สิ้นสุดความอดทน ตอนที่ 3
นอกจากอยู่ในห้องนอนกับลูก และไปนั่งเล่นที่สวนหลังบ้านแล้ว ฉัตรอรุณก็แทบไม่อยากย่างกรายไปเหยียบส่วนไหนของบ้านอีกเลย ความอึดอัดคับข้องใจเกาะกินกัดกร่อนความรู้สึกทุกๆ วัน นิมิตราดูจะเข้ากับทุกคนที่บ้านได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งแม่สามีของเธอ หญิงสาวก็ยังคอยเอาอกเอาใจจนท่านยอมพูดด้วย แม้จะยังเป็นการถามคำตอบคำ แต่อีกหน่อยความสัมพันธ์ของพวกเขามันก็คงพัฒนาไปเรื่อยๆ
นิมิตราชอบทำขนม ในขณะที่เธอชอบทำอาหาร การใช้ครัวร่วมกัน การต้องพบเจอกันในห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่การรับประทานอาหารโต๊ะเดียวกัน มันตอกย้ำความด้อยค่าของตัวเอง ที่ไม่สามารถเป็นเมียเดียวของผู้ชายที่รักได้อยู่ตลอดเวลา สงสารก็แต่ลูก...เด็กน้อยวัยเพียงขวบเศษจะทำอย่างไร ถ้าหากเธอตัดสินใจจะจบเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง
แต่นั่นแหละ...ลูกก็เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ยังต้องทนหายใจต่อไป ทั้งที่หายใจเข้าก็เจ็บ หายใจออกก็เจ็บ แต่ก็ต้องอดกลั้นเพื่อลูก เพราะทางออกอื่นดูจะมีแต่ความมืดมน หรือบางทีเธออาจต้องรอเวลา รอว่าสักวันหนึ่งจะได้หลุดพ้นวงจรอุบาทว์นี้เสียที
“ฉัตร...ไม่สบายเหรอลูก...” ประตูห้องเปิดออก พริมพัตรเดินเข้ามาในห้องนอนของลูกสะใภ้คนโปรดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งเล่นกับลูกสาวอยู่นอกระเบียงก็เอ่ยทัก
“ค่ะคุณแม่...ครั่นเนื้อครั่นตัวสงสัยจะเป็นไข้ทับระดู” เธอว่าพลางละสายตาจากทอป่านหันไปยิ้มน้อยๆ ให้แม่สามี
“เหรอ...ถ้างั้นไปหาหมอกันไหม ถ้ามีไข้จะติดลูกเอาได้นะ” พริมพัตรเข้าไปจับไหล่ลูกสะใภ้ที่นั่งพิงเก้าอี้โดยมีผ้าคลุมไหล่เอาไว้ สีหน้าซีดเซียวและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
“ฉัตรกินยาแล้วค่ะคุณแม่...แต่ก็ไม่อยากออกไปข้างนอกเพราะไม่สบายตัว”
“อืม...ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว ลูกยังเล็กยังไงก็ต้องอดทนนะฉัตร” หญิงท้วมวัยกลางคนนั่งลงข้างๆ สาวเจ้า ลอบถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะด้วยความเอ็นดู
“ขอบคุณค่ะคุณแม่...” เธอยิ้มและยกมือไหว้ด้วยความตื้นตัน
“ให้แม่เอาทอป่านไปดูจนกว่าจะหายดีก็แล้วกัน จะได้พักผ่อนเต็มที่หน่อย”
หญิงสาวยิ้มแล้วหันไปมองลูกน้อย รู้สึกโหวงเหวงแต่ก็เข้าใจแม่สามีว่าท่านเป็นห่วง ในตอนนี้ปานฉัตรเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจสิ่งเดียวที่เธอมี การอยู่ห่างกันแม้เพียงกำแพงกั้นก็เป็นความโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างที่สุดในชีวิตได้แล้ว “ถ้าฉัตรยอมรับการมีอยู่ของแก้มได้...แม่ก็อยากให้ฉัตรลองเปิดใจดูนะลูก เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น ไหนๆ หนูก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้ และแก้มก็คงไม่ยอมไปไหนด้วย”
“คุณแม่คะ...กับสภาพที่เป็น ฉัตรเองก็ไม่รู้จะทนอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ฉัตรเคยพยายามแล้ว ให้คิดว่ายังไงก็ครอบครัวเดียวกัน แต่ฉัตรทำใจไม่ได้จริงๆ ค่ะ” พูดพลางก็กลืนก้อนเจ็บจุกลงคอ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า กระนั้นก็ยังพยายามแข็งใจ อยากถามกลับไปเหลือเกินว่า หากเป็นสามีของแม่ทำเช่นนี้บ้าง แม่จะยังมีหัวจิตหัวใจยอมรับได้หรือเปล่า
“แม่เข้าใจความรู้สึกของฉัตรนะ...แม่ก็เป็นผู้หญิง และขอโทษที่ลูกแม่มันเลว...” ทั้งที่เคยพูดมาแล้วก็อดที่จะพูดอีกไม่ได้ ด้วยความรู้สึกผิดต่อหญิงสาวซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่แค่เพียงฉัตรอรุณ นิมิตราก็เช่นกันหากลองผู้ชายรู้จักยับยั้งชั่งใจ ใครเลยจะอยากมีตำแหน่งเมียหลวงเมียรอง
ผู้หญิงทุกคนก็ย่อมอยากจะเป็นหนึ่งเดียวในใจของสามีด้วยกันทั้งนั้น...
“ฉัตรคงต้องฝากทอป่านกับคุณแม่ด้วยนะคะ เผื่อมีไข้กลัวแกจะติด” เธอยิ้มน้อยๆ ให้แม่สามี แม้จะนึกน้อยใจในหลายๆ ครั้ง แต่ก็รู้ดีว่าถึงอย่างไรท่านก็เอ็นดูและเมตตาเธอที่สุด พริมพัตรเป็นคนกลางที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อีกฝ่ายก็ลูกชายคนเดียว อีกฝ่าย...ก็ผู้หญิงที่ลูกทำให้เจ็บช้ำน้ำใจถึงสองคน
“พักผ่อนเถอะฉัตร ไม่ต้องห่วงทอป่านหรอก...ส่วนเรื่องกับข้าวกับปลาแม่จะให้เจียนกับส้มเอามาให้ที่ห้อง จะได้ไม่ต้องลงไปข้างล่าง”
“ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ขอบคุณแม่สามี
หลังจากนั้นพริมพัตรก็นำตัวหนูปานฉัตรไปดูแล แม้สาวน้อยจะงอแงเพราะติดแม่มาก แต่เพราะย่าเอาใจและหลอกล่อด้วยของเล่นต่างๆ นานา
วันที่สามอาการปวดเนื้อปวดตัวก็ดีขึ้น เธอมีไข้นิดหน่อยแต่แค่กินยาสามัญประจำบ้านก็หาย ไม่ต้องถึงขั้นไปหาหมอ เพชรชาติพยายามเข้ามาดูแล แต่ฉัตรอรุณก็ปฏิเสธไปด้วยเหตุผลว่าไม่อยากให้ใครติดไข้จากเธอ และนิมิตราก็มีอาการแพ้ท้องจนน่าเป็นห่วงกว่าเธอ ให้เขาไปดูแลกันนั่นแหละ ดีแล้ว...
ความสัมพันธ์ของเธอกับเพชรชาติคงไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก หญิงสาวค่อนข้างมั่นใจ เพราะเธอได้เคยพยายามแล้วให้ทุกอย่างลงตัวอย่างที่เขาต้องการ แต่หัวใจก็ไม่เข้มแข็งพอ มันเจ็บปวด ทรมาน อิจฉา ทุรนทุรายเหลือเกิน...
ความรักความห่วงใยที่เคยเป็นของเธอคนเดียว เธอไม่ได้อยากแบ่งปันกับใคร ยิ่งมีลูกกันทั้งสองเมียแบบนี้ เด็กที่เติบโตมาในบ้านจะต้องทำความเข้าใจว่าอย่างไร สามเดือนแล้วที่นิมิตราเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แม้ไม่ค่อยได้พูดคุยกันมากนัก แต่เซนส์ผู้หญิงก็มองออกว่าฝ่ายนั้นก็หึงหวงเพชรชาติอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ด้วยสถานะในตอนนี้ที่เป็นคนมาทีหลัง จึงไม่แสดงอาการโจ่งแจ้ง แต่ต่อไปล่ะ...ผู้หญิงคนนั้นคงเข้ามาอิทธิพลในบ้านหลังนี้มากขึ้น สุดท้ายก็จะได้แทนที่เธออย่างสมบูรณ์
ไม่ได้อยากคิดมาก...แต่เป็นใครก็ต้องคิดหากมายืนอยู่จุดเดียวกันกับเธอ...
“คุณฉัตร! คุณฉัตรคะ เปิดประตูให้ส้มหน่อยค่ะ”
“จ้า” ฉัตรอรุณขานรับ พักเรื่องราวที่กำลังคิดครวญถึงชะตาชีวิตตัวเองแล้วลุกจากโซฟาในห้องไปเปิดประตูให้ลูกสาวของป้าเจียรซึ่งเป็นแม่บ้านคู่ใจของพริมพัตร “คุณฉัตรคะ...คือว่า...” ส้มหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้าน
“มีอะไรส้ม หรือว่าทอป่าน...” วูบแรกในใจที่คิดก็คงเป็นลูก ซึ่งเธอหวงแหนเป็นนักหนา
“ไม่ใช่ค่ะ น้องทอป่านสบายดีแต่...เจ้าลูน่าค่ะ...เจ้าลูน่ามัน...”
“เกิดอะไรขึ้นส้ม! ลูน่าหายเหรอ”
“เปล่าค่ะ...” สาวน้อยก้มหน้างุด ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาในทันทีเมื่อนายสาวถามเช่นนั้น
“ฉันจะไปดูเอง” ป่วยการที่จะซักไซ้ให้เสียเวลา หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องแล้วลงไปที่กรงของลูน่าซึ่งอยู่ที่สวนหลังบ้านทันที แล้วก็ได้เห็นว่าทั้งแม่สามีป้าเจียรและลูกสาวต่างก็อยู่ที่นั่นด้วย โดยมีส้มวิ่งตามมาติดๆ
“คุณแม่ ลูน่าเป็นอะไรคะ...ลูน่า!” เธอเข้าไปรับเอากระต่ายน้อยขนปุยที่อยู่ในอ้อมกอดแม่สามีมาอุ้ม ก็พบว่ามันไม่ขยับแล้ว
“ฉัตร...ทำใจดีๆ ไว้นะลูก...”
“ลูน่า! หนูเป็นอะไรลูก ทำไมหนูไม่ขยับ นี่แม่เอง...แม่มาแล้ว ลูน่าตื่นเถอะนะ” เธอกอดเจ้าลูน่าแล้วร้องไห้เหมือนใจจะขาด ตัวแทนของแม่บุญธรรม สิ่งแทนใจจากคนที่รักเธอที่สุดในโลก บัดนี้ไม่มีเหลืออยู่อีกแล้ว หญิงสาวไม่คิดว่าเพียงสามวันที่เธอไม่ได้ลงมาดูแลจะเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ หากรู้สักนิด...แม้จะต้องสิ้นใจก็จะคลานมาหาลูน่าให้จงได้
แต่นี่...แม้แต่วินาทีสุดท้ายเธอกับลูน่าก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันคงอ้างว้าง หวาดกลัวและคิดถึงเธอมากๆ ในตอนที่กำลังจะลาโลก
“แม่ก็ไม่รู้มันเป็นอะไร ตื่นเช้าก็พาทอป่านมาเอาอาหารให้มัน มันก็นอนนิ่งไปแล้ว หนูทำใจดีๆ ไว้นะฉัตร แม่รู้ว่าหนูรักลูน่ามาก แต่มันไปสบายแล้ว ไปวิ่งเล่นบนดาวกระต่ายกับเพื่อนๆ แล้วนะ” พริมพัตรพยายามเข้าไปปลอบใจลูกสะใภ้ ใครๆ ในบ้านก็รู้ว่าฉัตรอรุณให้ความสำคัญและรักกระต่ายตัวนี้มากแค่ไหน หอบหิ้วดูแลกันมาอย่างดี ตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วต้องค้างคืนก็ต้องพามันไปด้วยตลอด สองสามวันมานี้นางเองที่เป็นคนห้ามฉัตรอรุณไม่ให้ออกจากห้อง อยากให้เธอได้พักผ่อนร่างกายและจิตใจ และขันอาสาจะเป็นคนดูแลกระต่ายน้อยให้เอง แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายรุนแรง บ้านของนางตอนนี้เหมือนกำลังอยู่ในกองไฟก็ไม่ปาน ทุกคนเดือดเนื้อร้อนใจ อึดอัดทุกข์ทรมานเข้าหน้ากันไม่ติดไปเสียหมด
“ลูน่า ไม่นะลูก...อย่าทิ้งแม่กับน้องไปนะลูน่า ลูน่า!” ฉัตรอรุณคร่ำครวญเหมือนใจจะขาด ลูน่าคือตัวแทนของแม่บุญธรรมที่เธอรักประหนึ่งลูก หญิงสาวอุ้มมันเอาไว้แล้วก็ได้เห็นว่าข้างในกรงมีเศษแครอทตกหล่นอยู่ จึงรู้ได้ทันทีว่านี่แหละสาเหตุ กระต่ายของเธอกินแต่อาหารกับหญ้าแห้งอย่างดีตลอดมา ผักสดก็กินได้แค่บางอย่างตามที่สัตว์แพทย์แนะนำ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวมาก หากกินผิดกินถูกมันท้องอืด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับกระต่าย อาจทำให้มันถึงตายได้เลย และนี่คงเป็นสาเหตุที่ลูน่าได้จากเธอไป
มีใครบางคนจงใจเอาแครอทที่มันไม่เคยกินให้มัน...
