บทที่ 11 สารภาพผิด
เสิ่นกวงจวินเฝ้ามองเซี่ยนเสี่ยวหยูโดยตลอดตั้งแต่เดินมาที่ลานประชุม และตอนนี้เขาเห็นสายตาของเซี่ยนเสี่ยวหยูมองออกไปในกลุ่มทหารลูกผสม สายตาของเซี่ยนเสี่ยวหยูกำลังมองทหารลูกผสมคนหนึ่งที่กำลังขยับตัวเดินหลบซ่อนไปด้านหลังทหารคนอื่น
“คือเขา” เซี่ยนเสี่ยวหยูชี้ไปที่ทหารสวมชุดสีเทาคนนั้น
ทุกคนหันหน้ามองตามนิ้วที่เซี่ยนเสี่ยวหยูชี้ในทิศทางเดียวกัน แต่จำนวนคนที่มากทำให้เกิดความวุ่นวาย เหล่าทหารชุดสีเทาต่างพากันปฏิเสธ ‘ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้านะ ข้าก็ไม่ใช่’
ความวุ่นวายทำให้คนร้ายตัวจริงพยายามหลบหนีแทรกตัวอยู่ในฝูงชน เขายิ้มที่มุมปากอย่างมีชัย เมื่ออยู่ในกลุ่มทหารชุดเทาด้วยกันจำนวนมากเช่นนี้ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใครก็ไม่สามารถจับเขาได้
รอยยิ้มที่มุมปากหายไปพร้อมความคิด เมื่อเขารู้สึกตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง
“โอ๊ะ...” เสียงร้องตกใจเมื่อปลายเท้าของเขาไม่ติดกับพื้น ร่างของเขากำลังลอยขึ้นจากพื้น
‘เกิดอะไรขึ้น’ เขาไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ร่างของเขาลอยสูงอยู่เหนือฝูงชนเหล่าทหารชุดเทา
“โอ้ย...โอ้ย...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย” ร่างของเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทำให้เขาเกิดความกลัวจนต้องร้องออกมา
ร่างเขาลอยออกมาถึงกลางลานประชุม ฉับพลันร่างของเขาก็หล่นตุ๊บลงมากองที่พื้น
“โอ้ย...โอ้ย...” ขากระแทกพื้นอย่างแรงรู้สึกเจ็บเหมือนกระดูกหัก รีบเอามือกุมขาข้างนั้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
เซี่ยนเสี่ยวหยูตกตะลึงนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นพลังเทพของจริง
เขาเห็นเสิ่นกวงจวินที่ยังนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้ ชี้นิ้วไปที่ร่างของคนร้าย แล้วร่างของคนร้ายก็ลอยสูงขึ้นลอยมาถึงกลางลานประชุม พอเสิ่นกวงจวินเก็บนิ้ว ร่างของคนร้ายก็ล่วงลงกลางอากาศกระแทกพื้นทันที
“พูดต่อสิว่าเจ้าเห็นอะไร?” เสิ่นกวงจวินกล่าวน้ำเสียงแหบแห้ง มองเซี่ยนเสี่ยวหยูที่ยังอยู่ในอาการตะลึงกับภาพตรงหน้า
“อ้อ...ข้าเห็นเขาหยิบห่อกระดาษที่มีผงอะไรสักอย่างโรยลงไปบนจานที่มีผลมูลี่อะไรนั้น” เซี่ยนเสี่ยวหยูเรียกสติกลับคืนแล้วกล่าวตามที่เห็นทุกอย่าง
“ผลมูลี่เค่อ” เตียนชิงเอ๋อกระซิบ
เซี่ยนเสี่ยวหยูหันไปยิ้มให้นางทำปากกล่าว “ขอบคุณ” แบบไม่มีเสียงพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้นาง
“อาหยูของพี่เก่งจัง” เตียนชิงเอ๋อกล่าวชื่นชมเสียงเบาพอได้ยินกันสองคน นางจับมือข้างหนึ่งของเซี่ยนเสี่ยวหยูมาลูบเบาๆ
เซี่ยนเสี่ยวหยูกำมือสามนิ้วยกเว้นนิ้วชี้กับนิ้วโป้งชี้ออก เอามือวางไว้ใต้คางเหมือนคนกำลังเก๊กหน้าหล่อเวลาถ่ายรูป
ทำให้เตียงชิงเอ๋ออดยิ้มขบขันไม่ได้ เซี่ยนเสี่ยวหยูเองก็รู้สึกเขินอายอดยิ้มขบขันไปด้วยไม่ได้
ท่าทางของเซี่ยนเสี่ยวหยูหยอกล้อกับเตียนชิงเอ๋อตกอยู่ในสายตาของเกือบทุกคน บางคนสะกิดเพื่อนให้ดูใบหน้าที่กำลังแย้มยิ้มขบขันของคุณชายเซี่ยน ช่างเป็นใบหน้าที่อ่อนโยนน่ารักงดงามเป็นกันเองไม่หลงเหลือภาพของคุณชายเซี่ยนที่เย่อหยิ่ง ผู้ไม่เคยยิ้มหรือไม่แม้กระทั่งชำเลืองมองผู้คนที่เขาคิดว่าต่ำกว่า
หลายวันที่ผ่านมาเซี่ยนเสี่ยวหยูขอให้เตียนชิงเอ๋อหาคนอื่นไปทำหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวของท่านเทพเสิ่นกวงจวินและองครักษ์ทั้งสองแทนตน เพราะเหตุผลบางอย่างที่เตียนชิงเอ๋อพอจะเข้าใจ
ตั้งแต่น้องชายประสบเหตุวันนั้น พฤติกรรมเดิมก็หายไปหมดสิ้น แม้กระทั่งความสนิทสนมที่มีให้กับองครักษ์อี้เฉิงและท่านเสิ่นกวงจวินก็น้อยลงหรือแทบจะห่างเหินไปเลย
ตอนแรกเตียนชิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะเมื่อก่อนเซี่ยนเสี่ยวหยูเป็นคนมาขอร้องตนว่าอยากรับหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวของเสิ่นกวงจวินและองครักษ์อี้เฉิงเอง
แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเซี่ยนเสี่ยวหยูทำให้นางพยายามทำความเข้าใจ
ตอนนี้เซี่ยนเสี่ยวหยูในสายตานางเป็นน้องชายที่น่ารักขี้เล่นยิ้มเก่งพูดจาไพเราะไม่แข็งกระด้าง รู้จักก้มหัวทำความเคารพตอบผู้อื่นให้เกียรติคนอื่นมากขึ้น
นางไม่ขัดความประสงค์ของเซี่ยนเสี่ยวหยู ถ้าเขาจะขออะไรก็ได้ที่ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง
เตียนชิงเอ๋อจึงไปขอให้เฉินเหมยมาช่วยรับหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวของท่านเสิ่นกวงจวินและองครักษ์อี้เฉิงแทนเซี่ยนเสี่ยวหยู ซึ่งเฉินเหมยแสดงออกถึงความตื่นเต้นดีใจกล่าวรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ
เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลังจวนทางฝั่งตะวันตกขององครักษ์เทียนเฉิงเก๋อบิดาขององครักษ์เทียนฉี ซึ่งห้องนอนของเขาอยู่ทางฝั่งตะวันออกของจวน
เซี่ยนเสี่ยวหยูเดินมาถึงศาลาไม้ มีโต๊ะตั้งอยู่ตรงกลางศาลาสำหรับวางของว่างได้ สามารถรองรับผู้มาเยือนได้ไม่ต่ำกว่า 10 คน
เขาเดินเข้าไปในศาลานั่งมองดูดอกไม้หลากสีที่ปลูกเรียงรายดูแล้วตระการตา มองเลยออกไปเห็นน้ำตกไหลจากหน้าผาไม่สูงมากนัก มองแล้วน้ำตกน่าจะอยู่ไม่ไกล เขาลุกขึ้นยืนหมายจะลองเดินไปดู
“คุณชายเซี่ยน” เสียงอ่อนหวานของสตรีนางหนึ่งดังมาจากด้านหลัง
“แม่นางเฉินเหมย!” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวทัก รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อหันมาเห็นหญิงสาวยืนนอบน้อมทำท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
“เจ้ามีอะไรกับข้าหรือไม่?” เซี่ยนเสี่ยวหยูกล่าวพร้อมยิ้มบางๆ อย่างเป็นมิตร ทำให้ใบหน้าของเขายิ่งดูอ่อนโยน
เมื่อหลายวันก่อนเตียนชิงเอ๋อให้เด็กรับใช้มาตามเฉินเหมยไปพบที่ห้องส่วนตัวพูดคุยกันเพียงลำพัง
“คุณหนูเตียน” เฉินเหมยแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
“นั่งลงก่อนเถอะ” เตียนชิงเอ๋อกล่าวเชิญอย่างเป็นกันเอง
“มีอะไรให้เฉินเหมยรับใช้เจ้าค่ะ” นางกล่าวอย่างร้อนใจเมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่หลุดกิริยานอบน้อม
“ข้ามีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากเจ้า” เตียนชิงเอ๋อไม่อ้อมค้อมกล่าวด้วยเสียงอ่อนหวานตามนิสัย
“มีสิ่งใดที่เฉินเหมยช่วยได้ โปรดกล่าวได้เลยเจ้าค่ะ เฉินเหมยยินดีแม้ต้องแลกด้วยชีวิตเฉิงเหมยก็ให้ได้เจ้าค่ะ” เฉินเหมยเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน ไพเราะช่างเอาใจ ประกอบกับรูปร่างหน้าตาสะสวยทำให้นางเป็นที่รักและชื่นชอบของบุรุษหลายคนที่ได้พบเจอ
เตียนชิงเอ๋อหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินวาจาช่างประจบเอาใจของนาง
“เรื่องของข้าไม่ถึงกับต้องเอาชีวิตเจ้ามาแลกหรอก เพียงแต่ข้าอยากให้เจ้าช่วยทำหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวของท่านเสิ่นกวงจวินกับองครักษ์อี้เฉิงแทนเซี่ยนเสี่ยวหยู ไม่รู้เจ้าจะยินดีหรือไม่?” เตียนชิงเอ๋อวัตถุประสงค์โดยไม่อ้อมค้อม
“เจ้าบอกข้าตามตรงได้เลยไม่ต้องเกรงใจ ข้าจะไม่บังคับถ้าเจ้าไม่เต็มใจรับงานนี้ ข้าจะได้ไปหาคนอื่นรับหน้าที่นี้ใหม่ เพียงแต่ข้าเห็นเจ้าทำงานเรียบร้อยเอาใจใส่งานที่ได้รับมอบหมายได้ดีไม่มีที่ติ” เตียนชิงเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้มบางบนใบหน้า เมื่อเห็นเฉินเหมยนิ่งเงียบไป
ทันทีที่เฉินเหมยได้ยินว่าต้องทำหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวของท่านเสิ่นกวงจวินกับองครักษ์อี้เฉิงหัวใจของนางก็เต้นแรงตื่นเต้น คิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก จึงทำได้แต่นิ่งอึ้งเงียบไป
“เฉินเหมยยินดีรับหน้าที่นี้เจ้าค่ะ แต่...เอ่อ..” เมื่อได้สตินางจึงรีบกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แต่สีหน้าของนางสลดลงทันทีเมื่อนึกถึงเจ้าของหน้าที่คนเดิมซึ่งก็คือเซี่ยนเสี่ยวหยูผู้เย่อหยิ่งและถือตัว
“คุณชายเซี่ยน? เจ้าไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนบอกให้ข้าเลือกเจ้าให้ทำหน้าที่นี้แทนเขา” เตียนชิงเอ๋อพูดเพื่อให้เฉินเหมยสบายใจ
“คุณชายเซี่ยนบอกให้ข้าเป็นคนรับหน้าที่นี้แทนหรือเจ้าค่ะ?” เฉินเหมยแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“อือ” เตียนชิงเอ๋อพยักหน้ายิ้มอ่อนหวานพร้อมกับกุมมือนางอย่างเป็นกันเอง
หลังจากวันนั้นเฉินเหมยรับทำหน้าที่ดูแลห้องส่วนตัวเสิ่นกวงจวินกับองครักษ์อี้เฉิงแทนเซี่ยนเสี่ยวหยูอย่างเต็มตัว
นางนึกขอบคุณเซี่ยนเสี่ยวหยูเรื่องที่ช่วยเหลือนางให้พ้นคำกล่าวหาเรื่องวางยาพิษในผลมูลี่เค่อ และเรื่องที่ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับท่านเสิ่นกวงจวินและองครักษ์อี้เฉิง
เมื่อก่อนนางนึกอิจฉาเซี่ยนเสี่ยวหยูมาตลอดที่ได้ใกล้ชิดกับเสิ่นกวงจวินและองครักษ์อี้เฉิง ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาส
“คุณหนูเตียนเจ้าค่ะ” เฉินเหมยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและนอบน้อม เมื่ออยู่กันเพียงลำพังในห้องส่วนตัวของเสิ่นกวงจวินเพื่อช่วยกันจัดเก็บภายในห้องให้เรียบร้อย
“หือ” เตียนชิงเอ๋อขานรับขณะปัดที่นอนอย่างตั้งใจ
“เฉินเหมยอยากจะขอบคุณคุณชายเซี่ยนเจ้าค่ะ” คำพูดของเฉินเหมยทำให้เตียนชิงเอ๋อหันมามองนาง
“ขอบคุณเขา! เรื่องอะไรกัน?” เตียนชิงเอ๋อถามอย่างแปลกใจ
“เรื่องวางยาพิษ และเรื่องที่ให้ข้ามาทำหน้าที่แทนเจ้าค่ะ”
“อ้อ เจ้าไม่ต้องเกรงใจและไม่ต้องคิดมากหรอก แต่ถ้าเจ้าไม่สบายใจอยากขอบคุณเขาจริงๆ ก็ตามใจเจ้าเถอะ ถ้าทำแล้วทำเจ้าจะสบายใจขึ้น” เตียนชิงเอ๋อยิ้มอ่อนหวานอย่างเคยก่อนหันไปจัดเตียงตรงหน้าต่ออย่างตั้งใจ
“ตอนนี้อาเซี่ยนโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากรู้จักให้เกียรติคนอื่น พูดจาไพเราะน่าฟัง ตอนนี้เขาเป็นเด็กดีน่ารักมาก” เตียนชิงเอ๋อนึกถึงน้องชายแล้วอดชื่นชมกับความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีไม่ได้
เฉินเหมยได้ยินเตียนชิงเอ๋อกล่าวแล้วนึกคล้อยตาม ครั้งสุดท้ายที่เซี่ยนเสี่ยวหยูช่วยเป็นพยานให้นางกับพ่อครัวฮ่งเต๋อที่ลานประชุมใหญ่หน้าปราสาท ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มตลอดเวลา และท่าทางที่หยอกล้อกับเตียนชิงเอ๋อช่างดูเป็นธรรมชาติอ่อนโยนมองแล้วโลกดูสดใสสวยงาม
“เฉินเหมยอยากจะมาขอบคุณคุณชายเซี่ยนที่ช่วยเหลือเรื่องวางยาพิษท่านเสิ่นกวงจวินเจ้าค่ะ” นางกล่าวพร้อมกับประสานมือทำความเคารพอย่างจริงใจ
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกข้าเพียงแค่พูดตามที่เห็น” เซี่ยนเสี่ยวหยูรีบโบกมือไม่ให้ทำความเคารพ
“ดูแล้วเจ้าน่าจะอายุพอๆ กับพี่ชิงเอ๋อ ถ้าไม่อยากให้ข้าอายุสั้นอย่าทำแบบนี้อีกนะ” เขาทำเสียงหยอกล้อพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร
เฉินเหมยรู้สึกตะลึงในน้ำเสียง และคำพูดหยอกล้ออย่างเป็นกันเองของคุณชายเซี่ยนเสี่ยวหยูที่มีต่อนาง
“คุณชายเซี่ยน” เฉินเหมยคุกเข่าลงกับพื้น
“เจ้า...เจ้าทำอะไร?” เซี่ยนเสี่ยวหยูรู้สึกตกใจเมื่อเห็นเฉินเหมยคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
พอตั้งสติได้จึงรีบเข้าไปพยุงให้นางลุกขึ้น “ลุกขึ้นก่อน มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้” เขาพยุงนางลุกขึ้นแล้วรีบออกห่างเพราะหญิงชายอยู่เพียงลำพังใกล้ชิดกันมากไม่เหมาะสม ถ้ามีใครมาพบเห็นจะเกิดความเสียหายกับฝ่ายหญิงได้
เฉินเหมยรู้สึกผิดน้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อล้นออกมา เซี่ยนเสี่ยวหยูมองเห็นแล้วยิ่งทำอะไรไม่ถูกสัมผัสแขนนางเพียงแผ่วเบาให้นางเดินมานั่งบนเก้าอี้ในศาลา
“คุณชายเซี่ยน...ข้า...ข้าขอโทษ...ข้าขอโทษ...” เฉินเหมยกล่าวด้วยเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้
“เจ้าขอโทษข้าทำไม? มีอะไรก็พูดออกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูไม่รู้เกิดอะไรขึ้นระหว่างเฉินเหมยกับเจ้าของร่างเดิมที่ผ่านมาอย่างไร
“ข้าสัญญา ข้าจะไม่ว่าอะไรเจ้า มีอะไรก็พูดออกมาตามตรงได้เลย” เซี่ยนเสี่ยวหยูสัญญาได้เพราะสิ่งที่เฉินเหมยทำไปแล้วนั้น ทำกับเจ้าของร่างเดิมไม่ใช่เขา เขาแค่รับรู้ แค่นั้นก็เพียงพอ
“ข้าเองที่...ที่เป็นคนไปบอกองครักษ์อี้เฉิง” นางก้มหน้ากล่าวทั้งที่ยังสะอื้น
“บอกอะไร? ข้าไม่เข้าใจ” เซี่ยนเสี่ยวหยูฟังแล้วไม่เข้าใจจริงๆ
“เรื่องที่ทหารลูกผสมทั้งสี่คนขโมยอาหารมาไว้ในที่พักของตัวเอง” เฉินเหมยกล่าวเสียงเบาแต่เซี่ยนเสี่ยวหยูได้ยินชัดเจน
