บทที่ 14 แผนสื่อรัก
“คุณชายเซี่ยน” เสียงเฉินเหมยทักอย่างอ่อนหวาน เมื่อเห็นเซี่ยนเสี่ยวหยูยืนอยู่ริมระเบียงฝั่งเหนือมองทิวป่าเขาสูงด้านหลังอย่างใจจดใจจ่อ
“เฉินเหมย” เซี่ยนเสี่ยวหยูหันมาทักตอบ
“คุณชายกำลังมองอะไรอยู่หรือเจ้าค่ะ?” นางถามด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้อยากรู้เท่ากับอยากพูดคุยกับเขามากกว่า
นางรู้สึกชื่นชอบอัธยาศัยความเป็นกันเองของคุณชายเซี่ยนในตอนนี้ นางอยากรู้จักสนิทสนมกับเขาให้มากขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าก็มองไปเรื่อยๆ คิดอะไรเพลินๆ เจ้ามีอะไรกับข้าหรือเปล่า?” เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกว่านางอยากพูดคุยอะไรกับตน
“คือข้า...” นางอ้ำอึ้งใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อด้วยความอาย นางมองหน้าเซี่ยนเสี่ยวหยูที่กำลังมองนางอย่างตั้งใจฟังด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง “ข้าอยากรู้ว่า...”
“ว่า?” เซี่ยนเสี่ยวหยูเอียงคอเบิกตากว้างมองหน้าเฉินเหมยอย่างหยอกล้อและตั้งใจฟัง
“คุณชายคิดยังไงกับองครักษ์อี้เฉิงเจ้าค่ะ” นางรวบรวมความกล้าพูดออกมาทั้งที่ใบหน้ายังแดงระเรื่อ
“คิดยังไง?” เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่เข้าใจคำถาม แต่ก็ตอบเท่าที่ตนรู้สึกตรงๆ
“เอ่อ...เขาก็ดูเป็นคนดีองอาจกล้าหาญ เจ้าถามข้าทำไม?”
“ข้าหมายถึง...ท่าน...ท่านชอบเขาไหม?” เฉินเหมยเงยหน้ามองเซี่ยนเสี่ยวหยูรวบรวมความกล้าถามออกไปตรงๆ อีกครั้ง
เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกงงกับคำถาม มองแววตาเฉินเหมยที่มองตนอย่างอยากรู้คำตอบ เขายิ้มให้นาง
“ก็ชอบนะ” คำตอบของเซี่ยนเสี่ยวหยูทำให้ใบหน้าของเฉินเหมยสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“ข้าชอบเขาเท่าๆ กับที่ชอบองครักษ์เทียนฉีนั้นล่ะ” ประโยคหลังทำให้เฉินเหมยเงยหน้ามองเซี่ยนเสี่ยวหยูอีกครั้งในตาเป็นประกาย
“คุณชายจะบอกว่าชอบเขาเหมือนพี่ชายใช่หรือไม่เจ้าค่ะ?” ทุกคนในจวนรับรู้ว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูกับเตียนชิงเอ๋อถูกเลี้ยงดูจากองครักษ์เทียนเฉิงเก๋อบิดาขององครักษ์เทียนฉี ซึ่งทำให้เซี่ยนเสี่ยวหยูรักและนับถือองครักษ์เทียนฉีเหมือนพี่ชาย
“อือ” เซี่ยนเสี่ยวหยูพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เขาเห็นรอยยิ้มดีใจบนใบหน้าของเฉินเหมยชัดเจน ทำให้รู้สึกแปลกใจ
“ข้า...ข้าอยากให้คุณชายช่วย...ช่วยสนับสนุนข้ากับองครักษ์อี้เฉิงเจ้าค่ะ” เฉินเหมยพูดด้วยท่าทางเอียงอาย ใบหน้าแดงระเรื่อมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
เซี่ยนเสี่ยวหยูยิ่งรู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า เขาคิดว่าเฉินเหมยชื่นชอบเทพมังกรเสิ่นกวงจวิน แต่ไหงกลับกลายเป็นองครักษ์อี้เฉิงไปได้
“เจ้าไม่ได้ชื่นชอบท่านเสิ่นกวงจวิน?” เซี่ยนเสี่ยวหยูอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามให้แน่ใจ
“ข้าน้อยมิกล้าหรอกเจ้าค่ะ” เฉินเหมยตกใจรีบปฏิเสธทันที
“แล้วเรื่องที่เจ้าหาผลมูลี่อะไรนั้นมาเอาใจเขาล่ะ?”
“ผลมูลี่เค่อเจ้าค่ะ” นางทวนชื่อผลไม้ให้เขาฟังก่อนกล่าวต่อ “ท่านเสิ่นกวงจวินเป็นเจ้านายขององครักษ์อี้เฉิง ข้าก็ควรเอาใจเขาเพื่อความก้าวหน้าขององครักษ์อี้เฉิงไม่ใช่หรือเจ้าค่ะ”
“อ๋อ...” เซี่ยนเสี่ยวหยูขานรับอย่างเข้าใจ
นี่เขาเข้าใจผิดคิดว่านางมีใจให้เทพมังกรเสิ่นกวงจวินมาตลอด ความรู้สึกโล่งในอกลึกๆ มันคืออะไร ทำไมต้องรู้สึกโล่งใจด้วย ลอบผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
หลังจากวันนั้นเซี่ยนเสี่ยวหยูจำเป็นต้องเข้าไปทำหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวองครักษ์อี้เฉิง
แต่เขาตั้งให้เฉินเหมยเข้าไปพร้อมด้วยทุกครั้ง เซี่ยนเสี่ยวหยูโยนหน้าที่จัดหาเสื้อผ้า สวมชุดแต่งกาย หวีผมรัดเกล้ากวานให้องครักษ์อี้เฉิงเป็นหน้าที่ของหญิงสาวทำแทนเตียนชิงเอ๋อ
ทุกวันระหว่างที่นางปฏิบัติหน้าที่ สายตาขององครักษ์อี้เฉิงจะยังคงมองไปที่เซี่ยนเสี่ยวหยูตลอดเวลา
เฉินเหมยรับรู้ได้ว่าองครักษ์อี้เฉิงคิดอย่างไรกับเซี่ยนเสี่ยวหยู แต่เมื่อมองไปที่เซี่ยนเสี่ยวหยูซึ่งยังคงดูแลเก็บโน่นปัดกวาดนี่ภายในห้องโดยไม่ได้ให้ความสนใจหรือหันมามองด้วยซ้ำ
บ่อยครั้งที่เซี่ยนเสี่ยวหยูเห็นเฉินเหมยพยายามเอาใจองครักษ์อี้เฉิงพูดจาอ่อนโยนสารพัด เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกว่าการกระทำของนางนั้นมันมากเกินไป เซี่ยนเสี่ยวหยูแอบส่ายหน้าบ่อยครั้ง
“เฉินเหมย เจ้ารู้ไหม อะไรที่มันมากเกินไป อาจทำให้คุณค่าลดน้อยลงหรือมองไม่เห็นคุณค่าของมันเลย ยิ่งเราตามมากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งหนีเรามากเท่านั้น” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวกับหญิงสาวอย่างหวังดี เมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพัง
เฉินเหมยเป็นคนฉลาดนางเข้าใจความหมายในคำพูดของเซี่ยนเสี่ยวหยูดี หลังจากวันนั้นเฉินเหมยเข้าไปดูแลปรนนิบัติเอาใจใส่องครักษ์อี้เฉิงเพียงลำพังหลายวันติดต่อกัน
ช่วงแรกองครักษ์อี้เฉิงถามหาเซี่ยนเสี่ยวหยูถึงสาเหตุที่ไม่มาด้วย
“คุณหนูเตียนให้คุณชายเซี่ยนไปช่วยงานเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงอ่อนหวานนอบน้อม
องครักษ์อี้เฉิงนึกถึงเหตุการณ์ที่เขากอดและหอมแก้มเซี่ยนเสี่ยวหยูขณะสวมเสื้อคลุมให้เขา
เซี่ยนเสี่ยวหยูโกรธและต่อยเขาก่อนวิ่งออกจากห้องไป อี้เฉิงคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าเซี่ยนเสี่ยวหยูคงจะเขินอาย ไม่คิดว่าจะโกรธและรังเกลียดเขามากถึงขนาดไม่ยอมเข้ามาดูแลเขาเพียงลำพังเหมือนเมื่อก่อนอีกเลย
เฉินเหมยเห็นอาการเศร้าเสียใจในแววตาขององครักษ์อี้เฉิง นางพยายามชวนพูดคุยเอาใจปรนนิบัติสารพัดทุกวันจนอี้เฉิงเคยชิน คลายความคิดน้อยเนื้อต่ำใจเกี่ยวกับเซี่ยนเสี่ยวหยูลงไปเกือบหมด
องครักษ์อี้เฉิงคุ้นเคยกับเฉินเหมยมาก่อนบ้างแล้วเมื่อครั้งช่วยงานเตียนชิงเอ๋อ และครั้งที่บอกเขาเรื่องทหารลูกผสมสี่คนแอบขโมยอาหารเก็บไว้กินเองในที่พัก ทำให้ความคุ้นเคยสนิทสนมใช้เวลาไม่นาน ทำให้เหมือนคนรู้ใจไปโดยไม่รู้ตัว
วันไหนที่เฉินเหมยไม่ได้มาปฏิบัติหน้าที่ดูแลห้องให้ องครักษ์อี้เฉิงจะรู้สึกหงุดหงิดกว่าทุกวันโดยไม่มีสาเหตุ มองอะไรก็ดูจะขวางหูขวางตาไปหมด
เตียนชิงเอ๋อสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงขององครักษ์อี้เฉิง มุมปากของนางยกขึ้นอย่างพอใจ แผนการที่วางไว้ของพวกนางกับเซี่ยนเสี่ยวหยูท่าทางจะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
เฉยเหมยทำทุกอย่างให้องครักษ์อี้เฉิงได้อย่างรู้ใจ นางสามารถหยิบจับได้โดยที่องครักษ์อี้เฉิงไม่ต้องเอ่ยปาก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้ององครักษ์อี้เฉิงเหมือนทุกเช้า เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเดินเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย
“วันนี้มีประชุมกับท่านเสิ่น...” องครักษ์อี้เฉิงกล่าวอย่างเป็นกันเองขณะลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอน พอเงยหน้ามองเห็นหญิงสาวตรงหน้า เขาก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
“ทำไมเป็นเจ้า?” เสียงเขาอ่อนลงอย่างให้เกียรติ
เตี่ยนชิงเอ๋อยิ้มบางๆ เหมือนเคย “เพราะวันนี้มีประชุมกับท่านเสิ่นกวงจวินจึงต้องเตรียมอาหารมากเป็นพิเศษ โรงครัวขาดคนจึงให้เฉินเหมยไปช่วยเจ้าค่ะ” นางตอบเสียงเรียบ ขณะหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นในอ่างบิดหมาดส่งให้องครักษ์อี้เฉิง
องครักษ์อี้เฉิงยังคงรักษาท่าทีให้เรียบเฉยดูเป็นธรรมชาติทั้งที่ใจของเขารู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวนางนั้นเหมือนทุกวัน มันเหมือนขาดอะไรไป ถึงเตียนชิงเอ๋อจะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีไม่ขาดตกบกพร่องอะไรเลยก็ตาม
เฉิงเหมยไม่ได้เข้ามาดูแลห้องขององครักษ์อี้เฉิงนายเป็นเวลาสามวันแล้ว สร้างความหงุดหงิด อารมณ์เสียโดยไม่รู้สาเหตุให้องครักษ์อี้เฉิงเป็นอย่างมาก ขนาดกินข้าวได้น้อยลง นอนก็ไม่ค่อยหลับ นึกถึงแต่ใบหน้างดงามของหญิงสาวตลอดเวลา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มพูดจาฉอเลาะเอาอกเอาใจใส่เขาตลอดเวลา หัวเราะออดอ้อนทุกวัน
ในห้องของเซี่ยนเสี่ยวหยูตอนนี้ เซี่ยนเสี่ยวหยู เฉยเหมยกำลังตั้งใจฟังคำบอกเล่าของเตียนชิงเอ๋อถึงพฤติกรรมขององครักษ์อี้เฉงในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ช่วงที่เฉินเหมยไม่ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวให้เขา
“ผ่านมาสามวันแล้ว พรุ่งนี้เจ้าก็ไปทำหน้าที่เหมือนเดิมได้แล้วล่ะ” เซี่ยนเสี่ยวหยูหันไปบอกกับเฉินเหมยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างตน
“ขอบคุณคุณชายเซี่ยน ขอบคุณคุณหนูเตียน ที่สนับสนุนเฉยเหมย” นางลุกขึ้นคุกเข่าประสานมือทำความเคารพ
“เจ้าทำอะไร ลุกขึ้นเร็ว” เซี่ยนเสี่ยวหยูรีบลุกขึ้นไปพยุงร่างให้นางลุกขึ้น
“ต่อไปห้ามเรียกข้าว่าคุณชายอีกรู้ไหม เรียกข้าว่าอาหยูเหมือนพี่ชิงเอ๋อก็ได้”
“คุณชาย เฉินเหมยมิกล้า” นางรีบปฏิเสธเพราะมิอาจคิดสนิทสนมเกินตัวจนเกินไป
“ถ้าไม่กล้า เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน” เซี่ยนเสี่ยวหยูทำเสียงเข้ม แกล้งทำเป็นโกรธ
“คุณชาย เอ่อ อาหยู เฉินเหมยจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้เลยเจ้าค่ะ” แววตาซาบซึ้งน้ำตาเอ่อล้นอาบแก้ม ถึงน้ำใจของเซี่ยนเสี่ยวหยูที่มีให้นาง
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเฉินเหมยกลายเป็นคนรู้ใจขององครักษ์อี้เฉิง เหมือนที่เตียนชิงเอ๋อรู้ใจองครักษ์เทียนฉี ถึงต่อหน้าคนอื่นจะไม่แสดงออกชัดเจนมากนัก แต่ก็พอมองออกว่าทั้งสองมีใจให้กันไม่มากก็น้อย เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกภาคภูมิใจที่ตนทำให้คนทั้งสองรู้ใจของกันและกัน
