บทที่ 1 : เจ้านายจากนรก (The Boss from Hell)
บทที่ 1 : เจ้านายจากนรก (The Boss from Hell)
"ให้ตายเถอะ... การประกอบปืน M16 ยังง่ายกว่าการชงกาแฟบ้าๆ นี่ซะอีก!"
ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะยืนจ้องเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติในห้องแคนทีนของบริษัท 'A.S. Corp' ด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวสวยที่เคยเหนี่ยวไกปืนสังหารศัตรูมานักต่อนัก ตอนนี้กำลังสั่นระริกเพราะความงุนงงกับปุ่มกดที่มีมากกว่าแผงควบคุมระเบิด
ฉัน... 'ไอริน' ทายาทมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กลายเป็น 'ริน' พนักงานฝ่ายธุรการระดับล่างสุดที่เพิ่งเริ่มงานได้สามวัน
สภาพของฉันตอนนี้ดูไม่จืดเลยจริงๆ ผมลอนสวยถูกมัดรวบเป็นก้อนกลมๆ ไว้ท้ายทอย ใบหน้าไร้เครื่องสำอางถูกบดบังด้วยแว่นตากรอบดำหนาเตอะชนิดที่ว่าถ้าถอดออกคงเดินชนกำแพง และที่ขาดไม่ได้คือเสื้อเชิ้ตสีตุ่นตัวใหญ่โคร่งที่พรางรูปร่างสัดส่วนโค้งเว้าของฉันจนมิดชิด
"ริน! มัวทำอะไรอยู่ ยืนเอ๋ออีกแล้วนะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ 'พี่ส้ม' หัวหน้าฝ่ายธุรการดังขึ้นทำเอาฉันสะดุ้ง (แกล้งสะดุ้งน่ะนะ จริงๆ ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าหล่อนตั้งแต่หน้าลิฟต์แล้ว)
"ข...ขอโทษค่ะพี่ส้ม รินกำลังพยายาม..."
"ไม่ต้องพยายามแล้ว! รีบเอากาแฟแก้วนี้ไปเสิร์ฟที่ห้องประชุมใหญ่ด่วน ท่านประธานกำลังของขึ้น ถ้าช้ากว่านี้พวกเราโดนเด้งยกแผนกแน่!"
พี่ส้มยัดแก้วกาแฟดำร้อนจัดใส่มือฉัน ก่อนจะผลักหลังฉันให้เดินแกมวิ่งไปที่หน้าห้องประชุมใหญ่
บรรยากาศหน้าห้องประชุมวังเวงราวกับป่าช้า พนักงานระดับสูงยืนหน้าซีดตัวสั่นกันเป็นแถว เสียงกัมปนาทจากด้านในดังลอดออกมาเป็นระยะ
“งบประมาณมหาศาลขนาดนี้ แต่ได้ผลลัพธ์แค่นี้เหรอ! พวกคุณเอาสมองส่วนไหนคิดงาน!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นทำให้ขนแขนฉันลุกชัน... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสัญชาตญาณบางอย่างมันบอกว่า เจ้าของเสียงนี้ 'อันตราย'
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้ดูเจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด เคาะประตูสองครั้งแล้วค่อยๆ แง้มประตูเข้าไป
ภาพที่เห็นคือห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นสีดำทอง หัวโต๊ะมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน เขาหันหลังให้แสงสว่างจากหน้าต่างกระจกบานยักษ์ ทำให้เห็นเพียงโครงร่างที่ดูน่าเกรงขาม
'ออสติน'... ประธานหนุ่มผู้ได้รับฉายาว่า 'ซาตานในคราบเทพบุตร'
ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นเรียบนิ่ง แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลกลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ เขากำลังจ้องมองรายงานในมือราวกับอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ
"ข...ขออนุญาตเสิร์ฟกาแฟค่ะท่านประธาน"
ฉันดัดเสียงให้ดูสั่นเครือเล็กน้อย พยายามเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปวางแก้วกาแฟ แต่ทว่า...
ปึก!
แฟ้มเอกสารหนาปึกถูกออสตินปาทิ้งลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น แรงกระแทกทำให้แก้วน้ำของกรรมการคนหนึ่งล้มลง น้ำหกเจิ่งนองพื้นทางเดินที่ฉันกำลังจะก้าวผ่าน
จังหวะนั้นเอง รองเท้าผ้าใบราคาถูกของฉันเหยียบเข้ากับแอ่งน้ำเต็มๆ ตามหลักฟิสิกส์แล้ว ฉันควรจะลื่นล้มหน้าคะมำ กาแฟราดหัวตัวเอง หรือไม่ก็ราดใส่หัวออสตินให้เป็นฉากนางเอกจอมซุ่มซ่ามในละครหลังข่าว
แต่ร่างกายของฉันมันทรยศ!
เสี้ยววินาทีที่เท้าเสียหลัก 'สัญชาตญาณนักฆ่า' สั่งการทันที กล้ามเนื้อขาเกร็งตัวเพื่อทรงตัว บิดข้อเท้าเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วง มือข้างที่ถือแก้วกาแฟตวัดขึ้นประคองระดับน้ำไม่ให้กระฉอกออกมาแม้แต่หยดเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและพลิ้วไหวราวกับนักยิมนาสติกเหรียญทอง
กึก...
ฉันกลับมายืนทรงตัวได้ตามปกติในท่าที่สง่างามสุดๆ ... ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า 'ฉิบหายแล้ว!'
ฉันรีบแกล้งทำตัวโงนเงน เซถลาไปชนเก้าอี้ดังโครม แล้วทำหน้าตาตื่นตระหนก
"ว้าย! ข...ขอโทษค่ะ! รินเกือบล้ม..."
ห้องประชุมเงียบกริบ... เงียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองออสติน หัวใจเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะเขามองมา... แต่เขากำลัง 'จ้อง'
ออสตินหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนเครื่องสแกนกรรมที่กำลังหาความผิดปกติ เขาไม่ได้สนใจกาแฟ แต่เขาสนใจจังหวะเมื่อกี้... จังหวะที่ยัยเฉิ่มสวมแว่นหนาเตอะทรงตัวได้แบบเหนือมนุษย์
"เธอ..." น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้น
"ค...คะ?" ฉันแกล้งขยับแว่นตาแก้เขิน มือไม้สั่นเทา
"ชื่ออะไร?"
"ร...รินค่ะ พนักงานธุรการเพิ่งมาใหม่"
ออสตินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาจนพนักงานคนอื่นพากันก้มหน้าหลบสายตา
แต่ฉัน... ลูกสาวเจ้าพ่อมังกรทอง จะให้มาก้มหัวกลัวผู้ชายคนเดียวมันเสียศักดิ์ศรี
ฉันเผลอจ้องตากลับไปแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหลุบตาลงมองพื้นเมื่อเขายมายืนหยุดอยู่ตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นของอันตรายที่แสนเย้ายวน
"เมื่อกี้..." เขาโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ "ทรงตัวเก่งดีนี่... สำหรับคนซุ่มซ่าม"
"ม...มันเป็นอุบัติเหตุค่ะ ฟลุ๊คเฉยๆ" ฉันตอบเสียงอู้อี้ พยายามถอยหลังหนี แต่หลังดันไปชนกับผนังห้องประชุม
ออสตินใช้มือข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักขังฉันไว้ในอ้อมแขนกลายๆ เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแว่นตาของฉัน
"ฉันไม่ชอบคนโกหก" เขาพูดเสียงต่ำ นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้ามาผ่านเลนส์แว่นหนาๆ เหมือนพยายามจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ "และฉันก็เกลียดความไร้ประสิทธิภาพ... แต่กาแฟในมือเธอยังอยู่ครบทุกหยด ทั้งที่เกือบล้มหัวฟาดพื้น"
เขาเอื้อมมือมาดึงแก้วกาแฟออกจากมือที่สั่นเทา (แบบการแสดง) ของฉัน แล้วยกขึ้นจิบช้าๆ โดยไม่ละสายตาไปจากหน้าฉันเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"รสชาติดี..." เขามุมปากกระตุกยิ้มที่ดูร้ายกาจ "ต่อไปนี้... เธอมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวฉัน"
"คะ!?" ฉันเผลออุทานเสียงดัง "แต่รินเป็นแค่ธุรการ..."
"ฉันสั่ง... ห้ามปฏิเสธ" ออสตินตัดบทเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท "เตรียมโต๊ะหน้าห้องทำงานฉันให้ยัยนี่ ย้ายมาเดี๋ยวนี้"
เขาหันกลับมามองฉันอีกครั้ง ทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ฉันรู้ชะตากรรมทันทีว่า... ความสงบสุขของฉันจบสิ้นแล้ว
"จับตาดูเธอให้ดี... ฉันรู้สึกว่าภายใต้แว่นตาเห่ยๆ นี่... มีอะไรน่าสนุกซ่อนอยู่"
