บทที่ 2 : บททดสอบของซาตาน (Satan's Test)
บทที่ 2 : บททดสอบของซาตาน (Satan's Test)
"นี่มันห้องทำงานหรือห้องสอบสวนกันแน่!"
ฉันกรีดร้องในใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน หลังจากถูกย้ายสัมมาโนครัวมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่หน้าห้องทำงานของออสตินได้ไม่ถึงสามชั่วโมง บรรยากาศตรงนี้มันชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ไม่ใช่เพราะแอร์เย็น... แต่เพราะผนังห้องทำงานของท่านประธานมันเป็น 'กระจกใส' น่ะสิ!
เขาสั่งเปลี่ยนกระจกทึบเป็นกระจกใสทันทีที่ฉันย้ายมา เพื่อที่เขาจะได้นั่งจิบกาแฟแล้วมองลอดแว่นกันแดดมาจับผิดฉันได้ทุกอิริยาบถ! ไอ้อิตาบ้าอำนาจ! นี่กะจะไม่ให้ฉันแคะขี้มูกหรือแอบหลับเลยใช่ไหม
"คุณรินคะ... ท่านประธานเรียกพบค่ะ" เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น
ฉันถอนหายใจยาวเหยียด ปรับแว่นตาให้เข้าที่ ดึงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งให้คลุมสะโพก แล้วเดินเข้าห้องเชือดด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมที่สุด
ภายในห้องทำงานกว้างขวาง ออสตินนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยรังสีสังหาร บนโต๊ะมีกองเอกสารตั้งตระหง่านราวกับกำแพงเมืองจีน
"มาแล้วเหรอ..." เขาเอ่ยโดยไม่เงยหน้ามอง "งานชิ้นแรกของคุณ"
เขาโยนแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มมาตรงหน้าฉัน
"แปลเอกสารสัญญาคู่ค้าฉบับนี้ให้ผมหน่อย ขอฉบับร่างภายใน 2 ชั่วโมง"
ฉันหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดูแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย... นี่มันสัญญาซื้อขายอาวุธข้ามชาติที่บังหน้าด้วยธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถยนต์ชัดๆ แถมเนื้อหาทั้งหมดยังเป็น 'ภาษารัสเซีย'
"เอ่อ... ท่านประธานคะ คือริน..." ฉันทำท่าอึกอัก "รินอ่านภาษารัสเซียไม่ออกหรอกค่ะ รินจบคณะบริหารทั่วไปนะคะ ไม่ใช่อักษรศาสตร์"
ออสตินเงยหน้าขึ้น มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ใจสั่น
"อ้าวเหรอ... ผมนึกว่าคุณจะทำได้ซะอีก เห็นปฏิกิริยาไวขนาดนั้น นึกว่าจะเก่งรอบด้าน" เขาจงใจเหน็บแนมเรื่องเมื่อเช้า "งั้นก็ใช้ Dictionary หรือ Google Translate ซะสิ ผมต้องการความถูกต้อง 100% ถ้าผิดแม้แต่คำเดียว... ผมจะหักเงินเดือนคุณคำละ 500"
ไอ้หน้าเลือด!
ฉันอยากจะตะโกนด่าแล้วเอาแฟ้มฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักที แต่ต้องข่มใจไว้ ฉันแสร้งทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแล้วหอบแฟ้มเดินคอตกกลับไปที่โต๊ะ
หารู้ไม่ว่า... สำหรับ 'ไอริน' แห่งตระกูลมังกรทอง ภาษารัสเซียมันก็แค่แบบฝึกหัดอนุบาล ฉันพูดได้ 5 ภาษาตั้งแต่ 10 ขวบแล้วย่ะ!
ฉันเปิดคอมพิวเตอร์ทำทีเป็นพิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ สลับกับเปิดพจนานุกรมเล่มหนาที่ไปยืมมาจากห้องสมุดบริษัท (เพื่อความสมจริง) แต่ความจริงคือฉันกวาดสายตาอ่านปราดเดียวก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดแล้วพิมพ์คำแปลลงไปรวดเร็วปานสายฟ้า
เดี๋ยวนะ...
ฉันชะงักมือที่กำลังพรมลงบนแป้นคีย์บอร์ด ถ้าฉันส่งงานเร็วเกินไปแถมเป๊ะเวอร์ เขาต้องสงสัยแน่ๆ
ฉันเหลือบมองผ่านกระจกใสเข้าไป เห็นออสตินกำลังนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ทำงานอยู่... แต่เดี๋ยวนะ แวบหนึ่งฉันเห็นสายตาเขาเหลือบมองมาที่ฉัน
เขากำลังจับตาดูอยู่จริงๆ ด้วย!
ฉันรีบเปลี่ยนโหมดทันที นิ้วที่พิมพ์รัวเร็วเปลี่ยนเป็นจิ้มดีดทีละตัว ทำท่าเกาหัวแกรกๆ เปิดพจนานุกรมแบบงงๆ บางทีก็แกล้งทำปากกาตกแล้วก้มลงเก็บ (โดยระวังไม่ให้ก้นโด่งเกินไปจนดูยั่วยวน)
ผ่านไป 1 ชั่วโมง 50 นาที... ฉันเดินถือแฟ้มงานเข้าไปวางบนโต๊ะเขาด้วยท่าทางหมดแรง
"เสร็จแล้วค่ะ... ไม่รู้ว่าจะถูกไหม รินพยายามสุดๆ แล้ว"
ออสตินเลิกคิ้ว หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านสายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรทุกตัว บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
"อืม..." เขาครางในลำคอ "แปลได้ดี... ดีเกินคาดสำหรับคนจบแค่บริหารทั่วไป"
ฉันสะดุ้งเฮือก รีบแก้ตัว "ร...รินใช้แอปช่วยแปลน่ะค่ะ แล้วก็สุ่มๆ คำเอา แฮะๆ"
"งั้นเหรอ?" ออสตินลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมายืนพิงขอบโต๊ะทำงานตรงหน้าฉัน ร่างสูงใหญ่ค้ำหัวฉันจนเกิดเงาทาบทับ เขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นกายหอมเย็นๆ อีกครั้ง
"แต่มีจุดหนึ่งที่น่าสนใจ..." นิ้วเรียวยาวของเขาจิ้มลงบนกระดาษ "คำศัพท์คำนี้... เป็นคำสแลงของวงการใต้ดินรัสเซีย พจนานุกรมทั่วไปไม่มี แอปแปลภาษาศาลเจ้าไหนก็แปลไม่ได้... แต่คุณแปลถูก"
ชิบหาย! ความเคยชินทำพิษอีกแล้ว!
ฉันเหงื่อแตกพลั่ก สมองประมวลผลคำแก้ตัวด้วยความเร็วแสง
"เอ่อ... คือ... รินโทรไปถามเพื่อนค่ะ! เพื่อนรินคนนึงเค้า... เค้าชอบดูหนังมาเฟียรัสเซีย เค้าเลยบอกมา"
"เพื่อน?" ออสตินโน้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม จนลมหายใจอุ่นๆ รดหน้าผากฉัน "เพื่อนคนไหน? ชื่ออะไร? ทำงานที่ไหน?"
"ท...ท่านประธานจะจีบเพื่อนรินเหรอคะ?" ฉันตัดสินใจใช้วิธี 'กวนประสาทกลบเกลื่อน'
ออสตินชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ฟังดูเซ็กซี่แต่น่าหมั่นไส้
"ปากเก่ง..." เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางฉันขึ้น บังคับให้สบตา "ระวังตัวไว้เถอะยัยแว่น... ความลับไม่มีในโลก ยิ่งคุณพยายามซ่อน ผมยิ่งอยากจะ 'ค้น' "
สายตาของเขามันโลมเลียและคุกคามจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ไม่ใช่ความกลัว... แต่มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นทำแบบนี้ ฉันคงหักนิ้วทิ้งไปแล้ว แต่อิตานี่... ทำไมฉันถึงยอมยืนบื้อให้เขาแต๊ะอั๋งทางสายตาอยู่ได้ตั้งนานนะ!
"กลับบ้านได้แล้ว" จู่ๆ เขาก็ผละออกแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "พรุ่งนี้เช้าผมต้องไปดูงานที่ไซต์ก่อสร้าง คุณต้องไปกับผม เตรียมตัวให้พร้อม... อ้อ ห้ามใส่รองเท้าผ้าใบเน่าๆ คู่เดิมมาล่ะ อายคนเขา"
ฉันเดินออกมาจากห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก
ผู้ชายคนนี้... รับมือยากกว่าหัวหน้าแก๊งคู่อริเสียอีก!
ฉันเก็บของเตรียมกลับบ้าน ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว พนักงานคนอื่นกลับไปหมด เหลือแค่ฉันกับบอสซาตานในห้องกระจก
ขณะที่ฉันกำลังเดินไปที่ลิฟต์ สัญชาตญาณบางอย่างก็เตือนภัยขึ้นมา ขนแขนฉันลุกชันโดยไร้สาเหตุ
มีความเคลื่อนไหวผิดปกติที่ลานจอดรถ...
ฉันชะงักเท้า แสร้งทำเป็นลืมของแล้วเดินเลี่ยงไปทางบันไดหนีไฟแทนที่จะลงลิฟต์แก้ว สายตาเหลือบมองลงไปที่ลานจอดรถวีไอพีด้านล่าง
รถสปอร์ตสีดำคันหรูของออสตินจอดอยู่... แต่ที่มุมมืดหลังเสาต้นนั้น มีเงาตะคุ่มๆ ของคนสองคนกำลังด้อมๆ มองๆ อยู่ที่รถของเขา ในมือของพวกมันมีวัตถุสีดำเมี่ยมที่สะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ
ระเบิด C4!
พวกมันกำลังติดระเบิดที่ใต้ท้องรถของออสติน!
แล้วนั่น! ประตูลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกพอดี ออสตินกำลังเดินล้วงกระเป๋าเท่ๆ ตรงไปที่รถคันนั้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่าก้าวต่อไปอาจเป็นก้าวสุดท้ายของชีวิต
ฉันไม่มีเวลาคิดแผนแล้ว!
ฉันสลัดรองเท้าส้นเตี้ยทิ้ง วิ่งเท้าเปล่าลงบันไดหนีไฟด้วยความเร็วที่ทำลายสถิติโลก มือควานหาเหรียญบาทในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา 3 เหรียญ
ระยะห่างจากตรงนี้ถึงรถประมาณ 20 เมตร... เป้าหมายคือดึงความสนใจออสติน ไม่ใช่ฆ่าโจร (เดี๋ยวความแตก)
เคร้ง!
ฉันดีดเหรียญบาทเหรียญแรกไปกระทบกับท่อเหล็กเหนือหัวออสติน เสียงดังสนั่นทำให้เขาชะงักเท้าและเงยหน้ามอง
วินาทีนั้นเอง...
"ระวัง!!!"
ฉันตะโกนสุดเสียง พุ่งตัวออกจากเงามืดเข้าไปกระแทกร่างสูงของออสตินให้ล้มลงกลิ้งไปกับพื้น ก่อนที่แรงระเบิดลูกแรก (ที่พวกมันจุดชนวนพลาดเพราะตกใจเสียงเหรียญ) จะทำงาน!
บึ้มมมม!!
แรงอัดกระแทกส่งเราสองคนกระเด็นไปไกล รถสปอร์ตคันหรูของเขากลายเป็นซากเพลิงไหม้ในพริบตา
ฉันนอนทับอยู่บนตัวออสติน ฝุ่นควันตลบอบอวล แว่นตาหลุดกระเด็นไปไหนไม่รู้ ผมเผ้าหลุดลุ่ย... และที่แย่ที่สุดคือ...
ดวงตาคมกริบของออสตินกำลังจ้องมองใบหน้าที่ไร้แว่นตาของฉันในระยะประชิด นัยน์ตาเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่เพราะแรงระเบิด... แต่เพราะความสวยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเฉิ่มๆ มันถูกเปิดเผยออกมาเต็มๆ ตา!
