อาหยูเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่เร็วเข้า” เตียนชิงเอ๋อร้อนใจ
เช้าตรู่สาวใช้สองคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกนางว่า
“คุณชายเซี่ยนล็อกประตูตั้งแต่เมื่อวานเย็น”
“แสงไฟในห้องถูกเปิดทั้งคืน”
“มีเสียงเดินและเสียงแปลกๆ ดังเป็นระยะตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าเจ้าค่ะ”
“ประตูห้องก็ยังล็อกเหมือนเดิม บ่าวสองคนเคาะประตูหลายครั้ง บอกว่าจะขอเข้าไปทำความสะอาดเก็บห้องเหมือนทุกวัน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบเจ้าค่ะ”
“แต่ยังมีเสียงเดินกับเสียงแปลกๆ เหมือนเมื่อคืนนะเจ้าค่ะ”
“มีการเคลื่อนไหวตลอดทั้งคืนยันเช้าเลยเจ้าค่ะ”
สาวใช้สองคนช่วยกันอธิบายอย่างตื่นตระหนกและหวาดหวั่น กลัวจะมีอันตรายอะไรกับคุณชายเซี่ยนของพวกนาง
“อาหยูเปิดประตูเถอะ” เตียนชิงเอ๋อพยายามเรียกให้เปิดประตูจนอ่อนใจ
เตียนชิงเอ๋อห่วงความปลอดภัยของเซี่ยนเสี่ยวหยูมาก นางกลัวว่าเขาจะคิดทำร้ายตัวเองเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นมาร
“ถ้าเจ้าเปิดประตู ข้ารับปากจะพาเจ้าไปเขาสายรุ้ง” เตียนชิงเอ๋อนิ่งคิดทบทวนอยู่สักครู่ก่อนตัดสินใจตะโกนออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
