ตอนที่ 13 ความคิดถึงกำลังเดินทาง
ดึกสงัด... แสงไฟจากหัวเตียงสาดลงเบา ๆ บนใบหน้าเล็กที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนของเธอ
คิระนอนหลับปุ๋ย แก้มยุ้ยพองน้อย ๆ ตามจังหวะหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายวัยสองขวบกว่า ๆ กลิ่นหอมกรุ่นของบุตรชายยังคงทำให้หัวใจของพิมพ์ใจสงบได้เสมอ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ เป็นสายโทรเข้าจากชื่อที่เธอไม่กล้ากดรับในทันที
KEY
หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่ก็เพิ่งแยกกันไม่กี่วัน เอาดีๆ...เธอแอบรอให้เขาโทรมาอย่างใจจดจ่อ
รอยยิ้มเบ่งบานพลันเกิดขึ้นทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ เป็นชื่อเขา...
การที่ศิลปินในดวงใจโทรมาหา มันเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ที่ไหนกันล่ะ แม้จะรู้ดีว่าเขาต้องโทรมาเพราะคิระแน่ แต่ก็อดที่จะปลื้มใจไม่ได้อยู่ดี
"ฮัลโหล...ค่ะ" เธอกรอกน้ำเสียงลงไป หลังจากขยับตัวออกจากบุตรชายที่นอนหลับใหลอยู่
คืนนี้เธอนอนที่คฤหาสน์หลังนี้กับบุตรชาย ในห้องของคิระที่ปู่กับย่าเตรียมเอาไว้ให้อย่างกว้างใหญ่ เพียงพอสำหรับเธอและลูก แบบเกินพอด้วยซ้ำ...
"คิระนอนแล้วเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยล้า ดูกระตือรือร้นเมื่อเอ่ยชื่อเด็กชาย
"ค่ะ หลับตั้งแต่หนึ่งทุ่มแล้วค่ะ วันนี้เล่นกับคุณปู่เยอะตั้งแต่เช้ายันค่ำ" เธอตอบเขาแบบสบายๆ เช่นกัน หันไปมองคนนอนหลับไม่รู้เรื่องก็นึกเอ็นดู ในความขยันสร้างความเอ็นดูให้คุณปู่และคุณย่ามาทั้งวัน แบบไม่หยุดหย่อน
“อืม...แอบเปิดกล้องให้ฉันดูเขาได้ไหม?”
คำขอที่แผ่วเบา แต่ฟังดูอ้อนกว่าทุกครั้ง
พิมพ์ใจกดเปิดที่หน้าจอ หันกล้องไปยังใบหน้าเล็กของเด็กชายที่กำลังนอนกอดตุ๊กตาหมี แบบที่ไม่ให้เห็นใบหน้าของตัวเอง
ตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนตัวยาวและสุภาพเรียบร้อยก็จริง แต่ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเขาในสภาพหน้าสด ที่แม้แต่แป้งก็ไม่ได้แต้มแต่งลงไป
เธอได้ยินเสียงลมหายใจลึก ๆ จากปลายสาย
เขาเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพูดเบา ๆ เหมือนกลัวจะปลุกใครขึ้นมา...
“หลับแล้ว...ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย”
แล้วเสียงถอนหายใจแผ่วเบาก็ดังตามมา พิมพ์ใจยิ้มบาง ๆ อย่างอ่อนโยน มองใบหน้าเขาที่ฉายผ่านหน้าจอมา
คีย์น่าจะนอนอยู่บนเตียง สภาพของเขาไม่ได้ใส่เสื้อ นั่นแหละคือเหตุผลที่เธอต้องลอบมอง แม้เขาจะไม่เห็นก็เถอะ...ว่าเธอกำลังลอบมองเขาอยู่ ก็ตาม
“...คิดถึงฉันบ้างไหม?” ใจดวงน้อยที่กำลังจะสั่นกับสภาพล่อแหลมของเขา สั่นแรงขึ้น...กับคำถามที่ไม่คิดว่าเขาจะถาม พิมพ์ใจเบิกตากว้าง เธอเผลอสะดุดหายใจไปครู่หนึ่ง
“เอ่อ...”
“คิระน่ะ เขาบ่นคิดถึงฉันบ้างไหม?”
เมื่อเขาขยายความออกมา ก็ทำเอาเธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาจะเว้นจังหวะทำไม ใจเธอเกือบวายเลยนะนั่น!
"บ่นสามเวลา หลังอาหารเลยค่ะ ถามว่า...เมื่อไหร่คุณพ่อจะมา แต่ตอนคุณปู่พาไปเที่ยว ก็ทุเลาการคิดถึงคุณพ่อไปได้เยอะ" เธอรีบตอบเขาแก้เก้อ ไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองเผลอ เข้าใจว่าเขาถามตัวเอง...
เอาจริงๆ แม้จะรู้สถานะของตัวเองเป็นอย่างดีและไม่เคยคิดที่จะคาดหวังอะไรไปมากกว่านั้น
แต่ตลอดเวลาที่ได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ใครจะไม่ตกหลุมรักผู้ชายอย่างคิรากรคงเป็นไปได้ยาก
ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่ตกหลุมรัก...เขาเรียกปลื้มมากๆ ต่างหาก
เธอรีบแก้ต่างในใจให้หัวเอง มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ ยังคงทำหน้าที่ให้เขาได้เห็นคิระน้อย ในยามหลับใหล
"ว้า คุณพ่อทำคะแนนนำไปแล้วแน่ๆ ไม่ได้การละ ถ้าลูกตื่นพรุ่งนี้ทักมาหน่อยนะ อยากคุยกับแก"
"ได้เลยค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้แกตื่นแล้ว พิมพ์จะทักหาคุณก่อนนะ"
"แล้วคุณล่ะ เป็นไงบ้าง อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ อึดอัดใจไหม" เขาถามเธอบ้างเชิงเห็นใจ ที่จะต้องมาอยู่บ้านหลังใหญ่โดยที่ไม่มีเขา
"แรกๆ ก็เกร็งอยู่นะคะ แต่พอนานๆ ไปคุณท่านทั้งสอง ก็ใจดีอยู่นะคะ" เธอบอกเขาออกไปอย่างสบายๆ ความผ่อนคลายเริ่มมาเยือนคนสองคนแบบที่ไม่รู้ตัว
"จริงเหรอ ผมไม่เคยเห็นพวกท่านใจดีเลยสักครั้ง ไปทำอีท่าไหน ถึงได้เห็นน่ะ" เขาว่าเชิงแซวติดเล่น จนเธอต้องหัวเราะเบาๆ ออกมา แต่พอรู้ตัวว่าลูกนอนอยู่ก็ต้องขอเขาหลบออกมาคุยในห้องน้ำ
"คุณก็...พูดเกินไป คุณแม่คุณใจดีมากเลยนะ ทำอาหารเก่ง อร่อยมาก มีสูตรลับเยอะแยะเลย...ท่านยังสอนพิมพ์ตั้งหลายเมนู" จริงๆ เธอเผลอจะเรียกเขาว่าพี่คีย์แล้ว ถ้าไม่ติดว่า...มันดูจะไม่เหมาะน่ะ
ตอนนี้เธอไม่ใช่แฟนคลับ แต่เป็นคนที่เขาจ้างมา ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น
"จริงเหรอ มีเมนูอะไรบ้าง" น้ำเสียงของเขาเป็นไปในทางคนที่กำลังท้องจะร้อง น้ำเสียงอ้อนงัวเงียมากกว่าปกติ เหมือนตอนที่คิระหิวไม่มีผิด เด็กกินเยอะ กินจุอย่างคิระทำเสียง ทำสีหน้าเหมือนเขาตอนนี้เลย...
"ก็หลักๆ จะเป็น...ต้มซุปกระดูกหมูน้ำข้น เคี่ยวค้างคืน แล้วก็...ต้มยำตีนไก่เอ็นสะดุ้ง สูตรของคุณแม่ เนื้อยุ่ยแต่เอ็นแน่นเด้งฉ่ำ พิมพ์นี่รีบจดสูตรเลย ถ้าคุณคีย์กลับมา เดี๋ยวลองโชว์ฝีมือนะคะ..." คนที่วันๆ ก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครอย่างพิมพ์ใจ
พูดเจื้อยแจ้วให้เขาฟัง จนเห็นคนในหน้าจอยิ้มแก้มแทบฉีก
นานๆ ที เธอจะได้เห็นศิลปินในดวงใจยิ้มกว้างแบบนี้ ขอเธอแคปรูปเอาไว้ทีหนึ่ง ละกัน!
“อย่าพูดเยอะ ท้องร้องแล้วเนี่ย” เขาว่าพลางหัวเราะ และเผลอยกชายเสื้อขึ้นมาลูบท้องเบา ๆ ให้เธอดู
ตายแล้ว! แค่ยิ้มกว้างๆ ของเขาเธอก็ยังใจสั่นจนจะวาย นี่เขามายกเสื้อแบบนี้ได้ยังไง หญิงสาวถึงกับต้องห้ามใจ ไม่ให้ตัวเองกดแคปรูปเขา!
“ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเหรอคะ?” แม้จะเขิน แต่ก็อดห่วงเขาไม่ได้
“อื้อ ยังเลย อีกสักพัก...คิดถึงอาหารไทยแล้ว” เธอรู้สิ ว่าเขาคลั่งไคล้อาหารอีสานมากแค่ไหน
“ไว้กลับมา ฉันจะทำของโปรดคุณให้ทานเยอะๆ นะคะ”
“อื้อ แค่นี้นะ คิดถึง...” เขาเว้นระยะ จนหัวใจเธอแทบวาย
“ลูกชาย ฝากบอกเขาด้วย” และชายหนุ่มก็กดวางสายไป ปล่อยให้พิมพ์ใจแทบหลอมละลายตรงนั้น
