บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 14 พ่อ แม่ ลูก

"คิระคิดถึงคุณพ่อที่สุดในโลกเลยค้าบ"

เด็กน้อยพูดวนไปซ้ำๆ พร้อมหอมแก้มข้างซ้ายและขวาของคิรากรไปมา ในขณะที่นอนอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับเขา

กิจกรรมของวันแรกที่ได้เจอกัน หลังจากที่ซุปตาร์หนุ่มชื่อดังกลับมาถึงเมื่อคืน ที่แม้คิระจะหลับไปแล้ว แต่ก็ขอแค่เข้าไปดูหน้าลูกตอนหลับใหลเขาก็ชื่นใจ

พิมพ์ใจส่ายหน้าให้กับความน่าเอ็นดูของทั้งคู่ ที่ไม่ยอมลงจากโซฟา นอนดูการ์ตูนด้วยกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ

ถึงกระนั้น...เด็กชายคิระ ก็ยังไม่หยุดพูดคำว่า คิดถึง ที่ออกจากใจเขาจริงๆ

"พ่อก็คิดถึงคิระมากคับ...มาๆ ให้พ่อหอมแก้มบ้าง" ส่วนคิรากรก็ดูเหมือนจะไม่เบื่อเลย เขาดูชอบใจที่จะถูกบอกคิดถึงซ้ำๆ แม้สีหน้าจะดูอิดโรยเพราะพักผ่อนน้อย แต่แววตายังคงเปล่งประกายเพราะได้เล่นกับลูก

แม้จะเป็นลูก...ในสัญญาก็ตาม

"ขนมขบเคี้ยวมาแล้วนะคะ เอาผลไม้เพิ่มอีกไหม" พิมพ์ใจในวันนี้ สวมเสื้อยืดกับกางเกงผ้ายืดใส่สบาย เมื่อต้องอยู่บ้านเพื่อดูแลเรื่องอาหารและความเรียบร้อยภายในบ้าน เพราะวันนี้ป้าแพรและแม่ครัว ลาหยุดกันทั้งคู่

เธอเป็นคนอนุมัติให้พวกเขาหยุดได้ด้วยตัวเอง เพราะอาสาดูแลทุกอย่างแทนและจะแจ้งกับคิรากรให้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เคารพการตัดสินใจของเธอ

ของว่างและผลไม้ในมื้อบ่ายจวนจะค่ำนี้ เลยมาช้าเล็กน้อย เพราะเธอต้องดูแลสวนหลังบ้านด้วย

"นั่งพักบ้างเถอะคุณน่ะ เห็นทำนั่นนี่อยู่ทั้งวัน" คิรากรว่าพร้อมลุกข้นนั่งพิงพนัก ด้วยสีหน้าง่วงๆ ผมยุ่งยับ ฉบับที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

"ใช่ค้าบ คุณแม่ นั่งทานขนมด้วยกันนะค้าบ พักบ้างนะค้าบ" เด็กน้อยคิระเสริมคิรากรอย่างเข้าขากัน เพราะไม่อยากให้มารดาทำงานหนักเกินไป ตั้งแต่เกิดมาเขาก็เห็นว่ามารดาไม่เคยได้หยุดพักบ้างเลย

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ได้หนักอะไร เดี๋ยวสักพักจะไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านแล้ว"

คิรากรทำสีหน้านึกออก เขาจำได้ว่าเธอกำลังทำแปลงดอกไม้หน้าบ้าน เมื่อคืนเขาเดินผ่านแต่ไม่ได้สังเกต

"ชอบดอกไม้เหรอ" เขาถามอย่างสนใจ เพราะเขาเองก็ชอบ...แต่ปลูกไม่เป็น

"ใช่ค้าบ คุณแม่ชอบดอกกุหลาบมาก เมื่อก่อน ปลูกไว้ที่ห้องด้วยค้าบ" คิระน้อยรีบบอกผู้เป็นบิดา ด้วยแววตาเปล่งประกาย เขาแอบหวังว่ามารดาจะได้ดอกไม้ จากพ่อของเขา

เด็กก็คือเด็ก เขาไม่รู้หรอกว่าพ่อแท้หรือพ่อกำมะลอคืออะไร

รู้แต่เพียงว่า... พ่อก็คือพ่อ

"จริงเหรอครับ คุณแม่ชอบดอกกุหลาบ สีอะไรนะครับ" พิมพ์ใจส่ายหน้าให้กับความซนของคิระ พูดทุกอย่างที่ตัวเองคิดแบบเก็บไม่เคยได้

"ชอบสีชมพูค้าบ กลิ่นหอมๆ ชื่อ...อะไรน้า..." เด็กน้อยเอานิ้วอวบๆ จิ้มไปที่หัวตัวเอง แบบไม่สนใจว่ามารดาจะส่งสายตาแบบไหนมาให้

"กุหลาบมีชื่อด้วยเหรอคับ พ่อไม่รู้เลย?" คิรากรหันมามองหน้าเธอเชิงขอคำตอบ

"เป็นชื่อสายพันธุ์น่ะค่ะ ตอนที่เลี้ยงแกมา พิมพ์ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่น่ะค่ะ ก็เลยคุยกับลูกทุกเรื่อง วัยกำลังจำก็เลยนำมาพูดหมดเลย" เธอรีบบอกเขา พร้อมทำหน้าหมั่นเขี้ยวใส่คนพูดมาก

"อ้อ นึกออกแล้วค้าบ ชื่อพันธุ์ชาลัวค้าบ มีหลายสีในดอกเดียว แต่ชมพูเด่น หอมมากกก"

"จริงเหรอคับ แล้วที่หน้าบ้านมีไหม?" เขาถามเด็กน้อยแล้วหันมามองหน้าเธอด้วย

"มีค่ะ" เธอก็เลยจำต้องตอบ

"มีแน่นอนคับ เพราะแม่ชอบพันธุ์นี้มากค้าบบ" คิระลุกยืนพร้อมจูงให้เขาออกไปดูสวนดอกไม้ที่หน้าบ้านด้วยกัน

คิรากรเหลือบไปเห็น เสื้อที่ระลึกคอนเสิร์ตของเขาเมื่อ 3 ปีก่อน...บนตัวเธอ

"ทำไงถึงได้เสื้อตัวนี้มา" อยู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้น โดยที่นิ้วใหญ่มีมือเล็กอวบๆ กำเอาไว้แน่น

"อ้อ...เสื้อตัวนี้ ได้ตอนไปงานคอนเสิร์ตของคุณนั่นแหละ พิมพ์โชคดี ที่ชิงโชคแล้วได้เสื้อ" เขาพยักหน้าเชิงยอมรับในดวงของเธอ เพราะถ้าสั่งซื้อราคามันเกือบหมื่น ซึ่งเขาก็มองว่าแพงนะ แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของเขา

เป็นอำนาจของต้นสังกัดมากกว่า..

"ดีแล้วล่ะ ถ้าซื้อมาเอง นี่น่าเสียดายแทน แพงชิบ"

"หือ ไม่ดีเหรอคะ ที่แฟนคลับยอมอุดหนุนของแพงๆ เพื่อสนับสนุนคุณ" ทั้งสองพากันเดินมาถึงสวนหน้าบ้าน มีดอกไม้อยู่แปลงยาวไปกับแนวรั้ว

"โห สวยมากคับ...หอมจัง คิระไปดมก่อนนะค้าบบ" เด็กน้อยรู้ดีว่าผู้ใหญ่กำลังคุยกัน เขาจึงหลบทางให้

"ระวังนะลูก" พิมพ์ใจว่าเชิงเป็นห่วง ตามประสาคนเป็นแม่ แต่ก็ไม่ได้วิ่งตามไป เพราะแม้จะห่วงแค่ไหน ก็ต้องปล่อยให้เขามีพื้นที่อิสระเป็นของตัวเอง

"มีแฟนคลับอุดหนุนมันก็ดี แต่ถ้ามันเกินกำลัง...แล้วทำให้เขาเดือดร้อน ผมก็ไม่โอเคนะ"

พิมพ์ใจหันไปมองหน้าเขา ศิลปินคนโปรดที่เธอแอบปลื้มมาตั้งนาน

ไม่เสียแรงเลย ที่ได้ปลาบปลื้มเขา...

ถ้าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่ต้องระมัดระวังคำพูด เธอจะบอกเขาเลยว่า เขาควรค่าแก่การถูกรักจากคนทุกคนจริงๆ

"มีอะไรรึเปล่า มองหน้าผมนานเชียว" พิมพ์ใจกะพริบตาหลายที ก่อนละสายตาจากเสี้ยวหน้าของเขา

เธอเผลอมองเพลินและพูดความรู้สึกผ่านแววตาของตัวเองไปแล้วแน่ๆ

"ก็...ปลื้มใจอ่ะค่ะ ที่ศิลปินคนโปรดเป็นคนจิตใจดี อย่างที่คิดไว้จริงๆ" พิมพ์ใจตัดสินใจพูดสิ่งที่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมา เขาพยักหน้าให้เชิงยิ้ม

"ขอบคุณนะ ที่สนับสนุนตลอดมา...สำหรับผม แค่มีคนอยากฟังเพลงที่เราร้อง อยากสนุกไปกับการเต้นของเรา ก็ถือว่าเป็นการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว และดีใจเหมือนกัน ที่มีแฟนคลับเก็บเสื้อเอาไว้อย่างดีและมาใส่ซะสวยแบบนี้ด้วย"

หญิงสาวหน้าแดงซ่านให้กับคำพูดที่เหมือนจะไม่มีอะไรของเขา

"พ่อค้าบ เอาดอกไม้ให้แม่สิค้าบ..." เด็กน้อยคิระ รู้จังหวะวิ่งมาพร้อมกับดอกไม้ในมือ

"คิระ ไปเด็ดดอกไม้มาได้ยังไงลูก!" พิมพ์ใจว่าเชิงปรามบุตรชาย

"นี่เหรอชาลัว กลิ่นหอมฟุ้งเลย" ส่วนคิรากรก็ไม่ได้ว่าอะไร รับเอาดอกไม้ดอกนั้นมาดมหลายฟอด กลิ่นหอมเหมือนผลไม้ของเจ้าดอกกุหลาบสีชมพูปนเหลืองอมส้มเป็นชั้นผสมกัน ดูมีเสน่ห์มากกว่าที่คาดเอาไว้

"คิระคับ แม่สอนว่ายังไง ห้ามเด็ดดอกไม้ของแม่...ทำไมยังเด็ดคับ" เด็กน้อยรีบยกมือขอโทษมารดา พร้อมส่งสายตาให้คิรากร

เด็กคนนี้รู้ความจริงๆ ยอมเสี่ยงโดนด่า

"อ่ะ...ผมให้" เพื่อให้มารดาได้มีช่วงเวลาสำคัญ

ใจของพิมพ์ใจที่สั่นเพราะเห็นลูกดื้อ สั่นแรงขึ้นแต่คนละจังหวะ เมื่อมีดอกกุหลาบที่ตัวเองชอบยื่นมาตรงหน้า

"ตอบแทนที่...เป็นแฟนคลับกันมาหลายปี"

"งั้นคุณพ่อถ่ายรูปคู่กับแฟนคลับหน่อยได้ไหมคับ? เดี๋ยวคิระถ่ายให้" พิมพ์ใจที่ทั้งเขิน ทั้งอาย ทั้งอยากจะด่าบุตรชาย พูดอะไรไม่ออก ได้แต่รับกุหลาบจากมือเขามาแบบงงๆ หน้าเธอแดงเห่อไปถึงไหนต่อไหน

คิรากรเข้าใจ ว่าเธอต้องเขินเป็นธรรมดา

เขาเป็นศิลปินคนโปรดของเธอเลยนะ

"ได้สิคับ ขอบคุณนะคับคนเก่ง...อ่ะใช้โทรศัพท์พ่อถ่ายน้า...กดตรงนี้นะคับ" แล้วคิรากรก็มายืนข้างๆ พิมพ์ใจแบบแนบชิด ตอนนี้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออกแล้ว ไม่ได้ยินแม้เสียงนับของเด็กน้อย ที่รู้งานไปหมด

ถ้าเธอเป็นเมื่อก่อนนะ เธอจะกรี๊ดให้ลั่นซอยเลย!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel