บทที่ 3 : โฉมหน้าภายใต้เงาเพลิง (The Face Beneath the Flames)
บทที่ 3 : โฉมหน้าภายใต้เงาเพลิง (The Face Beneath the Flames)
แสงไฟสีส้มจากเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ซากรถสปอร์ต สาดส่องกระทบใบหน้าของเราสองคน
วินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุน...
ออสตินชะงักค้าง นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักจะฉายแววเย็นชาและโหดเหี้ยม บัดนี้กลับวูบไหวไปด้วยความตกตะลึง เขาจ้องมองหน้าฉันนิ่ง... นิ่งจนฉันรู้สึกเหมือนถูกถอดเสื้อผ้าด้วยสายตา
"เธอ..." เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดออกจากปากเขา "รินเหรอ?"
ฉันได้สติก่อนเขา!
'ชิบหายแล้ว! หน้าสด!'
ฉันรีบยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองพัลวัน แสร้งทำเป็นร้องโวยวายเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนออร่านางพญาที่เผลอหลุดออกมา
"ว้าย! แว่น! แว่นของริน! รินมองไม่เห็นเลยค่ะคุณออสติน! มืดไปหมดเลย!"
ฉันทำมือควานสะเปะสะปะไปบนพื้นคอนกรีต ทั้งที่ความจริงสายตาฉันคมกริบมองเห็นมดเดินได้ในระยะสิบเมตรด้วยซ้ำ
"อยู่นิ่งๆ!" ออสตินตวาดเสียงดุ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม
มือหนาคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ก่อนจะเอื้อมไปหยิบซากแว่นตากรอบหนาเตอะที่ตกอยู่ไม่ไกลขึ้นมา เลนส์ข้างหนึ่งร้าวเป็นรอยแมงมุม แต่เขากลับไม่ได้ส่งมันคืนให้ฉันทันที
เขาถือแว่นค้างไว้ แล้วจ้องหน้าฉันอีกครั้ง... นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านปาดคราบเขม่าควันออกจากแก้มเนียนใสของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจ
"สวย..."
คำพึมพำแผ่วเบาราวกับละเมอหลุดออกจากปากเขา
"ค...คะ?" ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ทั้งที่ใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาเต้นระบำข้างนอก
ออสตินเหมือนจะเพิ่งรู้ตัว เขากระแอมไอแก้เก้อแล้วยัดแว่นใส่มือฉันอย่างแรง
"รีบใส่ซะ ก่อนที่ฉันจะหลอนไปมากกว่านี้... หน้าจืดๆ ของเธอพอไม่มีแว่นแล้วดูไม่ได้เลย"
ปากหมา!
ฉันอยากจะกระโดดเตะก้านคอเขาให้สลบ แต่ต้องจำใจสวมแว่นตาร้าวๆ นั่นกลับเข้าไป พลางทำหน้าตาตื่นกลัวเหมือนลูกนกตกน้ำ
"ลุกไหวไหม?" เขาถามโดยไม่รอคำตอบ แขนแกร่งช้อนตัวฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับฉันตัวเบาหวิว
"ด...เดี๋ยวค่ะท่านประธาน! รินเดินเองได้!"
"เงียบ! ถ้าไม่อยากตายก็หุบปาก" สายตาเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเมื่อมองไปรอบๆ "พวกมันอาจจะยังอยู่แถวนี้ เราต้องไปที่ปลอดภัย"
แทนที่จะรอรถพยาบาลหรือตำรวจ ออสตินพาฉันขึ้นรถลีมูซีนกันกระสุนของลูกน้องที่เพิ่งขับมาจอดเทียบท่า เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม
"ไปเพนต์เฮาส์... แล้วตามหมอส่วนตัวมา ด่วน!"
...
ณ เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง
ฉันถูกพาตัวมายังอาณาจักรส่วนตัวของออสติน... ที่นี่หรูหราอลังการและมีการรักษาความปลอดภัยระดับเดียวกับทำเนียบขาว
"เข้าไปล้างตัวซะ เสื้อผ้าฉันวางไว้ให้ในห้องน้ำ"
ออสตินสั่งหลังจากที่เขาถอดสูทขาดวิ่นเหวี่ยงทิ้งไป เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปื้อนคราบฝุ่นและ... เลือด?
"คุณออสติน! คุณเลือดออก!" ฉันร้องทักเมื่อเห็นเลือดสีสดซึมออกมาจากต้นแขนเขา
"แผลถลอก... ไกลหัวใจ" เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ แต่ฉันทนดูไม่ได้ (หรือจริงๆ คือรำคาญความอึดถึกของเขา)
ฉันเดินเข้าไปหาเขาโดยไม่ทันคิด มือเรียวเอื้อมไปแตะที่แขนเสื้อเขาเบาๆ
"ถอดเสื้อค่ะ"
"หือ?" ออสตินเลิกคิ้วมองฉัน มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใจร้อนจังนะ... เพิ่งรอดตายมาแท้ๆ ก็จะจับฉันถอดเสื้อแล้วเหรอ?"
"คนบ้า! รินจะดูแผลให้ต่างหาก!" ฉันหน้าร้อนวูบ รีบแก้ตัวพัลวัน "ริน... รินเคยเรียนปฐมพยาบาลเบื้องต้นตอนเป็นเนตรนารีค่ะ!"
ออสตินหัวเราะในลำคอ แต่ก็ยอมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ด... เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นเปรี๊ยะ ผิวสีแทนสวยที่มีรอยแผลเป็นจางๆ บ่งบอกถึงการผ่านศึกมาอย่างโชกโชน
ฉันพยายามโฟกัสที่แผล แต่สายตามันดันไม่รักดี ไล่มองตั้งแต่ลอนกล้ามท้องซิกแพ็คขึ้นไปจนถึง...
หมับ!
มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของฉันแล้วดึงเข้าไปชิดจนหน้าอกฉันชนกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขา!
"มองตาค้างขนาดนี้... อยากจะ 'กิน' แทนทำแผลไหม?" เสียงกระซิบพร่าชิดใบหูทำเอาขาฉันอ่อนยวบ
"ป...ปล่อยนะคะ! รินจะทำแผล!" ฉันดันอกเขาไว้ แต่เหมือนเอามือไปดันกำแพงหิน
ออสตินไม่ปล่อย ซ้ำยังก้มหน้าลงมาจ้องตาฉันผ่านแว่นร้าวๆ นั่นอีกครั้ง แววตาเขาจริงจังขึ้นจนน่ากลัว
"ตอบความจริงมา ริน..." น้ำเสียงเขากดต่ำ "ผู้หญิงธรรมดาที่ไหน... วิ่งเท้าเปล่าได้เร็วกว่านักวิ่งโอลิมปิก แถมยังมีแรงกระแทกผู้ชายตัวโตอย่างฉันให้กระเด็นได้?"
บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที เขาเริ่มสงสัยแล้วจริงๆ!
"ค...คือริน..." สมองฉันประมวลผลเร็วประดุจซูเปอร์คอมพิวเตอร์ "รินเป็นนักวิ่งโรงเรียนเก่าค่ะ! แล้วตอนนั้น... รินกลัวมาก อะดรีนาลีนมันคงหลั่ง... แม่รินเคยเล่าว่าคนตกใจไฟไหม้ยกตุ่มหนีได้ รินก็คงเป็นแบบนั้น..."
คำแก้ตัวฟังดูง่อยเปลี้ยเสียขามาก แต่ออสตินกลับนิ่งเงียบ
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉันเหมือนจะอ่านกินวิญญาณ ก่อนจะค่อยๆ คลายวงแขนออกช้าๆ
"อะดรีนาลีนงั้นเหรอ..." เขาพึมพำเหมือนไม่เชื่อ แต่ก็ยอมปล่อยฉันเป็นอิสระ "งั้นก็รีบทำแผลให้เสร็จซะ เพราะคืนนี้..."
เขาเว้นจังหวะ แล้วเดินไปหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่ม ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าสะท้อนแสงไฟสลัวดูเย้ายวนและอันตราย
"เธอต้องนอนที่นี่... ในห้องของฉัน"
"คะ!?" ฉันตาโตเท่าไข่ห่าน "ทำไมคะ?!"
"เพื่อความปลอดภัย" เขาหันมาตอบหน้าตาย "ศัตรูรู้หน้าเธอแล้ว ขืนปล่อยกลับไป เธออาจจะโดนเก็บ... และอีกอย่าง..."
เขาวางแก้วลง แล้วเดินย่างสามขุมเข้ามาหาฉันอีกครั้งจนฉันต้องถอยหลังไปชนขอบเตียง
"ฉันยัง 'สงสัย' ในตัวเธอไม่หาย... ต้องเก็บไว้ใกล้ๆ ตัว จะได้ 'ตรวจสอบ' ให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม"
คำว่า 'ตรวจสอบ' ของเขาฟังดูสองแง่สองง่ามจนน่าขนลุก แต่ที่แย่กว่านั้นคือ...
ถ้าฉันต้องนอนห้องเดียวกับเขา แล้วตอนนอนฉันเผลอนอนดิ้นถอดแว่น หรือละเมอพูดภาษารัสเซียออกมาล่ะก็... ความลับแตกแน่!
งานเข้าแล้วไงไอริน... หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ!
