บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 12 หลานรักของปู่

"คุณปู่ ชิมนี่สิคับ อร่อยมากเลย"

"เหรอๆ มามะ..ให้ปู่ชิมหน่อย อ้ำ..."

เสียงหัวเราะและพูดคุยอย่างถูกคอดังมาเป็นระยะ จากเสื่อผืนใหญ่ที่ปูลงไปบนพื้นสนามหญ้า หลังจากเดินห้างจนเหนื่อยล้ามาตั้งแต่ช่วงสาย บ่ายคล้อยวันนี้คเชนทร์ได้พาหลานชายมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะหน้าหมู่บ้าน

หมู่บ้านที่ล้วนเต็มไปด้วยคฤหาสน์ มีความปลอดภัย ให้ความเป็นส่วนตัวสูงกับทุกหลัง บริเวณนี้แทบจะไม่มีใครเลย เพราะหมู่บ้านนี้มีคฤหาสน์แค่ 5 หลังเท่านั้น ซึ่งล้วนรู้จักกันทั้งหมด

"ดูสิ เด็กอะไร ทานเก่ง จ้ำม่ำ เลี้ยงง่าย...น่าเอ็นดูจริงๆ" อัปสรว่าพลางยิ้มในขณะที่เตรียมตักอาหารใส่จานไปเสิร์ฟต่อจากของว่างที่ปู่กับหลานน่าจะรับประทานใกล้หมดแล้ว

"คิระทานเก่งมาตั้งแต่คลอดแล้วค่ะ ดีนะคะที่มีน้ำนมให้แกทานจนถึงสองขวบ ไม่อย่างนั้นค่าใช่จ่ายหนูบานแน่" ด้วยความที่ใช้เวลาใกล้ชิดกับอัปสรมาสักพัก ตั้งแต่ที่คิรากรไปทัวร์คอนเสิร์ตต่อที่ญี่ปุ่นเมื่อวันก่อน พิมพ์ใจกับลูกก็มาอยู่ที่นี่เป็นหลัก เพราะพวกท่านส่งรถไปรับตั้งแต่วันที่รู้ว่าคิรากรไม่อยู่

'ตอนพ่อมันอยู่ ไม่ยอมปล่อยลูกมาบ้างเลย มันไม่อยู่แล้ว ฉันต้องฉวยโอกาส' เธอยังจำน้ำเสียงที่เหมือนจะดุของคเชนทร์ได้ดี นึกถึงทีไรก็อดที่จะขำไม่ได้

กิริยาที่เหมือนจะไม่ได้ตั้งแง่อะไรแล้วของท่านทั้งสอง ทำให้พิมพ์ใจเผลอพูดอะไรออกไปแบบไม่ได้ระวังปาก...

"เอ่อ คือว่า..."

"เข้าใจนะ เธอคงอยู่อย่างลำบาก แต่ดีแล้วแหละนมแม่น่ะดีที่สุด เด็กแข็งแรง เลี้ยงง่าย ตอนเด็กตาคีย์ก็อย่างนี้เลย จ้ำม่ำ...ทานเก่ง เอาอะไรให้ก็ทานหมด ไม่เกี่ยงสักอย่าง" แต่โชคดีไปที่อัปสรก็ไม่ได้ว่าอะไร หวนคิดถึงอดีตของบุตรชายด้วยแววตาเปี่ยมสุข

ท่านไม่ตั้งแง่กับเธอเหมือนวันแรกที่มา

ไม่ซักถามนั่นนี่ จนเธอจมมุม หญิงสาวก็พอจะสบายใจได้

'เธอเจียมตัวก็ดี ไม่คิดที่จะหวังอะไรจากลูกชายฉันก็ดี ฉันก็สบายใจ'

'ลูกชายฉันน่ะ มีคู่หมายของเขาอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้หมั้นแต่ก็ต้องตบแต่งกันอยู่ดี มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ก็หวังว่าสักวันตาคีย์จะยอมง่ายๆ'

บางทีท่านก็จะบ่นให้เธอฟังยืดยาว แบบไม่ได้คิดว่าเธอจะเอาไปพูดที่ไหน อาจจะเป็นเพราะ...พิมพ์ใจไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น

ตั้งแต่ก้าวเข้าบ้านหลังใหญ่มา เธอไม่ได้นั่งชูคอเป็นคุณนาย แต่ช่วยหยิบจับอะไรก็ได้ก็จะหยิบจับ

"เดี๋ยวหนูช่วยนะคะคุณแม่" พิมพ์ใจอาสาปอกผลไม้ที่เอามาเต็มตะกร้า ทั้งสับปะรด แอปเปิ้ล ฝรั่ง มะยงชิด มะม่วงสุกและแก้วมังกร

"ขอบใจมาก คว้านมะยงชิดเป็นไหม" อัปสรว่าอย่างเสียดาย กลัวว่าเธอจะทำออกมาเละไม่เป็นท่า

เห็นอัปสรใส่เพชรและทองเต็มตัว เซ็ตผมเป็นคุณหญิงคุณนาย แต่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนในตัวสูงมาก

ตั้งแต่เธอเข้าบ้านหลังนี้มา ไม่มีวันไหนที่อัปสรจะไม่เข้าครัว...

"พอได้ค่ะคุณผู้หญิง" เธอไม่กล้าเรียกท่านว่าแม่หรือย่าตามบุตรชาย เพราะเจียมสถานะตัวเองเสมอ

ไม่รู้หรอกว่าสถานะที่เป็นอยู่จะจบลงเมื่อไหร่ แต่ในขณะที่ยังต้องทำหน้าที่ เธอก็ไม่อยากให้ตัวเองบกพร่องแม้แต่น้อย

"อื้อหือ เทคนิคดีนี่ สวยใช้ได้" แต่พอเธอทำออกมาแล้ว คนลุ้นและแอบมองอยู่ตลอดเวลา ชมไม่ขาดปาก รีบจัดใส่จานไปอวดสามี

เธอเห็นริ้วความเหงาชัดในแววตาของสองสามีภรรยา ที่เหมือนจะมีทุกอย่างเพียบพร้อมในชีวิต...

แต่สุดท้าย วัตถุสิ่งของก็ไม่อาจเติมเต็มความรู้สึกของพวกท่านได้ จนกระทั่งได้มาเจอเด็กน้อยที่ตัวเองเรียกเต็มปากว่า หลาน

ลึกๆ พิมพ์ใจก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีของคิรากรนัก การหลอกลวงพ่อแม่ตัวเองมันบาป

แต่...

ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เหมือนที่เธอเลือกเส้นทางนี้ เธอก็เข้าใจดี ว่าทำไมเขาต้องทำ...

อย่างน้อยชีวิตของเธอตอนนี้ ก็ยังมีจังหวะดีดีให้ได้พอซึมซับเอาไว้บ้าง

"โห อร่อยที่สุดเลยคับคุณปู่ มะยงชิดว๊านหวาน" เด็กชายแก้มยุ้ย ยิ้มจนตาปิด ยกมือพนมไหว้มารดากับผู้เป็นย่าอย่างนอบน้อม ก่อนใช้ส้อมจิ้มไปยังมะยงชิดที่คว้านเป็นสีเหลืองเข้มสดไว้ในจาน ป้อนเข้าปากผู้เป็นปู่

คิระไม่ยอมห่างจากคุณปู่ที่มีความละม้ายตัวเอง ด้วยการนั่งบนตักของท่าน สลับกับนั่งบนพื้น

ซึ่งเป็นผลให้ใบหน้าของคเชนทร์ไม่ขาดรอยยิ้มเลยสักช่วง

"ไหน ป้อนย่าได้ไหมลูก ย่าอยากรู้...ว่ามันอร่อยจริงไหม?"

"ได้สิคับคุณย่า อร่อยแน่นอนค้าบบบ คิระคอนเฟิร์ม!" แล้วเด็กน้อยก็ป้อนผู้เป็นย่าอย่างรู้งาน จนอัปสรแทบจะไปไหนไม่ได้ อยากจะกอดจะหอมหลานรักทั้งวัน

"คุณแม่ เอาด้วยไหมค้าบ" แต่มิวายก็ยังห่วงมารดา หันมาถามอย่างใส่ใจอย่างทั่วถึง

"แม่ทานแล้วคับ คิระป้อนกับคุณปู่คุณย่าเถอะลูก"

"ค้าบแม่ มะยงชิดฝีมือแม่ อร่อยที่สุดเลย" เด็กน้อยฉลาดพอที่จะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร เป็นรอยยิ้ม เป็นความชุ่มชื้นหัวใจให้กับทุกคนได้ทั่วหน้าจริงๆ

จริงๆ เธอก็แอบเสียดายเหมือนกัน ที่ไม่มีโอกาสได้ถ่ายคลิปหรือรูปภาพของบุตรชายตอนนี้

เพราะคิรากรขอให้เธอทำตามสัญญา ไม่รับรู้เรื่องภายนอกสักระยะ เพื่อที่จะได้สุขภาพจิตดีขึ้น...

'การมาอยู่ตรงนี้มันไม่ง่าย ผมรู้ดี'

'การไม่รับรู้ว่าชาวบ้านเขาพูดอะไร เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ'

พิมพ์ใจรู้ว่าวิธีของเขาเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่บางครั้งมันก็อดไม่ได้ คนที่เวลาทำอะไรก็คิดออกมาเป็นคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่จะนำไปเผยแพร่บนออนไลน์ มันอดไม่ได้จริงๆ ที่อยากจะรับรู้ข่าวสารของโลกบ้าง

ไม่รู้ว่าป่านนี้ เธอจะโดนด่าไปถึงไหน

มีใครเข้าข้างบ้างหรือเปล่า?

หยาดฟ้านั่งนิ่งมองหน้าจอรายงานผล ด้วยอารมณ์ที่ขำไม่ออกเลยสักนิด

ภาพของเด็กชายขึ้นขี่คอคุณปู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มกันทั้งปู่และหลาน จุดประกายไฟแค้นที่ถูกฝ่ายนั้นปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ทั้งๆ ที่เธอก็เฝ้ารอมาตลอด

คิรากรคิดว่าตัวเองเป็นใครที่กล้าหักหน้าเธอผ่านกระแสสังคมแบบนั้น

เขาเป็นคนของประชาชนก็จริง เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครรู้จักในโลกของเขา

แต่ในแวดวงนักธุรกิจและวงตระกูล ใครต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ จนเธอไม่รู้จะเอาหน้าไปวางไว้ตรงไหน

เธอบอกใครๆ ว่าตัวเองรอคิรากรได้ไม่ใช่แค่ปีสองปี เธอมั่นใจนักหนาว่าเขาจะทำตามสัญญาของสองตระกูลแม้จะไม่มีสถานะหมั้นหมาย แต่สุดท้ายเขาก็หักหน้าเธอไม่เหลือชิ้นดี

ด้วยการเปิดตัวเด็กที่ไหนก็ไม่รู้...

แม้จะยังไม่มีการแต่งงานที่แน่ชัด แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทางครอบครัวของเธอ ไม่ยอมรับเขา!

'สวัสดี มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคีย์และลูก ช่วยเล่นข่าวให้หน่อยได้ไหม'

สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะส่งข้อความหา เพจๆ หนึ่ง ที่โจมตีคิรากรและสองแม่ลูกนั่นมาตลอด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel